Mark Gurman จากสำนักข่าว Bloomberg ออกมาเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ iPhone แบบพับได้ ที่เรียกกันว่า iPhone Ultra ตั้งแต่เบื้องหลังการพัฒนา ไปจนถึงการกำหนดราคา

นักข่าวของ Bloomberg รายงานว่า Tim Cook มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา iPhone จอพับได้ โดยระบุว่าในช่วงปี 2020 อดีตซีอีโอของ Apple ได้เดินทางกลับจากการเยือนเอเชียด้วยความตื่นตัวและกระตือรือร้นอย่างมากเกี่ยวกับโทรศัพท์แบบพับได้ ระหว่างการเดินทาง เขาได้เห็นผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นหันมาใช้อุปกรณ์พับได้จากแบรนด์ต่างๆ เช่น Samsung และ Huawei เขาจึงเชื่อมั่นว่า Apple จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน เพื่อแข่งขันในตลาด และได้ผลักดันให้บริษัทเร่งกระบวนการพัฒนาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทีมวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple ได้ศึกษาเรื่องโทรศัพท์แบบพับได้ หน้าจอ และชิ้นส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ Galaxy Fold รุ่นแรกจะเปิดตัวในปี 2019 ด้วยซ้ำ และก่อนที่ Tim Cook จะเข้ามามีบทบาทชี้นำ โครงการนี้เคยติดขัดอยู่กับการถกเถียงเรื่องรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์พับได้ของ Apple โดยแนวคิดแรกเริ่ม คือการทำ iPad mini ที่สามารถกางออกเป็นแท็บเล็ตขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่ Tim Cook ต้องการให้อุปกรณ์สุดท้ายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงตลาดวงกว้างได้มากกว่าในรูปแบบของ iPhone แบบพับได้ และเขาก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้อย่างใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

โครงการ iPhone แบบพับได้ เริ่มขึ้นภายใต้การดูแลของ Dan Riccio ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ก่อนหน้า John Ternus โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาท้าทายหลัก 4 ประการ ได้แก่ ลดรอยพับบนหน้าจอให้สังเกตเห็นได้น้อยที่สุด, เพิ่มความทนทานของบานพับ, สร้างกระจกปิดหน้าจอแบบยืดหยุ่นชนิดใหม่สำหรับหน้าจอฝั่งด้านใน และ พัฒนาเทคโนโลยีกล้องที่ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ
ท้ายที่สุด Apple ตัดสินใจเลือกใช้ระบบบานพับที่ผลิตจากไทเทเนียมและอะลูมิเนียม รวมถึงกระจกหน้าจอแบบพิเศษที่พัฒนาร่วมกับ Corning แม้ว่าจะมีความทนทานน้อยกว่า iPhone รุ่นอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เชื่อกันว่า Apple มั่นใจในคุณภาพการประกอบของ iPhone แบบพับได้รุ่นนี้ว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของตลาดสมาร์ตโฟนจอพับ และมองว่าบริษัทมีความได้เปรียบเหนืออุปกรณ์ Android ในด้านซอฟต์แวร์

Mark Gurman ยังตอกย้ำถึงข้อมูลสเปกที่เคยมีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงหน้าจอภายในขนาด 7.8 นิ้ว หน้าจอภายนอกขนาด 5.5 นิ้ว และดีไซน์ตัวเครื่องที่มีลักษณะกว้าง ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนา ทีมออกแบบของ Apple ได้เปรียบเทียบสัดส่วนของตัวเครื่องขณะพับกับหนังสือเดินทาง (Passport) และเปรียบเทียบสัดส่วนขณะกางออกกับ Magic Trackpad โดยมีการเลือกดีไซน์ที่เน้นความกว้างและสั้น เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดจอพับ และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค
Mark Gurman กล่าวว่า iPhone แบบพับได้รุ่นแรก อาจมีความทนทานน้อยกว่า iPhone รุ่นปกติ รวมถึงมีระบบกล้อง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เป็นรองกว่า แต่ถึงอย่างนั้น พนักงานของ Apple ต่างเชื่อมั่นว่า “บริษัทจะสามารถจำหน่าย iPhone จอพับได้ทุกเครื่องที่ผลิตออกมา”
นักข่าวของ Bloomberg ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความซับซ้อนทางวิศวกรรมของ iPhone แบบพับได้รุ่นนี้ “ถือเป็นโอกาสอันดีในการแสดงศักยภาพ” สำหรับ John Ternus ซีอีโอคนใหม่ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Apple มาก่อน โดยเชื่อกันว่า Ternus เป็นผู้ผลักดันหลักของอุปกรณ์รุ่นนี้ และมีบทบาทสำคัญในการ “ผลักดันโครงการให้สำเร็จลุล่วง” ร่วมกับ Tim Cook

สำหรับการกำหนดราคา iPhone จอพับได้ Mark Gurman เผยว่า ในช่วงแรกของการพัฒนา Apple ตั้งเป้าราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 65,790 บาท โดยหวังว่าจะรักษาราคาให้อยู่ต่ำกว่าระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการถอดแบบมาจากกลยุทธ์การเปิดตัว iPhone X ในปี 2017 ที่เริ่มต้นด้วยราคา 999 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบัน Apple ได้รับท่ามกลางผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วนหน่วยความจำ ทำให้มีรายงานว่าบริษัทได้กำหนดราคาใหม่ และตั้งราคา iPhone แบบพับได้ไว้ที่ 2,199 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 72,390 บาท โดยรุ่นที่มีความจุสูงอาจมีราคาสูงเกือบ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 98,690 บาท แม้บริษัทจะคาดการณ์ว่าผู้บริโภคอาจรู้สึกตกใจกับราคาที่สูงลิ่ว แต่พฤติกรรมของลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อ iPhone รุ่นที่มีความจุสูงขึ้น ทำให้บริษัทมั่นใจว่าการนำอุปกรณ์พับได้ระดับไฮเอนด์ออกสู่ตลาดนั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่า
ที่มา – MacRumors






