เปิดตัวแล้ว!! WF-1000XM6 หูฟังไร้สายระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดของ Sony ซึ่งปกติแล้วจะเว้นระยะห่างจากรุ่นก่อนทุกๆ 2 ปี เรียกได้ว่าของดีไม่ได้มีออกมากันบ่อยๆ เพราะนี่คือหูฟังไร้สายแบบอินเอียร์ที่ได้ชื่อว่าตัดเสียงรบกวนได้ดีที่สุด และยังคงปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยยังคงส่งมอบเสียงคุณภาพสูงระดับสตูดิโอ

สเปก Sony WF-1000XM6

- ไดรเวอร์ขนาด 8.4 มิลลิเมตร
- ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนข้างละ 4 ตัว
- หน่วยประมวลผล Integrated Processor V2
- QN3e ตัวประมวลผลตัดเสียงรบกวนแบบ HD
- รองรับฟีเจอร์ ANC, Ambient Sound
- รองรับ Hi-Res Audio Wireless, DSEE Extreme, 360 Reality Audio
- การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3, NFC
- รองรับการถอดรหัส AAC, SBC, LDAC, LC3
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IPX4 (เฉพาะหูฟัง)
- น้ำหนักหูฟังแต่ละข้าง 6.5 กรัม (รวมจุกหูฟังขนาด M)
- ขนาดเคสชาร์จ 61.6 x 41.1 x 26.5 มิลลิเมตร
- น้ำหนักเคสชาร์จ 47 กรัม
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Platinum Silver
แกะกล่อง Sony WF-1000XM6

บรรจุภัณฑ์ของ Sony WF-1000XM6 ใช้วัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ผลิตมาจากไม้ไผ่ เส้นใยอ้อย และกระดาษรีไซเคิลที่ใช้แล้ว ซึ่งเริ่มนำมาใช้แล้วตั้งแต่รุ่น WF-1000XM4 ที่เปิดตัวในปี 2021 โดยมีเป้าหมายลดการเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมให้เหลือศูนย์ในทุกบริษัทในเครือของ Sony ภายในปี 2050
ภายในกล่องจะพบกับเคสชาร์จเป็นอย่างแรก พร้อมหูฟังที่เก็บอยู่ในเคส นอกจากนี้ ยังมีคู่มือ, ใบรับประกัน, สายชาร์จ USB Type-A to Type-C เส้นสีดำ และ จุกหูฟัง 4 ขนาด ได้แก่ XS, S, M และ L สำหรับขนาด M จะติดมาให้อยู่แล้ว แต่สามารถเปลี่ยนขนาดได้ถ้าหากลองสวมแล้วไม่พอดีกับช่องหู โดยมีขนาด XS สำหรับผู้ใช้งานที่มีช่องหูเล็กกว่าปกติ
ดีไซน์ใหม่หมด

ทีมงาน @flashfly ได้รับ Sony WF-1000XM6 สีเงิน Platinum Silver มีรีวิว (มีสีดำเป็นอีกตัวเลือก) โดยมีการออกแบบเคสชาร์จใหม่ ทำให้ความโค้งมนหายไปพอสมควร จึงดูแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน
หากมองจากมุมมองด้านบนหรือด้านล่าง จะเห็นว่าเคสชาร์จของ Sony WF-1000XM6 มีรูปทรงแคปซูล โดยมีพื้นผิวแบบด้าน ช่วยให้จับถือได้ถนัด ไม่ลื่นหลุดมือ และยังลดโอกาสการเกิดรอยนิ้วมือได้อย่างดี

ด้านบนของเคสชาร์จมีโลโก้ Sony

ด้านหน้ามีไฟ LED สำหรับแสดงสถานะแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อ

ด้านหลังเคสชาร์จจะพบปุ่มสำหรับเชื่อมต่อหรือจับคู่กับอุปกรณ์ ข้างกันเป็นพอร์ตชาร์จ USB Type-C

ส่วนฐานหรือด้านล่างเคสชาร์จ เป็นพื้นผิวเรียบ ทำให้วางไว้บนโต๊ะหรือแท่นชาร์จไร้สายได้อย่างมั่นคง

