Apple ปรับราคา iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch รุ่นเก่า ที่จะนำมาเข้าโปรแกม Trade In สำหรับใช้เป็นส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าส่วนใหญ่ลดลงเล็กน้อย แต่ก็มีบางรายการที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และบางรุ่นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

iPhone
- iPhone 16 Pro Max มูลค่าสูงสุด 685 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 21,632 ราวบาท (ราคาเดิมสูงสุด 670 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,162 บาท)
- iPhone 16 Pro มูลค่าสูงสุด 550 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 17,362 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone 16 Plus มูลค่าสูงสุด 455 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,365 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 450 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,208 บาท)
- iPhone 16 มูลค่าสูงสุด 435 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13,734 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 420 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13,260 บาท)
- iPhone 16e มูลค่าสูงสุด 310 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,786 บาท (รับ Trade In เป็นครั้งแรก)
- iPhone 15 Pro Max มูลค่าสูงสุด 465 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,679 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 470 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,837 บาท)
- iPhone 15 Pro มูลค่าสูงสุด 375 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,842 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,632 บาท)
- iPhone 15 Plus มูลค่าสูงสุด 320 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,105 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 330 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,417 บาท)
- iPhone 15 มูลค่าสูงสุด 310 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,786 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone 14 Pro Max มูลค่าสูงสุด 350 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,048 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 370 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,679 บาท)
- iPhone 14 Pro มูลค่าสูงสุด 295 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,312 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,468 บาท)
- iPhone 14 Plus มูลค่าสูงสุด 235 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,417 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 240 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,575 บาท)
- iPhone 14 มูลค่าสูงสุด 225 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,101 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 220 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,944 บาท)
- iPhone SE (รุ่นที่ 3) มูลค่าสูงสุด 75 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,367 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,525 บาท)
- iPhone 13 Pro Max มูลค่าสูงสุด 305 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,627 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,468 บาท)
- iPhone 13 Pro มูลค่าสูงสุด 240 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,575 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 230 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,263 บาท)
- iPhone 13 มูลค่าสูงสุด 195 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,157 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,680 บาท)
- iPhone 13 mini มูลค่าสูงสุด 145 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,576 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,734 บาท)
- iPhone 12 Pro Max มูลค่าสูงสุด 220 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,944 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone 12 Pro มูลค่าสูงสุด 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,680 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว บาท)
- iPhone 12 มูลค่าสูงสุด 125 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,946 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 130 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,104 บาท)
- iPhone 12 mini มูลค่าสูงสุด 85 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,683 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 90 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,841 บาท)
- iPhone SE (รุ่นที่2) มูลค่าสูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,578 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone 11 Pro Max มูลค่าสูงสุด 145 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,576 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,734 บาท)
- iPhone 11 Pro มูลค่าสูงสุด 130 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,104 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone 11 มูลค่าสูงสุด 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,157 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone XS Max มูลค่าสูงสุด 90 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,841 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,157 บาท)
- iPhone XS มูลค่าสูงสุด 65 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,052 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 70 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,210 บาท)
- iPhone XR มูลค่าสูงสุด 80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,526 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone X มูลค่าสูงสุด 60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,895 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- iPhone 8 Plus มูลค่าสูงสุด 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,263 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,578 บาท)
- iPhone 8 มูลค่าสูงสุด 35 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,105 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,263 บาท)

iPad
- iPad Pro มูลค่าสูงสุด 670 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,166 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 685 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,640 บาท)
- iPad Air มูลค่าสูงสุด 445 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,058 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,636 บาท)
- iPad มูลค่าสูงสุด 220 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,949 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 170 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,370 บาท)
- iPad mini มูลค่าสูงสุด 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,897 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 255 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,055 บาท)
Mac
- MacBook Pro มูลค่าสูงสุด 685 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 21,639 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 710 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 22,427 บาท)
- MacBook Air มูลค่าสูงสุด 485 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15,320 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 470 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14,846 บาท)
- iMac มูลค่าสูงสุด 355 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,213 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 375 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,845 บาท)
- iMac Pro มูลค่าสูงสุด 325 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,267 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- Mac mini มูลค่าสูงสุด 340 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,741 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- Mac Studio มูลค่าสูงสุด 975 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 30,802 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 1,030 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,540 บาท)
- Mac Pro มูลค่าสูงสุด 2,090 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 66,028 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 2,520 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 79,619 บาท)
Apple Watch
- Apple Watch Series 10 มูลค่าสูงสุด 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,739 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,055 บาท)
- Apple Watch Ultra 2 มูลค่าสูงสุด 295 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,320 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 335 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,584 บาท)
- Apple Watch Series 9 มูลค่าสูงสุด 120 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,792 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 125 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,950 บาท)
- Apple Watch Ultra มูลค่าสูงสุด 215 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,795 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 245 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,743 บาท)
- Apple Watch Series 8 มูลค่าสูงสุด 90 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,844 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 95 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,002 บาท)
- Apple Watch SE (รุ่นที่ 2) มูลค่าสูงสุด 55 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,738 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,896 บาท)
- Apple Watch Series 7 มูลค่าสูงสุด 65 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,054 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
- Apple Watch Series 6 มูลค่าสูงสุด 45 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,422 บาท (ราคาเดิมสูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,580 บาท)
- Apple Watch SE (รุ่นที่ 1) มูลค่าสูงสุด 30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 948 บาท (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
ที่มา – MacRumors






