วันนี้ Apple เปิดตัว Apple Creator Studio คอลเลกชั่นแอปเพื่อการสร้างสรรค์สุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อนำขุมพลังระดับสตูดิโอมาอยู่ในมือของทุกคน และสร้างขึ้นโดยมีพื้นฐานมาจากบทบาทที่สำคัญของ Mac, iPad และ iPhone ในชีวิตของครีเอเตอร์หลายล้านคนทั่วโลก แอปในชุด Apple Creator Studio อัดแน่นด้วยคุณสมบัติและความสามารถที่จะพาครีเอเตอร์ยุคใหม่ไปสัมผัสกับประสบการณ์ในการปรับแต่งแก้ไขที่สนุกเพลิดเพลินขณะถ่ายทอดไอเดียในจินตนาการออกมาเป็นผลงานอันน่าทึ่ง ทั้งการตัดต่อวิดีโอ การแต่งเพลง การสร้างภาพเชิงสร้างสรรค์ และการทำงานด้านภาพ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอัจฉริยะใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นและคอนเทนต์ระดับพรีเมียมที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของประสบการณ์ที่คุ้นเคยของ Final Cut Pro, Logic Pro, Pixelmator Pro, Keynote, Pages, Numbers และ Freeform จึงทำให้ Apple Creator Studio เป็นชุดแอปแบบสมัครสมาชิกที่น่าตื่นเต้นสำหรับการสร้างสรรค์ในทุกแขนงโดยยังคงปกป้องความเป็นส่วนตัว

Final Cut Pro มาพร้อมเครื่องมือตัดต่อวิดีโอใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยมและคุณสมบัติอัจฉริยะสำหรับ Mac และ iPad เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวิร์กโฟลว์ต่างๆ ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหน1 และเป็นครั้งแรกที่ Pixelmator Pro มาอยู่บน iPad พร้อมด้วยประสบการณ์การใช้งานที่ปรับแต่งมาอย่างตั้งใจเพื่อการใช้งานระบบสัมผัสและ Apple Pencil ที่ไม่เหมือนใคร2 ในขณะที่การสร้างสรรค์งานเพลงด้วย Logic Pro สำหรับ Mac และ iPad ก็มีคุณสมบัติอัจฉริยะเพิ่มมากขึ้นอย่าง Synth Player และ Chord ID ที่จะจุดประกายให้ทุกคนอยากเขียน ผลิต และมิกซ์เพลงยอดนิยมหลากหลายแนว3 ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่สมัครสมาชิก Apple Creator Studio ยังสามารถใช้ Keynote, Pages, Numbers และ Freeform เพื่อถ่ายทอดความคิดและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยคอนเทนต์ใหม่ระดับพรีเมียม และคุณสมบัติอัจฉริยะทั้งบน Mac, iPad และ iPhone4
Apple Creator Studio จะเปิดตัวใน App Store ในวันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคมนี้ ในราคา 229 บาทต่อเดือน หรือ 2,290 บาทต่อปี โดยสามารถทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน และรวมการใช้งาน Final Cut Pro, Logic Pro, และ Pixelmator Pro ที่สามารถใช้งานได้ทั้งแอปบน Mac และ iPad รวมถึงการใช้งาน Motion, Compressor, และ MainStage บน Mac ทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์อันชาญฉลาด และคอนเทนต์ระดับพรีเมียมใน Keynote, Pages, และ Numbers สำหรับ iPad และ Mac รวมถึง Freeform ในภายหลัง ในขณะที่นักศึกษาและบุคคลากรด้านการศึกษาจ่ายเพียง 99 บาทต่อเดือน หรือ 990 บาทต่อปี นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกซื้อ Final Cut Pro, Pixelmator Pro, Logic Pro, Motion, Compressor และ MainStage เวอร์ชั่น Mac แยกเป็นรายตัวแบบจ่ายครั้งเดียวทาง Mac App Store ได้ด้วยเช่นกัน5
“Apple Creator Studio คือความคุ้มค่าที่ช่วยให้ครีเอเตอร์ทุกกลุ่มสามารถรังสรรค์ผลงานและเสริมสร้างทักษะของตนเองด้วยเครื่องมืออันทรงพลังที่ใช้ง่ายและเข้าถึงได้สะดวกรวดเร็ว ทั้งสำหรับการตัดต่อวิดีโอ การแต่งเพลง การสร้างภาพเชิงสร้างสรรค์ และการทำงานด้านภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยเครื่องมืออัจฉริยะล้ำสมัยที่จะยกระดับและเพิ่มความรวดเร็วให้กับเวิร์กโฟลว์ต่างๆ” Eddy Cue รองประธานอาวุโสฝ่ายซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ตและบริการของ Apple กล่าว “เรียกว่าไม่มีครั้งไหนจะยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้อีกแล้ว กับคอลเลกชั่นแอปเพื่อการสร้างสรรค์อันทรงพลังที่จะช่วยให้มือโปร ศิลปินหน้าใหม่ไฟแรง ผู้ประกอบการ นักศึกษา และบุคคลากรด้านการศึกษาสามารถเริ่มต้นสร้างผลงานที่ดีที่สุดและสำรวจโลกแห่งการสร้างสรรค์ที่ตนเองสนใจตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ”



