บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวหูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด WF-1000XM6 ในตระกูล 1000X Series ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเสียงคุณภาพพรีเมียม โดยได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์คนรักเสียงดนตรีที่ต้องการประสบการณ์การฟังเหนือระดับ ผสานระบบตัดเสียงรบกวนประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น พร้อมการจูนเสียงร่วมกับทีมซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลก มอบประสบการณ์ “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” ควบคู่คุณภาพเสียงสนทนาและความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ยกระดับใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ขนาดกะทัดรัด ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายตลอดวัน และรองรับการใช้งาน Gemini ผู้ช่วย AI ยอดนิยม

มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “โซนี่มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการถ่ายทอดสารและห้วงอารมณ์จากครีเอเตอร์ ไม่เพียงแต่ช่างภาพเท่านั้น แต่รวมถึงครีเอเตอร์ในทุก ๆ ด้าน ซึ่งรวมถึงผู้สร้างเสียงดนตรีด้วย เราตั้งใจให้เทคโนโลยีช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ สร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าด้านความบันเทิง หูฟัง WF-1000XM6 โดดเด่นทั้งเรื่องคุณภาพเสียงที่ถูกจูนมาจากคนทำเพลงมืออาชีพระดับโลกและการตัดเสียงรบกวนนี้ จะทำให้ผู้ใช้ได้รับรู้และเข้าถึงทุกห้วงอารมณ์ที่คนทำเพลงตั้งใจรังสรรค์มาเป็นอย่างดี แม้จะถูกซ่อนอยู่ในโน้ตเล็ก ๆ ก็ตาม”

นายณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “WF-1000XM6 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับทั้งคุณภาพเสียงและประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ โดยอิงจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงในรุ่นก่อนหน้า เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนพัฒนาขึ้นกว่าเดิม 25% โดยเฉพาะการตัดเสียงรบกวนย่านกลาง-สูง ซึ่งเป็นย่านที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงพูดคุย เสียงยานพาหนะ หรือเสียงในร้านคาเฟ่ ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ชิปเซ็ตประมวลผลที่ถูกอัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ไดรเวอร์ใหม่ ผสานกับการได้รับการจูนเสียงจากซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับโลกหลายท่าน ทำให้ได้คุณภาพเสียงระดับพรีเมียมอย่างที่คนทำเพลงตั้งใจส่งมอบผลงานไปยังผู้ฟัง ปกติแล้วคนใช้หูฟังมักใช้เพื่อประชุมออนไลน์และคุยโทรศัพท์ คุณภาพไมค์สำหรับการสนทนาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งไมค์ของรุ่นนี้ให้เสียงชัดที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การเชื่อมต่อเสถียรยิ่งขึ้น และปัจจุบันเทรนด์การใช้ AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวเพิ่มขึ้น WF-1000XM6 ก็รองรับการใช้งาน Google Gemini อีกด้วย ทำให้หูฟังรุ่นนี้ครบเครื่องทั้งด้านคุณภาพและการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยการพัฒนาทั้งหมดนี้ WF-1000XM6 จึงเป็นหูฟังที่เรามั่นใจว่าผู้ใช้จะรู้สึก “อินเต็มเสียง ตัดทุกนอยส์” และจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย”

ที่สุดของระบบตัดเสียงรบกวน
WF-1000XM6 ยกระดับการตัดเสียงรบกวนด้วยความสามารถในการลดเสียงรบกวนได้มากขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า WF-1000XM5 โดยเฉพาะในย่านเสียงกลางถึงสูง ซึ่งเป็นเสียงที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงยานพาหนะ หรือเสียงในร้านคาเฟ่ หูฟังรุ่นใหม่นี้สามารถตัดเสียงรบกวนได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ในสถานการณ์ที่มีเสียงรบกวนมาก เช่น ระหว่างการเดินทางหรือขณะอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับชิปประมวลผล HD Noise Cancelling Processor QN3e ที่ควบคุมการทำงานของไมโครโฟนเพื่อการตัดเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ โดยมีไมโครโฟนถึง 4 ตัว ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนที่มี 3 ตัว ทำให้ได้ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนสูง
ขณะเดียวกัน ยังขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลอัจฉริยะ Integrated Processor V2 มาพร้อมระบบ Adaptive Noise Cancelling Optimiser ที่สามารถวิเคราะห์เสียงรบกวนภายนอกและสภาพการสวมใส่ได้แบบเรียลไทม์อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้การตัดเสียงรบกวนมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังได้รับการปรับปรุงให้สามารถลดเสียงรบกวนที่อาจเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างจุกหูฟังและรูหูได้ดียิ่งขึ้น โดยปรับให้เหมาะกับรูปทรงหูเฉพาะบุคคลของผู้ใช้แต่ละคนอย่างชาญฉลาด ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ WF-1000XM6 ยังมาพร้อมกับจุกหูฟัง Noise Isolation Earbud Tips ซึ่งออกแบบเฉพาะโดยโซนี่ เพื่อมอบความสบายขณะสวมใส่ ควบคู่กับการป้องกันเสียงรบกวนในระดับสูงสุด โดยมีให้เลือกถึง 4 ขนาด เพื่อความพอดีที่กระชับในทุกรูปทรงของใบหู
ประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม



WF-1000XM6 มาพร้อมคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม ด้วยพลังการทำงานร่วมกันของโปรเซสเซอร์ 2 ตัว ที่ประมวลผลเสียงได้อย่างแม่นยำ คมชัด และมีมิติ โดยชิป QN3e ทำหน้าที่ขับเคลื่อนภาคขยายเสียง DAC ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงได้อย่างคมชัดยิ่งขึ้น ขณะที่ Integrated Processor V2 รองรับการประมวลผลเสียงแบบ 32-bit จากเดิม 24-bit ในรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้ได้เสียงที่มีความละเอียดสูงและเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น
โซนี่ยังได้พัฒนาไดรเวอร์ยูนิตใหม่สำหรับรุ่นนี้ โดยออกแบบไดอะแฟรมให้มีโครงสร้างพิเศษ ผสมผสานวัสดุที่แตกต่างกันระหว่างส่วนโดมและขอบ โดยขอบที่นุ่มช่วยสร้างเสียงเบสลึกและเต็มอิ่ม ในขณะที่โดมที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ช่วยให้เสียงแหลมชัดเจนและครอบคลุมย่านความถี่สูงได้มากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการประมวลผลสัญญาณไปจนถึงการส่งเสียงออกมา ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้มีความแม่นยำสูง ลดความเพี้ยนของเสียง และถ่ายทอดเสียงคุณภาพสูงได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการเพิ่มรอยบากพิเศษที่ขอบไดอะแฟรม เพื่อช่วยให้เสียงที่ได้มีความชัดเจน
WF-1000XM6 ยังรองรับ Hi-Res Audio Wireless เทคโนโลยี DSEE Extreme ระบบเสียง 360 Reality Audio การปรับแต่งเสียงได้ 10 Band EQ ผ่านแอปพลิเคชัน Sony | Sound Connect รวมถึงฟีเจอร์ Headtracking และ Background Music Effect ที่ยกระดับประสบการณ์การฟังให้เหนือกว่าที่เคย
ปรับจูนเสียงโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในวงการดนตรี
หูฟังตระกูล 1000X ของโซนี่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อถ่ายทอดพลังของบทเพลงได้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นแนวดนตรีใดก็ตาม เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ตรงตามวิสัยทัศน์ของศิลปิน โซนี่จึงร่วมมือกับสตูดิโอชั้นนำระดับโลกในการปรับจูนเสียงอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับคำแนะนำจากทีมวิศวกรเสียงระดับรางวัลแกรมมี่ ทั้งผู้ชนะและผู้เข้าชิง อาทิ แรนดี้ เมอร์ริลล์ (Randy Merrill) จาก Sterling Sound ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Ed Sheeran, คริส เกอร์ริงเจอร์ (Chris Gehringer) ผู้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna และ Lady Gaga, ไมค์ เพียเซนตินี (Mike Piacentini) จาก Battery Studios ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงของ Bob Dylan และ ไมเคิล โรมาโนสกี (Michael Romanowski) จาก Coast Mastering ผู้มีผลงานร่วมกับ Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Star Wars ภาค 4, 5 และ 6
ด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ หูฟัง WF-1000XM6 จึงถูกออกแบบมาให้ถ่ายทอดเสียงได้อย่างที่ศิลปินต้องการอย่างแท้จริง — ทั้งความลึก รายละเอียด และอารมณ์ของเสียงที่ซื่อตรงต่อจินตนาการต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ผลงาน
คุณภาพเสียงสนทนาดีที่สุดจากโซนี่
WF-1000XM6 มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว และเซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก (Bone Conduction Sensor) ในแต่ละข้าง โดยใช้เทคโนโลยีอัลกอริทึมลดเสียงรบกวนแบบ AI Beamforming ขั้นสูง เพื่อแยกเสียงพูดของผู้ใช้งาน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หรือมีผู้คนพูดคุยอยู่รอบข้าง ระบบจะสามารถแยกเสียงของคุณออกจากเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจนตลอดการสนทนา
ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายในการสวมใส่



ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หูฟังตระกูล 1000X ของโซนี่ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักสรีรศาสตร์ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ เพื่อให้สวมใส่ได้กระชับและสบายอย่างแท้จริง โดยในรุ่น WF-1000XM6 ได้ยกระดับความสบายยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบตัวหูฟังให้โค้งรับกับสรีระภายในของใบหูอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดแรงกดทับและความรู้สึกอึดอัดเมื่อสวมใส่
ขณะเดียวกัน ดีไซน์ใหม่ยังมีขนาดตัวเครื่องที่บางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าราว 11% ช่วยลดการเสียดสีกับบริเวณโครงสร้างซับซ้อนของใบหู ทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างสบายแม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างระบายอากาศที่ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในตัวหูฟัง ลดเสียงรบกวนภายใน เช่น เสียงฝีเท้าหรือเสียงเคี้ยวอาหาร ช่วยให้เพลิดเพลินกับคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอรรถรสในทุกสถานการณ์
ด้านวัสดุและสีสันได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยพื้นผิว Premium Matte Texture ที่ให้สัมผัสเรียบหรู โดยสีดำ (Black) ถ่ายทอดความหรูหราแบบ Quiet Luxury ด้วยโทนสีลุ่มลึกและผิวสัมผัสแมตต์ที่ดูสุขุม ทันสมัย ขณะที่สีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) ให้ความรู้สึกเบาสบาย นอกจากนี้ วัสดุและดีไซน์ของเคสก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เปิดใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้ใช้เพียงมือเดียว และออกแบบให้หยิบหูฟังออกมาได้สะดวกกว่าที่เคย
ฟีเจอร์อัจฉริยะเพื่อประสบการณ์ฟังที่เหนือกว่า
WF-1000XM6 ยังคงรวมฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานชื่นชอบจากรุ่นก่อนหน้าไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Auto Play และ Adaptive Sound Control ที่ช่วยปรับเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ฟีเจอร์ Quick Access สำหรับเรียกใช้งานด่วน และเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน หูฟังรองรับการใช้งาน Google Gemini ที่ทำให้การใช้งานแบบแฮนด์ฟรีสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง เชื่อมต่อกับเพื่อน รับการแจ้งเตือน หรือพูดคุยกับ Gemini Live เพื่อแชร์ไอเดีย เพิ่มรายการใน Google Keep หรือจัดตารางใน Google Calendar ได้โดยไม่ต้องแตะโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย
ด้านการเชื่อมต่อ WF-1000XM6 ได้รับการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด ด้วยอัลกอริทึมขั้นสูง และเสาสัญญาณที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อได้มากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับเทคโนโลยี LE Audio ซึ่งเป็น Bluetooth® รุ่นถัดไปที่มาพร้อมค่าหน่วงต่ำพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกม หรือการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำแบบเรียลไทม์
ในส่วนของแบตเตอรี่ WF-1000XM6 สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ คุณจึงสามารถฟังเพลงได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด อีกทั้งยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี Qi เพื่อความสะดวกสูงสุดในการใช้งาน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือระหว่างเดินทาง และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว6 ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง
ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน

WF-1000XM6 ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ โดยเลือกใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลแบบหมุนเวียน (Circular Material) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของพลาสติกทั้งหมดที่ใช้ในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาพลาสติกใหม่ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ยังปราศจากพลาสติก 100% อย่างแท้จริง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
กำหนดการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่

WF-1000XM6 พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในราคา 11,990 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีลำโพงพกพาโซนี่ ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท เมื่อซื้อหูฟัง WF-1000XM6 และลงทะเบียนรับประกันสินค้า My Sony ผ่านไลน์ @SonyThai พร้อมตอบแบบสอบถามที่จะได้รับทางอีเมลหลังการลงทะเบียนรับประกันสินค้าภายในวันเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 – 30 เมษายน 2569





