vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟน vivo V70 อย่างทางการในไทยแล้ว มีความโดดเด่นที่ดีไซน์สุดพรีเมียม จากวัสดุอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ตั้งแต่กรอบตัวเครื่อง รวมไปถึงโมดูลกล้องหลัง อีกทั้งยังมีพื้นที่ขอบหน้าจอรอบด้านที่บางเป็นพิเศษ ให้ประสบการณ์การรับชมแบบไร้ขอบ มาในสีสันที่ให้ความรู้สึกหรูหราทั้ง 3 สี ขณะที่การถ่ายภาพยังคงเป็นจุดเด่นของ vivo V70 เพราะได้รับกล้องหลัง 3 ตัว เลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS รวมถึงกล้องถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับโปร 50MP ZEISS Super Telephoto นอกจากนี้ ยังได้รับมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68&IP69 พร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt ขนาดใหญ่ 6500mAh ชาร์จไว 90W และทำงานบนระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดโดดเด่น ‘เสกช็อตลูกรักพระเจ้า’

สเปก vivo V70

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ความสว่างสูงสุด 5000 นิต
- กล้องหลัก 50MP Main + 50MP Telephoto + 8MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4
- ความจำ RAM 8GB / 12GB (LPDDR5X) + ROM 256GB / 512GB (UFS 4.1)
- ขยาย RAM ได้สูงสุด 12GB ผ่านฟีเจอร์ Extended RAM
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB Type-C (USB 2.0), OTG
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass, Gyroscope, Infrared
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0)
- ระบุตำแหน่ง GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
- ระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16
- มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 + IP69
- แบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 90W FlashCharge
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Golden Hour, Alpine Gray และ Authentic Black
แกะกล่อง vivo V70

vivo V70 ถูกบรรจุไว้ในกล่องสีดำ หน้ากล่องระบุชื่อรุ่น V70 ขนาดใหญ่ กำกับด้วยข้อความ Co-engineered with ZEISS อยู่ในกรอบวงแหวนที่ดูเหมือนจำลองมาจากกรอบของเลนส์กล้อง ซ้อนกับวงแหวนสีขาว ซึ่งสื่อถึงแฟลช Aura Light ที่ติดตั้งไว้กับกล้องหลัง และยังระบุว่ามาพร้อมฟีเจอร์ AI ด้วย พร้อมโลโก้ของระบบปฏิบัติการ OriginOS ที่มุมบนกล่อง
เมื่อยกฝากล่องขึ้นมา จะพบกับสมาร์ตโฟนเป็นอย่างแรก นอนอยู่บนถาดรองและถูกห่อหุ้มไว้อย่างดี เพื่อป้องกันริ้วรอยระหว่างขนส่ง หลังจากยกสมาร์ตโฟนและถาดรองออกไป จะเห็นว่าภายในกล่องแถมเคสมาให้แล้ว พร้อมด้วยคู่มือ ข้อมูลสำคัญและบัตรรับประกัน

เคสที่แถมมาในมีสีแตกต่างกันไปตามสีตัวเครื่อง vivo V70 สี Authentic Black จะได้รับเคสสีดำ ขณะที่สี Golden Hour และ Alpine Gray จะได้รับเคสแบบใส
ชั้นล่างสุดของกล่อง เป็นช่องเก็บหัวชาร์จ 90W Power Adapter, สายชาร์จ และ เข็มช่วยถอดช่องใส่ซิมการ์ด นอกจากนี้ vivo V70 ยังติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้แล้ว พร้อมใช้งานทันทีตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อฟิล์มกันรอยหรือเคสเพิ่มเติม
ดีไซน์พรีเมียม ทนน้ำทนฝุ่น IP68 & IP69

ดีไซน์โดยรวมของ vivo V70 เน้นความหรูหรา งานประกอบที่ประณีต และใช้วัสดุคุณภาพสูง ด้วยกรอบอะลูมิเนียมอัลลอย เกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ผ่านการขึ้นรูปด้วยความแม่นยำสูง ให้ความแข็งแกร่งและพรีเมียมด้วยผิวเคลือบเงา โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีทอง (Golden Hour), สีเทา (Alpine Gray) และ สีดำ (Authentic Black) ซึ่งทีมงานได้รับมารีวิวทั้ง 3 สี
vivo V70 สีทอง (Golden Hour) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงยามเย็นบนท้องฟ้า มอบโทนสีอบอุ่น นุ่มละมุน และเปล่งประกายอย่างมีเสน่ห์ในทุกมุมมอง ขณะที่สีเทา (Alpine Gray) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหน้าผาของภูเขา ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง ลุ่มลึก และทันสมัย สำหรับสีดำ (Authentic Black) มีพื้นผิวดําด้าน ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ดูเท่เหนือกาลเวลา ถ่ายทอดบุคลิกที่สุขุมลุ่มลึกให้กับผู้ใช้งานได้อย่างดี