สร้างสรรค์งานวิดีโอได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Final Cut Pro สำหรับ Mac และ iPad เสริมศักยภาพให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ นักตัดต่อวิดีโอ และผู้สร้างภาพยนตร์สามารถยกระดับผลงานของตนเองไปอีกขั้นด้วยคุณสมบัติที่ใช้ง่าย ทั้งผู้ใช้ Mac ที่ซื้อแบบจ่ายครั้งเดียว และผู้ที่สมัครสมาชิก Apple Creator Studio จะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วด้วย Apple Silicon กับเวิร์กโฟลว์ที่ประมวลผลหนักๆ และเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ได้รวดเร็วยิ่งกว่าที่เคยด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะใหม่ๆ บนอุปกรณ์ที่จะทำให้การสร้างงานวิดีโอกลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

วันนี้ผู้ใช้สามารถค้นหาเสียงพูดที่ใช่จากฟุตเทจความยาวหลายชั่วโมงด้วยคุณสมบัติ Transcript Search บน Mac และ iPad เพียงแค่พิมพ์วลีที่ต้องการลงในแถบค้นหาแล้วดูผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องได้ทันที6 สามารถตัดต่อการสัมภาษณ์ หรือ พอดแคสต์วิดีโอ ได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลาในการเลื่อนดูฟุตเทจทั้งหมด และยังสามารถใช้ระบบอัจฉริยะอย่าง Visual Search ช่วยค้นหาคลิปวิดีโอที่ต้องการได้ด้วย7 วันนี้ผู้ใช้ยังสามารถค้นหาช่วงเวลาที่ต้องการได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะอยู่ในฟุตเทจไหนโดยการค้นหาวัตถุหรือการกระทำ แล้วเพิ่มภาพนั้นลงในไทม์ไลน์ในไม่กี่วินาที


Final Cut Pro สำหรับ Mac และ iPad ยังทำให้การตัดต่อวิดีโอตามจังหวะเสียงเพลงกลายเป็นเรื่องสนุกและรวดเร็วด้วย Beat Detection ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่น่าทึ่งในการดูจังหวะดนตรี บาร์ และท่อนต่างๆ ของเพลงจากในไทม์ไลน์ของโปรเจ็กต์ โดย Beat Detection จะใช้โมเดล AI จาก Logic Pro ในการวิเคราะห์แทร็คดนตรีในพริบตา แล้วแสดงเป็น Beat Grid เพื่อให้ผู้ใช้ที่สร้างวิดีโอจังหวะเร็วๆ สามารถปรับการตัดต่อให้ตรงกับเสียงเพลงได้อย่างรวดเร็วโดยดูจากเส้นตาราง ส่วนการตัดต่อแทร็คดนตรีให้มีความยาวแตกต่างกันก็ง่ายยิ่งกว่าที่เคย