เมื่อเปิดฝาเคสออกมาจะพบกับหูฟัง Sony WF-1000XM6 ทั้ง 2 ข้าง ถูกบรรจุอยู่ข้างใน โดยมีการปรับปรุงดีไซน์ให้สวมใส่สบายมากขึ้น มาในสีเดียวกับเคสชาร์จ และยังมีพื้นผิวด้าน ช่วยให้หยิบออกจากเคสได้ง่ายกว่าเดิม
Sony WF-1000XM6 ติดตั้งจุกหูฟังขนาด M มาให้แล้ว และในกล่องยังแถมจุกหูฟังมาให้อีก 3 คู่ ในขนาด XS, S และ L หากพบว่าขนาด M ไม่พอดี สามารถเปลี่ยนขนาดจุกหูฟัง และทดสอบความพอดีกับช่องหูได้จากแอป Sony Sound Connect เพื่อให้ได้ขนาดจุกหูฟังที่พอดีกับช่องหูมากที่สุด ยิ่งใช้จุกหูฟังที่กระชับ ยิ่งช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมากขึ้น

หูฟัง Sony WF-1000XM6 ได้รับการออกแบบมาอย่างประณีต ถูกหลักสรีรศาสตร์ มีรูปทรงที่สมดุล และโค้งรับกับสรีระหูของคนส่วนใหญ่ เพิ่มความกระชับ ทำให้สวมใส่เป็นเวลานานได้อย่างสบาย โดยไม่รู้สึกกดทับ ส่วนดีไซน์ภายในที่มองไม่เห็นนั้น ถูกออกแบบมาให้ป้องกันเสียงลม ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการปิดกั้นเสียงรบกวน ขณะฟังเพลงหรือโทรศัพท์ในที่กลางแจ้ง

Sony WF-1000XM6 ยังได้รับการออกแบบมาให้ป้องกันน้ำในระดับ IPX4 สามารถป้องกันเหงื่อ และน้ำกระเซ็น เหมาะสำหรับสวมใส่ระหว่างออกกำลังกาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเหงื่อ (เฉพาะหูฟังเท่านั้นที่ได้รับมาตรฐาน IPX4 ไม่รวมเคสชาร์จ)
ตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้น 25%

Sony WF-1000XM เป็นหูฟังที่ตัดเสียงรบกวนได้น่าประทับใจอยู่แล้ว แต่รุ่นใหม่ล่าสุด WF-1000XM6 ได้รับการปรับปรุงให้ตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้นอีก 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างโปรเซสเซอร์แบบคู่ และอัลกอริทึมตัดเสียงรบกวนแบบปรับเปลี่ยนได้ ช่วยปรับการตัดเสียงรบกวนให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวแบบเรียลไทม์

โปรเซสเซอร์แบบคู่ในหูฟัง Sony WF-1000XM6 ประกอบด้วย Integrated Processor V2 ทำหน้าที่วิเคราะห์เสียงรอบข้าง และการสวมใส่หูฟังแบบเรียลไทม์ ขณะที่ QN3 ตัวประมวลผลตัดเสียงรบกวนแบบ HD ช่วยควบคุมไมโครโฟนอย่างแม่นยำ เพื่อลดเสียงในชีวิตประจำวันให้น้อยที่สุด

หูฟัง Sony WF-1000XM6 แต่ละข้าง ยังติดตั้งไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนถึง 4 ตัว (รุ่นก่อนมีข้างละ 3 ตัว) จึงสามารถควบคุมปริมาณเสียงรอบข้างที่เข้ามาได้แม่นยำมากขึ้น และยังมี Adaptive NC Optimiser ช่วยควบคุมไมโครโฟนทั้ง 4 ตัว สำหรับติดตามเสียงรอบข้างแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวน เมื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
จูนเสียงโดยสตูดิโอระดับโลก

Sony WF-1000XM6 ผ่านการจูนเสียงจากมืออาชีพที่เคยได้รับรางวัล Grammy รวมถึงวิศวกรชั้นนำ ที่มีประสบการณ์ทำงานกับนักร้องระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Ariana Grande, Taylor Swift, Ed Sheeran, Adele, John Mayer, Rihanna, Lady Gaga, Mariah Carey, BLACKPINK, BTS, Bob Dylan, Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ Star Wars ทำให้หูฟัง WF-1000XM6 สามารถส่งมอบเสียงคุณภาพสูงเหมือนส่งตรงจากสตูดิโอ

วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญจากสตูดิโอระดับโลก Sterling Sound, Coast Mastering และ Battery Studios ร่วมกับจูนเสียงให้กับ Sony WF-1000XM6 อย่างแม่นยำทุกตัวโน้ต โดยเน้นที่ความสมดุลเป็นธรรมชาติ และรายละเอียดอันประณีต ตั้งแต่เสียงหายใจที่แผ่วเบาที่สุด จนถึงเสียงก้องที่ทุ้มลึก

ไดรเวอร์ของ Sony WF-1000XM6 ยังได้รับการปรับปรุงให้ส่งมอบเสียงที่มีคุณภาพเสียงมากขึ้น ตั้งแต่เสียงในย่านความถี่ต่ำ กลาง สูง เพื่อให้เสียงที่คมชัดและสมบูรณ์ขึ้น พร้อมรายละเอียดเสียงสูงเหมือนต้นฉบับ

นอกจากนี้ Sony WF-1000XM6 ยังรองรับเทคโนโลยีการเข้ารหัสสัญญาณเสียง LDAC สามารถรับส่งข้อมูลเสียงความละเอียดสูงแบบไร้สาย ได้มากกว่า Bluetooth ประมาณ 3 เท่า ทำให้ผู้สวมใส่ได้ฟังเสียงที่มีความละเอียดสูง อีกทั้งยังสนับสนุนเทคโนโลยีเสียง DSEE Extreme ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อชดเชยรายละเอียดเสียงที่สูญหายของไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัด พร้อมเพิ่มรายละเอียดเสียงแบบเรียลไทม์ จากไฟล์เพลงดิจิทัลที่บีบอัดด้วยเทคโนโลยี Edge-AI และช่วยกู้คืนเสียงช่วงสูงที่สูญเสียไปจากการบีบอัด
โทรคุยได้อย่างชัดเจน

Sony WF-1000XM6 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อฟังเพลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหูฟังไร้สายที่รองรับการโทรแบบแฮนด์ฟรีได้อย่างดี ให้เสียงสนทนาชัดเจน แม้ยืนคุยอยู่ในที่กลางแจ้ง ลมพัดผ่านก็ไม่ใช่ปัญหา โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างไมโครโฟน 2 ตัว (ข้างละ 1 ตัว), Bone Conduction Sensor (เซ็นเซอร์จับการสั่นสะเทือนของกระดูก) และ อัลกอริทึมการลดเสียงรบกวน AI Beamforming

ไมโครโฟนจากหูฟังแต่ละข้าง จะทำงานร่วมกับ Bone Conduction Sensor ทำให้ Sony WF-1000XM6 สามารถตรวจจับเสียงของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ขณะที่อัลกอริทึมการลดเสียงรบกวน AI Beamforming จะคอยแยกเสียงรบกวนรอบข้างและตัดออกไป ทำให้เสียงของผู้ใช้งานส่งไปถึงปลายทางได้อย่างชัดเจนถูกต้อง
ฟีเจอร์อัจฉริยะ

Sony WF-1000XM6 อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะมากมายที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ Adaptive Sound Control ที่สามารถจดจำได้ว่า ผู้สวมใส่กำลังทำอะไรและอยู่ที่ไหน เพื่อปรับการตั้งค่าเสียงรอบข้างให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ อย่างชาญฉลาด โดยใช้ AI ช่วยเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน และจดจำสถานที่ที่แวะไปเป็นประจำ เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่เหมาะสมที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป
Sony WF-1000XM6 สนับสนุนฟีเจอร์ Auracast ซึ่งสามารถฟังเพลง พร้อมกับเพื่อนๆ ที่ใช้หูฟังคนละตัวได้ โดยรองรับสมาร์ทโฟน Sony Xperia 1 IV, Xperia 1 V, Xperia 1 VI, Xperia 5 IV, Xperia 5 V รวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระดับเรือธงรุ่นใหม่ๆ ของ Samsung เช่น Galaxy S23 Series และรุ่นใหม่กว่า, Galaxy Z Fold5 และรุ่นใหม่กว่า, Galaxy Z Flip5 และรุ่นใหม่กว่า, Galaxy Tab S8 Series และรุ่นใหม่กว่า
ฟีเจอร์ Speak-to-Chat ที่มีในรุ่นก่อน ก็ถูกยกมาใส่ในรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการสนทนากับคนรอบข้าง ขณะที่สวมหูฟังอยู่ เพียงแค่พูดขึ้นมา เสียงเพลงในหูฟังจะหยุดเล่นโดยอัตโนมัติ พร้อมปิดระบบตัดเสียงรบกวนและเปิดรับเสียงจากภายนอก เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถสนทนากับคนข้างๆ ได้ทันที และเมื่อจบการสนทนา เสียงเพลงในหูฟังก็จะเริ่มเล่นอีกครั้งโดยไม่ต้องแตะปุ่มหรือสัมผัสใดๆ