มุมมองด้านหน้า เป็นพื้นที่ของจอแสดงผล OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ดีไซน์ขอบหน้าจอรอบด้านบางเฉียบเพียง 1.25 มิลลิเมตร เพื่อให้ประสบการณ์การรับชมแบบไร้ขอบ อีกทั้งยังให้ความสว่างสูงสุดถึง 5000nits และ 1800nits ช่วยให้มองเห็นหน้าจอได้อย่างชัดเจนในที่กลางแจ้ง ได้รับการปกป้องด้วยกระจก Diamond Shield Glass ทนต่อการตกกระแทกและรอยขีดข่วนได้อย่างดี

vivo V70 ซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก 3D บนหน้าจอ และติดตั้งกล้องหน้า 50MP ZEISS Group Selfie Camera สำหรับถ่ายเซลฟี่ และใช้สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกหรือยืนยันตัวตน
ดีไซน์ด้านหลังให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมียมตั้งแต่แรกเห็น ทั้งลวดลายบนฝาหลัง และดีไซน์กล้องหลังแบบ Dynamic Floating ที่ยกระดับขึ้นมาอีกชั้น ดูราวกับลอยตัวจากฝาหลัง โดยยกนูนขึ้นมาเพียง 3.29 มิลลิเมตร ช่วยให้จับถือได้อย่างเรียบเนียนสบายมือ ภายในโมดูลกล้องหลัง มาพร้อมกล้อง 3 ตัว จาก ZEISS และแฟลชวงแหวน Aura Light

ขอบด้านข้างเป็นอะลูมิเนียมคุณภาพสูง มีความบางเพียง 7.40 มิลลิเมตร สำหรับสี Authentic Black หรือ 7.59 มิลลิเมตร สำหรับสี Golden Hour และ Alpine Gray ทางขวามีปุ่มปรับระดับเสียง วางอยู่เหนือปุ่มเปิด-ปิดหน้าจอ (เมื่อกดค้างจะเปิด-ปิดเครื่อง)

ด้านบนพบไมโครโฟนตัวที่ 2 ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง, ลำโพงสเตอริโอ และ เซ็นเซอร์อินฟราเรด

ด้านล่างประกอบด้วยลำโพงสเตอริโอ, ไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และ ถาดใส่ซิมการ์ด

นอกจากนี้ vivo V70 ยังได้รับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 หมายความว่า สามารถอยู่รอดในน้ำที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที และทนน้ำที่มีอุณหภูมิสูงได้ (ประมาณ 80 องศาเซลเซียส) และมีฟีเจอร์ไล่น้ำออกจากช่องลำโพงด้วย

จากการทดสอบของ vivo พบว่า vivo V70 สามารถทนฝนได้นานต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง และอยู่รอดในน้ำลึกสูงสุด 3 เมตร และยังผ่านการทดสอบตกจากความสูง 1.8 เมตร บนพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ

กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์ ZEISS

vivo ยังคงทำงานร่วมกับ ZEISS อย่างต่อเนื่อง ทำให้กล้องหลังของ vivo V70 ได้รับเลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS ประกอบด้วย กล้องหลัก 50MP ZEISS OIS Main Camera, กล้อง 50MP ZEISS Super Telephoto Camera และ กล้อง 8MP ZEISS Ultra Wide-Angle Camera พร้อมด้วยแฟลช Aura Light ติดตั้งอยู่เหนือกล้อง Ultra Wide

- กล้องหลัก 50MP ZEISS OIS Main Camera ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX766 ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.88 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS (Optical Image Stabilization)
- กล้อง 50MP ZEISS Super Telephoto Camera ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX882 ขนาด 1/1.95 นิ้ว รูรับแสง f/2.65 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS ซูมแบบออปติคัล 3 เท่า และ รองรับ Hyper Zoom ซูมสูงสุด 100 เท่า
- กล้อง 8MP ZEISS Ultra Wide-Angle Camera ใช้เซ็นเซอร์ OMNIVISION OV08F ขนาด 1/4 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ให้มุมมองกว้าง 115 องศา