Montage Maker ใหม่ใน Final Cut Pro สำหรับ iPad ให้ผู้ใช้เริ่มงานตัดต่อได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาที โดย Montage Maker จะใช้พลังของ AI ในการวิเคราะห์และตัดต่อวิดีโอแบบไดนามิกเข้าด้วยกันโดยพิจารณาจากช่วงเวลาที่ดีที่สุดในด้านภาพภายในฟุตเทจนั้น พร้อมด้วยความสามารถในการเปลี่ยนจังหวะการเดินเรื่อง การตัดต่อตามแทร็คดนตรี รวมถึงการจัดเฟรมภาพวิดีโอใหม่จากแนวนอนเป็นแนวตั้งด้วย Auto Crop เพื่อให้นำไปแชร์ในแพลตฟอร์มโซเชียลได้อย่างรวดเร็ว

Apple Creator Studio ยังปลดล็อคการใช้งานเต็มรูปแบบสำหรับ Motion ซึ่งเป็นเครื่องมือทรงพลังด้านกราฟิกเคลื่อนไหวสำหรับการสร้างเอฟเฟ็กต์ 2D และ 3D ด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะอย่าง Magnetic Mask ซึ่งสามารถแยกและติดตามคนและวัตถุได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องใช้กรีนสกรีน อีกทั้งยังมาพร้อม Compressor ซึ่งผสานรวมเข้ากับ Final Cut Pro และ Motion เพื่อปรับแต่งการตั้งค่าเอาท์พุตสำหรับการเผยแพร่ได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด


ยกระดับการสร้างสรรค์เพลงไปอีกขั้น
คุณสมบัติใหม่ๆ ใน Logic Pro สำหรับ Mac และ iPad พร้อมสนับสนุนศิลปินในการสร้างงานเพลง และช่วยครีเอเตอร์เนรมิตเสียงดนตรีที่ไม่ซ้ำใครสำหรับคอนเทนต์วิดีโอของตัวเอง ไม่ว่าจะสมัครสมาชิก Apple Creator Studio หรือเป็นผู้ใช้ Mac ที่ซื้อแบบจ่ายครั้งเดียวก็ตาม เครื่องมือใหม่ๆ ที่ทั้งครบเครื่อง ใช้งานง่าย และชาญฉลาดเหล่านี้ก็จะช่วยปลุกปั้นแรงบันดาลใจในการสร้างบีท เขียนเพลง รีมิกซ์ และอีกมากมาย

ซึ่งการใช้ Synth Player ก็เหมือนการมีมือซินธิไซเซอร์ฝีมือดีที่สามารถกำหนดทิศทางใหม่ๆ ให้กับไอเดียการสร้างสรรค์เพลงได้ทันทีเมื่อจำเป็น Synth Player ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยทีมออกแบบเสียงภายในของ Apple ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ซาวด์ที่ถูกต้องสมจริงชนิดที่คุณต้องทึ่งโดยอาศัยซินธิไซเซอร์และแซมเพลอร์แบบซอฟต์แวร์ที่มีมากมายหลากหลายใน Logic Pro และครีเอเตอร์ยังสามารถควบคุม Synth Player ได้เช่นเดียวกับ AI Session Player โดยใช้ตัวควบคุมที่เข้าใจง่ายเพื่อปรับเปลี่ยนความซับซ้อนและความเข้มข้น หรือจะใช้ตัวแปรอื่นๆ ที่มีให้เพิ่มเติมเพื่อปลดล็อคความสามารถในการเล่นดนตรีขั้นสูง นอกจากนี้ Synth Player ยังสามารถเรียกใช้ Audio Units แบบปลั๊กอินของบริษัทอื่น หรือแม้แต่ควบคุมซินธิไซเซอร์ภายนอกที่เป็นฮาร์ดแวร์ได้ด้วย

Chord ID จะกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีดนตรีส่วนตัวโดยใช้พลังของ AI ในการเปลี่ยนเสียงหรือ MIDI ใดๆ ที่บันทึกไว้เป็นทางเดินคอร์ดที่พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาแกะคอร์ดแล้วเขียนออกมาด้วยตัวเอง จึงสามารถเปลี่ยนเดโม่ที่อัดไว้ให้กลายเป็นผลงานเพลงได้ง่ายขึ้น Chord ID ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Session Player โดยสามารถวิเคราะห์คอนเทนต์แบบฮาร์โมนิกจากการบันทึกเสียงได้เกือบทุกประเภทเพื่อนำมาใส่เป็นแทร็คคอร์ดใน Logic Pro และเนื่องจากแทร็คคอร์ดเป็นตัวกำหนดทิศทางการเล่นของ AI Session Player ผู้ใช้จึงสามารถทดลองใช้นักดนตรี สไตล์ และแนวดนตรีที่แตกต่างกันเพื่อสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระและปรับแต่งรายละเอียดให้ได้อารมณ์ของเพลงอย่างที่ต้องการ