Sony WF-1000XM6 ยังสามารถหยุดเล่นเพลงโดยอัตโนมัติ เมื่อถอดหูฟังออกจากหู และเมื่อสวมหูฟังอีกครั้ง เพลงก็จะเล่นต่อเนื่อง
ควบคุมผ่านระบบสัมผัส และเคลื่อนไหวศีรษะ

นอกจากควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่จับคู่ด้วย Sony WF-1000XM6 ยังรองรับการควบคุมด้วยท่าทาง ผ่านการสัมผัสที่พื้นผิวด้านนอกของหูฟังทั้ง 2 ข้าง โดยสามารถตั้งค่าคำสั่งหรือวิธีการควบคุมได้จากแอป Sony Sound Connect
ตัวอย่างคำสั่งระบบสัมผัส
- แตะ 1 ครั้ง สลับโหมด ANC/Ambient Sound
- แตะ 2 ครั้ง เปิด/ปิดไมโครโฟน
- แตะ 3 ครั้ง เปิดแอปที่ตั้งค่าไว้ เช่น Spotify

Sony WF-1000XM6 ยังรองรับเทคโนโลยีติดตามศีรษะ หรือ Head Gesture (เปิด/ปิดได้จากแอป Sony Sound Connect) ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถควบคุมการใช้งานบางอย่างได้ เพียงขยับศีรษะ ตัวอย่างเช่น เมื่อมีสายเรียกเข้าขณะสวมหูฟัง สามารถพยักหน้า เพื่อรับสายแล้วเริ่มสนทนาได้ทันที หรือส่ายหน้าถ้าไม่สะดวกรับสาย
รองรับชาร์จไว และชาร์จไร้สาย

Sony WF-1000XM6 ให้อายุการใช้งานสำหรับการฟังนานสูงสุด 12 ชั่วโมง เมื่อปิดระบบตัดเสียงรบกวน ANC (หรือนานต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC) สามารถชาร์จผ่านเคสได้อีก 2 รอบ หรือ 16 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง

เคสชาร์จของ Sony WF-1000XM6 รองรับระบบ Quick Charge ใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที อีกทั้งยังสนับสนุนการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless Charging) ตามมาตรฐาน Qi
สรุปราคาและการจำหน่าย

Sony WF-1000XM6 ยังคงมีจุดเด่นที่ระบบตัดเสียงรบกวน ซึ่งในรุ่นใหม่ได้รับการปรับปรุงด้วย QN3e ตัวประมวลผลตัดเสียงรบกวนแบบ HD ตัดเสียงรบกวนได้ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 25% ทำให้ฟังเพลงได้อย่างเต็มอิ่ม และยังให้ความสำคัญกับการโทรแบบแฮนด์ฟรี โดยอาศัย AI Beamforming และ Bone Conduction Sensor ทำให้เสียงสนทนาชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีดีไซน์สวยงาม พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะอีกมากมาย ที่ทำให้ Sony WF-1000XM6 เป็นหูฟังไร้สายระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาหูฟังตัดเสียงคุณภาพสูง สามารถใช้งานได้ดีทั้งในและนอกอาคาร



WF-1000XM6 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในราคา 11,990 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีลำโพงพกพาโซนี่ ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท เมื่อซื้อหูฟัง WF-1000XM6 และลงทะเบียนรับประกันสินค้า My Sony ผ่านไลน์ @SonyThai พร้อมตอบแบบสอบถามที่จะได้รับทางอีเมลหลังการลงทะเบียนรับประกันสินค้าภายในวันเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 – 30 เมษายน 2569