เปิดเข้ามาในแอปกล้องของ vivo V70 จะพบกับโหมดถ่ายภาพ Night, Portrait, Photo, Video, Micro Movie, High Resolution, Panorama, Ultra HD Document, Slo-mo, Time-lapse, Supermoon, Stage, Astro, Pro, Snapshot, Food, Underwater Photography และ Dual View


กล้องหลังของ vivo V70 มีไฮไลท์ที่โหมด Portrait ซึ่งมาพร้อม ZEISS Multifocal Portrait ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่ระยะ 23 มม. เหมาะสำหรับบันทึกภาพการท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บวิวทิวทัศน์, 35 มม. สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบเต็มตัวพร้อมฉากหลักที่สวยงาม, 50 มม. สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบครึ่งตัว, 85 มม. สำหรับถ่ายภาพบุคคลที่ใกล้ยิ่งขึ้นแบบช่วงอกขึ้นไป และ 100 มม. เน้นถ่ายภาพใบหน้าของบุคคล

โหมด Portrait มีเอฟเฟกต์โบเก้ละลายฉากหลังระดับมืออาชีพ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเลนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEISS เช่น Biotar, B-speed, Sonnar, Planar, Distagon, Cine-flare และ Cinematic พร้อมฟีเจอร์ Beauty สำหรับปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น และฟิลเตอร์ Basic style ที่มีโทนสี B&W, Texture, Vivid, ZEISS ถัดมาจะเป็น Personalized styles มีฟิลเตอร์ Classic negative, Positive film, Clear blue, Grapefruit, Night breeze และอีกหลายฟิลเตอร์

แถบเครื่องมือด้านบนของโหมด Portrait นอกจากมีไอคอนแฟลชสำหรับเปิดแสง Aura Light ยังมีฟีเจอร์ AI Visual (ไอคอน AI) เมื่อเปิดใช้งาน จะพบเครื่องมือสร้างเอฟเฟกต์สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศโดยรอบให้เป็นภูมิประเทศ หรือ ฤดูกาลต่างๆ ตามต้องการ ประกอบด้วย 4 ธีม ได้แก่ Period, Region, Seasons และ Creativity






- Period สามารถเปลี่ยนบรรยากาศโดยรวมของภาพถ่ายให้เป็นสภาพอากาศในช่วงเวลาต่างๆ ได้ เช่น เช้า กลางวัน เย็น ถึงกลางคืน
- Region ช่วยสร้างเอฟเฟกต์ตามภูมิประเทศ เช่น Snow Town, Desert และ Island
- Seasons สามารถเปลี่ยนฉากให้เป็นฤดูกาลต่างๆ เช่น เปลี่ยนฉากที่ถ่ายในไทยให้เป็น Winter ที่มีหิมะตก
- Creativity ใส่เอฟเฟกต์สนุกๆ สร้างสรรค์ภาพถ่ายให้น่าสนใจ ตั้งแต่สไตล์ Cyberpunk ไปจนถึงโลก Animation

กล้อง 50MP ZEISS Super Telephoto Camera ยังทํางานร่วมกับ Stage Mode สำหรับถ่ายวิดีโอคอนเสิร์ต หรือ การแสดงบนเวทีโดยเฉพาะ ช่วยให้ซูมไกล 10x ได้อย่างคมชัดเหมือนอยู่หน้าเวที พร้อมด้วยเทคโนโลยี Nice 2.0 ช่วยเก็บรายละเอียดของตัวศิลปินบนเวที แสงสี และบรรยากาศ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีไมโครโฟน 3 ตำแหน่ง สามารถบันทึกเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม

โหมด Photo สามารถได้ถ่ายได้ตั้งแต่ระยะมุมกว้าง 0.6x (เปิดใช้งานกล้อง Ultra Wide), 1x ,2x, 3x, 10x และสูงสุด 100x มาพร้อมฟิลเตอร์ Basic styles และ Personalized styles เช่นเดียวกับโหมด Portrait




แถบเครื่องมือด้านบนของโหมด Photo มีฟีเจอร์ใช้งานแสง Aura Light สามารถตั้งค่าให้เปิดอัตโนมัติ (ขึ้นอยู่กับสภาพแสงโดยรอบ), เปิด, เปิดตลอด (มีแถบให้เลื่อนปรับความสว่างได้) ไอคอนถัดมาเป็นฟีเจอร์ Live Photo ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวันให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