Sound Library ใหม่ใน Logic Pro สำหรับ Mac มาพร้อมแพ็คเสียงที่ออกแบบโดย Apple รวมถึง Producer Pack ที่มีลูป ตัวอย่างเสียง แพตช์เครื่องดนตรี เสียงกลอง และอีกมากมายที่ปลอดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ผู้ใช้ Logic Pro สำหรับ iPad ยังสามารถใช้งานคุณสมบัติ Quick Swipe Comping ระดับชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมจาก Logic Pro สำหรับ Mac ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับนักร้องและโปรดิวเซอร์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานการเล่นดนตรีที่ต่อเนื่องไม่มีสะดุดทั้งในและนอกสตูดิโอ


Logic Pro สำหรับ iPad ยังมีคุณสมบัติ Music Understanding พร้อมการค้นหาโดยใช้ภาษาธรรมชาติใน Sound Browser เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาโดยพิมพ์คำอธิบายของลูป หรือค้นหาลูปที่คล้ายกันได้โดยไม่ต้องติดแท็ก เดา หรือใช้ตัวกรอง ยิ่งกว่านั้นการที่ Logic Pro รับรู้ว่ามีลูปอะไรอยู่บ้างในคอลเลกชั่นขนาดมหึมาโดยอาศัย AI นั้นยังช่วยให้การค้นหาลูปหรือเสียงที่คล้ายกันหรือเข้ากันโดยใช้ภาษาธรรมชาติหรือจากเสียงที่บันทึกไว้กลายเป็นเรื่องง่าย

Apple Creator Studio ยังปลดล็อคให้สามารถเรียกใช้งาน MainStage ซึ่งจะเปลี่ยน Mac ให้กลายเป็นเครื่องดนตรี โปรเซสเซอร์เสียงร้อง หรือชุดอุปกรณ์กีตาร์ ทีนี้ก็มั่นใจได้ว่าผู้ฟังจะได้ยินเสียงที่ผู้ใช้ชื่นชอบจากที่ผู้ใช้ได้บันทึกไว้ โดยการตั้งค่าทำได้รวดเร็ว แถมตอนเคลียร์ยิ่งเร็วยิ่งกว่า และทุกขั้นตอนยังเสถียรยิ่งขึ้น

การสร้างภาพเชิงสร้างสรรค์ที่ออกแบบมาเพื่อ iPad
ในชุด Apple Creator Studio แบบใหม่หมดยังมี Pixelmator Pro ซึ่งเป็นแอปปรับแต่งภาพที่ได้รับรางวัลสำหรับ Mac ที่จะนำประสบการณ์การแต่งภาพระดับมืออาชีพที่เข้าถึงง่ายมาอยู่ในมือของครีเอเตอร์มากยิ่งขึ้น Pixelmator Pro อัดแน่นด้วยเครื่องมือปรับแต่งภาพอันทรงพลังที่จะเสริมความสามารถของผู้ที่สมัครสมาชิก Apple Creator Studio และผู้ใช้ Mac ที่ซื้อแบบจ่ายครั้งเดียวในการออกแบบ วาดรูป ระบายสี ขัดเกลาไอเดียศิลปะให้สวยเนี้ยบ และอีกมากมาย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ Pixelmator Pro มาอยู่บน iPad พร้อมด้วยพื้นที่ทำงานแบบใหม่หมดที่ปรับแต่งมาอย่างลงตัวเพื่อการสัมผัส, การรองรับ Apple Pencil เต็มรูปแบบ, ความสามารถในการทำงานสลับไปมาระหว่าง iPad และ Mac รวมถึงเครื่องมือปรับแต่งอันทรงพลังทั้งหมดที่ผู้ใช้ชื่นชอบจากบน Mac เรียกได้ว่า Pixelmator Pro สำหรับ iPad จัดเต็มเพื่อการปรับแต่งภาพที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยใช้ประโยชน์จาก Apple Silicon ที่เร็วสุดแรง และสร้างมาเพื่อ iPadOS รุ่นล่าสุดอย่างแท้จริง


การควบคุมด้วยระบบสัมผัสที่เป็นธรรมชาติช่วยให้การสร้างสรรค์งานออกแบบระดับเดสก์ท็อปกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นไม่ว่าจะพก iPad ไปที่ไหน แถบ Layers ด้านข้างที่มีคุณสมบัติครบครันช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างงานออกแบบโดยใช้องค์ประกอบที่โดดเด่นไม่เหมือนใครหลายประเภท อย่างรูปภาพ รูปทรง ข้อความ หรือแม้แต่วิดีโอ ส่วนเครื่องมือสำหรับการเลือกที่ชาญฉลาดก็ช่วยให้ผู้ใช้แยกบางส่วนของภาพออกมาปรับแต่งได้ง่ายๆ และยิ่งสามารถมาสก์ได้ละเอียดทั้งบิตแมปและเวคเตอร์ ผู้ใช้จึงสามารถซ่อนหรือแสดงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานออกแบบได้อย่างเฉพาะเจาะจง นอกจากนี้การที่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ Apple Silicon ผสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียวยังเป็นการปลดล็อคคุณสมบัติอย่าง Super Resolution ที่อัปสเกลภาพได้อย่างชาญฉลาด, Deband ที่ช่วยลบความผิดเพี้ยนจากการบีบอัด และ Auto Crop ที่จะแนะนำการจัดองค์ประกอบภาพโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังรองรับ Apple Pencil เต็มรูปแบบ ศิลปินดิจิทัลจึงสามารถสนุกกับการวาดภาพและลงสีในแบบที่เป็นธรรมชาติที่สุดด้วยคอลเลกชั่นแปรงสวยงามที่ไวต่อแรงกด และเมื่อรวมกับความแม่นยำของ Apple Pencil ที่ยากจะหาใครเทียบ รวมถึงคุณสมบัติอย่างการยกปลาย9 การบีบ10 และการแตะสองครั้ง11 ด้วยแล้ว ครีเอเตอร์จึงสามารถรังสรรค์งานออกแบบที่พิถีพิถันถึงระดับพิกเซลได้


สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิก Apple Creator Studio นั้น Pixelmator Pro ทั้งสำหรับ Mac และ iPad ยังมาพร้อมเครื่องมือใหม่อันทรงพลังอย่าง Warp สำหรับบิดและปรับเปลี่ยนรูปทรงของเลเยอร์เป็นแบบใดก็ได้ตามจินตนาการของครีเอทีฟ ควบคู่ไปกับแบบจำลองผลิตภัณฑ์อันสวยงามที่สร้างขึ้นด้วยเครื่องมือ Warp
อัดฉัดพลังแรงให้กับการทำงานด้านภาพ
แอปเพื่อการทำงานด้านภาพของ Apple ได้เสริมศักยภาพให้ผู้ใช้สามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นงานนำเสนอ เอกสาร และสเปรดชีตที่สวยงามโดยใช้ Keynote, Pages และ Numbers เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว และ Freefrom ยังได้เปิดโอกาสมากมายไม่รู้จบในการระดมสมองเพื่อการสร้างสรรค์และการทำงานด้านภาพร่วมกัน
มาวันนี้ Apple Creator Studio เข้ามาอัดฉีดพลังแรงให้กับการทำงานด้วยคุณสมบัติแบบใหม่หมดที่นำระบบอัจฉริยะและคอนเทนต์ระดับพรีเมี่ยมมาอยู่ที่ปลายนิ้วเพื่อให้บรรดา ครีเอเตอร์สามารถยกระดับโปรเจ็กต์ของตนไปอีกขั้น โดยในพื้นที่ใหม่อย่าง Content Hub ผู้ใช้จะได้พบกับภาพถ่าย กราฟิก และภาพวาดประกอบคุณภาพสูงที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และการสมัครสมาชิกนี้ยังเป็นการปลดล็อคเท็มเพลตและธีมใหม่ๆ ระดับพรีเมียมใน Keynote, Pages และ Numbers อีกด้วย