โหมด Video สามารถซูมได้ในช่วง 0.6x, 1x, 2x, 3x สูงสุด 15x มาพร้อมฟีเจอร์ Beauty สำหรับเพิ่มความงามบนใบหน้า และ Filters ช่วยปรับแต่งโทนภาพของวิดีโอในแบบที่ผู้ใช้งานต้องการ สามารถเปิดแฟลช Aura Light ได้จากแถบเครื่องมือด้านบน ไอคอนถัดมาสำหรับเปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหว และ ปรับความละเอียดของวิดีโอ (รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที)
นอกจากนี้ vivo V70 ยังมีโหมด Micro Movie ที่มีเอฟเฟกต์และเทมเพลตสวยๆ ให้เลือกใช้งานสำหรับถ่ายคลิปวิดีโอสั้นเพื่อแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ และโหมด Dual View สามารถถ่ายวิดีโอโดยบันทึกภาพจากกล้องหน้าและกล้องหลังในเฟรมเดียวกัน
กล้องหน้า 50MP ZEISS Group Selfie Camera

vivo V70 ได้รับกล้องหน้า 50MP ZEISS Group Selfie Camera ใช้เซ็นเซอร์ ISOCELL JN1 ขนาด 1/2.76 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ให้มุมมองภาพ 92 องศา อีกทั้งยังมีระบบออโต้โฟกัสทำให้ใบหน้าคมชัดทั้งในระยะใกล้และระยะไกล พร้อมด้วย AI Facial Contouring ช่วยปรับรูปหน้า และ AI Professional Portrait (GTR 2.0) ช่วยเกลี่ยผิวใบหน้า
โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x จึงสามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม มาพร้อมฟิลเตอร์ Basic style ที่มีโทนสี B&W, Texture, Vivid, ZEISS และ Personalized styles มีฟิลเตอร์ Classic negative, Positive film, Clear blue ขณะที่แถบเครื่องมือด้านบน สามารถเปิดแฟลชได้ โดยอาศัยแสงสว่างจากจอแสดงผลแทนแฟลช ถัดมาเป็นฟีเจอร์ Live Photo

โหมด Portrait ซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x มีเอฟเฟกต์โบเก้ละลายฉากหลังจาก ZEISS ได้แก่ Biotar, Sonnar, Planar, Distagon และ Cinematic ไอคอนถัดลงมาเป็นฟีเจอร์ Beauty สำหรับปรับแต่งความงามบนใบหน้า รวมถึง Makeup ช่วยแต่งหน้า นอกจากนี้ ยังมีฟิลเตอร์ Basic style และ Personalized styles เช่นเดียวกับโหมด Photo

โหมด Video ของกล้องหน้า รองรับการซูม 3 ระยะเช่นเดียวกัน สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที เพิ่มฟิลเตอร์ได้ เช่น Grapefruit, Night breeze รวมถึงฟีเจอร์ Beauty ที่สามารถปรับแต่งความงามบนใบหน้า โหมด Night ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x รองรับฟีเจอร์ Beauty ที่สามารถปรับแต่งความงามบนใบหน้าได้อย่างละเอียด








แบตใหญ่ 6500mAh ชาร์จเร็ว 90W

vivo V70 รองรับการใช้งานที่ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt ที่มีความจุมากถึง 6500mAh ขณะที่ตัวเครื่องมีความบางเพียง 7.40 มิลลิเมตร อีกทั้งยังสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 90W FlashCharge สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% ในเวลาอันรวดเร็ว แถมอุปกรณ์ชาร์จเร็วมาให้แล้วในกล่อง ไม่ต้องหาซื้อแยกต่างหาก นอกจากนี้ แบตเตอรี่ BlueVolt ของ vivo V70 ยังมีสุขภาพดีกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป เทียบได้กับการใช้งานนาน 4 ปี

ชิป Snapdragon 7 Gen 4 พร้อมระบบระบายความร้อน VC

ด้านประสิทธิภาพ vivo V70 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU แบบ Octa Core ที่มีความเร็วสูงสุด 2.8GHz ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น 27% ขณะที่ GPU แรงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 7 Gen 3 เสริมด้วยระบบระบายความร้อน VC Cooling System ขนาดใหญ่ที่สุดใน V Series ครอบคลุมพื้นที่ 4200 ตารางมิลลิเมตร ช่วยระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ใช้งานหนักต่อเนื่อง ก็ยังทํางานได้อย่างเสถียร และราบรื่น

vivo V70 ยังได้รับการอัปเกรดความจำให้ดีขึ้นด้วย RAM แบบ LPDDR5X เร็วขึ้น 75% จับคู่กับ ROM แบบ UFS 4.1 เร็วขึ้น 400% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความจำ 3 ตัวเลือก ได้แก่ 12GB + 512GB / 12GB + 256GB / 8GB + 256GB ไม่รองรับการ์ด microSD แต่มีฟีเจอร์ Extended RAM สามารถยืมความจุ ROM มาใช้เป็นความจำ RAM ได้สูงสุด 12GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 24GB (รุ่น RAM 8GB ขยาย RAM เสมือนจริงได้สูงสุด 8GB)
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ

นอกจากความแรงของชิปประมวลผล vivo V70 ยังได้รับการอัปเกรดระบบเชื่อมต่อไร้สายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมเสาอากาศดีไซน์ใหม่ Dual-Bridge Signal Concurrency ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณให้เสถียรกว่าเดิม ทำงานร่วมกับ AI Super Link ระบบปรับสัญญาณพิเศษสําหรับพื้นที่หนาแน่น เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา และสถานีขนส่ง ให้ใช้งานได้ราบรื่นขึ้น

vivo V70 ยังสนับสนุนการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual SIM Dual Standby (รองรับ 5G ทั้ง 2 ซิม), Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4 และยังมี IR Blaster สามารถใช้ vivo V70 เป็นรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้
หน้าจอ 6.59 นิ้ว สวยสด คมชัด

vivo V70 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED สีสันสมจริง 1.07 พันล้านสี ความละเอียด 2750 x 1260 พิกเซล ขนาด 6.59 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 459 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz รองรับขอบเขตสีกว้าง P3 และ HDR10+
จอแสดงผลของ vivo V70 ใช้วัสดุเปล่งแสง VM9 ที่ให้ความสว่างมากขึ้น แต่ใช้พลังงานน้อยลง โดยให้ความสว่างทั่วหน้าจอ 1800nits และความสว่างสูงสุดถึง 5000nits อีกทั้งยังผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Certification ช่วยถนอมดวงตาจากแสงสีฟ้า
3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0

vivo V70 ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก 3D บนหน้าจอ ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และ ปลอดภัย สามารถสแกนลายนิ้วมือได้ แม้นิ้วมือเปียกหรือทาโลชั่นบำรุงผิว ด้วยเก็บลายนิ้วมือในรูปแบบ 3D ทำให้มีความแม่นยำและปลอดภัยสูง อีกทั้งยังติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ทำให้ปลดล็อกได้สะดวกรวดเร็วกว่าเดิม
สรุปราคาและการจำหน่าย

vivo V70 จัดว่าเป็นสมาร์ตโฟนระดับกลาง แต่หลังจากได้ทดลองใช้งานแล้ว พบว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นสมาร์ตโฟนระดับเรือธง เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ที่หรูหรา ใช้วัสดุพรีเมียม ให้ทั้งความสวยงามและทนทาน ถ่ายภาพได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกล้องพอร์ตเทรต 50MP ZEISS Super Telephoto Camera ซึ่งความจริงกล้องทุกตัวรวมถึงกล้องหน้าของ vivo V70 ล้วนได้รับเลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS จึงถ่ายภาพได้อย่างคมชัดในทุกสถานการณ์ ด้านประสิทธิภาพก็มีการอัปเกรดหน่วยความจำให้เร็วขึ้นกว่าเดิม มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh ชาร์จไว 90W จอแสดงผล 1.07 พันล้านสี ขนาด 6.59 นิ้ว ดีไซน์(เกือบ)ไร้ขอบ และยังมีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือสุดล้ำแบบ 3D Ultrasonic ทั้งหมดนี้ทำให้ vivo V70 เป็นสมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการประสบการณ์แบบเดียวกับเรือธง ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป
เป็นเจ้าของ vivo V70 ได้แล้ววันนี้มีให้เลือกทั้งหมด 3 ได้แก่ Golden Hour, Alpine Gray และ Authentic Black โดยมีให้เลือก 3 ความจุดังนี้
- vivo V70 ( 8GB+256GB ) ราคา 15,999 บาท
- vivo V70 ( 12GB+256GB ) ราคา 18,499 บาท
- vivo V70 ( 12GB+512GB ) ราคา 20,999 บาท
รับของสมนาคุณพิเศษมากมาย
vivo Care ประกันตัวเครื่อง 2 ปี ประกันหน้าจอแตก 2 ปี 1 ครั้ง ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี (สุขภาพแบตเตอรี่ต่ำกว่า 80% เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง) มูลค่า 9,999 บาท และ V70 Premium Gift (Case) มูลค่า 1,099 บาท