นอกเหนือจาก Image Playground แล้วยังมีเครื่องมือสำหรับสร้างและปรับแต่งภาพที่ให้ผู้ใช้ได้สร้างภาพคุณภาพสูงจากข้อความ หรือแปลงโฉมภาพที่มีอยู่โดยใช้เจเจเนอเรทีฟโมเดลจาก OpenAI12 ในขณะที่โมเดล AI บนอุปกรณ์ก็ช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัปสเกลภาพด้วยคุณสมบัติ Super Resolution โดยยังคงรักษารายละเอียดของภาพไว้อย่างคมชัด ส่วน Auto Crop จะแนะนำอย่างชาญฉลาดว่าควรครอบตัดภาพอย่างไรเพื่อช่วยหาองค์ประกอบภาพที่สะดุดตาสำหรับภาพถ่าย

Apple Creator Studio มาพร้อมคุณสมบัติในรุ่นเบต้า อย่างความสามารถในการสร้างดราฟต์แรกของงานนำเสนอจากโครงร่างข้อความ หรือสร้างโน้ตสำหรับผู้นำเสนอจากสไลด์ที่มีอยู่ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เตรียมงานนำเสนอใน Keynote ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผู้ที่สมัครสมาชิกยังสามารถแก้ไขเลย์เอาท์และการวางตำแหน่งของวัตถุให้ดูสะอาดตาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนใน Numbers ผู้ที่สมัครสมาชิกสามารถสร้างสูตรและกรอกข้อมูลในตารางโดยอาศัยการรู้จำรูปแบบด้วย Magic Fill

ผู้ใช้ทุกคนจะยังสามารถใช้งาน Keynote, Pages, Numbers และ Freeform ได้ฟรีเช่นเดิมเพื่อสร้าง แก้ไข และทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงกับผู้ที่สมัครสมาชิก Apple Creator Studio ซึ่งแอปเหล่านี้จะยังคงได้รับการอัปเดตต่อไป และเวอร์ชั่นล่าสุดก็มาในดีไซน์ใหม่ที่สวยงามในแบบ Liquid Glass บนทุกแพลตฟอร์ม พร้อมรองรับการจัดการหน้าต่างและแถบเมนูที่ดียิ่งขึ้นใน iPadOS 26
ราคาและการวางจำหน่าย
- Apple Creator Studio จะพร้อมให้ใช้งานเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคมในราคา 229 บาทต่อเดือน หรือ 2,290 บาทต่อปี ผู้ที่สมัครสมาชิกใหม่ทุกคนจะได้รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Apple Creator Studio ฟรี 1 เดือน และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ Mac เครื่องใหม่ หรือ iPad ที่เข้าเกณฑ์12 จะสามารถใช้งาน Apple Creator Studio ได้ฟรี 3 เดือน14
- มีส่วนลดส่งเสริมการศึกษาสำหรับนักศึกษาและบุคคลากรด้านการศึกษา15 ในราคา 99 บาทต่อเดือน หรือ 990 บาทต่อปี
- Apple Creator Studio มีให้ดาวน์โหลดทาง App Store เป็นการซื้อแบบ Universal
- สมาชิกครอบครัวสูงสุด 6 คนสามารถแชร์แอปและคอนเทนต์ทั้งหมดที่มาพร้อมกับ Apple Creator Studio ได้ด้วยการแชร์กันในครอบครัว
- มีเวอร์ชั่นซื้อแบบจ่ายครั้งเดียวจำหน่ายทาง Mac App Store สำหรับ Final Cut Pro (9,990 บาท), Logic Pro (6,990 บาท), Pixelmator Pro (1,990 บาท), Motion (1,990 บาท), Compressor (1,990 บาท) และ MainStage (990 บาท)
- Keynote, Pages, Numbers และ Freeform เวอร์ชั่นฟรียังคงมีให้ใช้งานและมาพร้อมกับ iPhone, Mac และ iPad ใหม่ทุกเครื่อง




