วันนี้ Apple ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้คู่กับ Mac ได้อย่างสวยงามลงตัว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป จนถึงมือโปรระดับโลก Studio Displayใหม่มาพร้อมกล้อง Center Stage 12MP ซึ่งวันนี้มีคุณภาพของภาพที่ดียิ่งขึ้น และรองรับมุมมองด้านหน้าโต๊ะ พร้อมด้วยชุดไมโครโฟน 3 ตัวคุณภาพระดับสตูดิโอ รวมถึงระบบเสียง 6 ลำโพงที่เต็มอิ่มสมจริงพร้อมเสียงเชิงมิติพื้นที่ และยังมาพร้อมการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 อันทรงพลังที่สามารถเชื่อมต่อแบบดาวน์สตรีมกับอุปกรณ์เสริมความเร็วสูงได้มากขึ้น หรือเชื่อมต่อแบบเดซี่เชนกับจอภาพเพิ่มเติม Studio Display XDR แบบใหม่หมดจะยกระดับประสบการณ์จอภาพระดับโปรไปอีกขั้น ด้วยจอภาพ Retina 5K XDR ขนาด 27 นิ้ว ที่มาพร้อมแบ็คไลท์แบบ Mini-LED สุดล้ำที่มีโซนหรี่แสงเฉพาะที่กว่า 2,000 โซน, ความสว่าง SDR สูงสุด 1,000 นิต และความสว่าง HDR สูงสุดเฉพาะจุด 2,000 นิต ทั้งยังรองรับขอบเขตสีที่กว้างขึ้น คอนเทนต์ จึงดูโดดเด่นเหมือนลอยออกมาจากหน้าจอด้วยคอนทราสต์ที่ตื่นตาตื่นใจ สีสันที่สดใส และมีความถูกต้องสมจริง ยิ่งไปกว่านั้น Studio Display XDR ซึ่งมีอัตรารีเฟรช 120Hz ยังตอบสนองต่อคอนเทนต์ได้รวดเร็วฉับไว้ยิ่งขึ้นด้วย และมาพร้อมการซิงค์แบบปรับได้เอง หรือ Adaptive Sync ที่จะปรับอัตราเฟรมอย่างเหมาะสมตลอดเวลาขณะเล่นวิดีโอหรือเกมที่เน้นกราฟิกหนักๆ นอกจากนี้ Studio Display XDR ยังมีกล้องและระบบเสียงอันล้ำสมัยไม่ต่างจาก Studio Display รวมถึงการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 เพื่อทำให้การเตรียมพื้นที่สำหรับเวิร์กโฟลว์ระดับโปรเป็นเรื่องง่าย Studio Display ใหม่พร้อมฐานตั้งที่ปรับความเอียงได้ราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท และ Studio Display XDR พร้อมฐานตั้งที่ปรับความเอียงและความสูงได้ราคาเริ่มต้นที่ 109,900 บาท และทั้งสองรุ่นจะมีจำหน่ายพร้อมตัวเลือกกระจกมาตรฐานหรือกระจก Nano-texture และสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม และจะวางจำหน่ายในวันพุธที่ 11 มีนาคม

“Apple เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการสร้างจอภาพที่ล้ำหน้าที่สุดของโลกเพื่อให้มือโปรสามารถเนรมิตผลงานที่ดีที่สุดได้ และวันนี้เราขอตอกย้ำเรื่องนี้อีกครั้งด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ Studio Display ใหม่” John Ternus รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple กล่าว “Studio Display ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นด้วยกล้อง Center Stage 12MP ใหม่และการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 อันทรงพลัง ขณะที่ Studio Display XDR คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในด้านเทคโนโลยี XDR ด้วยแบ็คไลท์แบบ Mini-LED, ความสว่าง HDR สูงสุดเฉพาะจุด 2,000 นิต, ความถูกต้องแม่นยำของสีสันที่เหนือชั้น และอัตรารีเฟรช 120Hz ซึ่งจะพลิกโฉมเวิร์กโฟลว์อย่างการสร้างภาพยนตร์ การออกแบบและสิ่งพิมพ์ และแอนิเมชั่น 3D ไปโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเป็นจอภาพระดับโปรที่ดีที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย”
Studio Display — คู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Mac

Studio Display ใหม่นำคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมมารวมเข้ากับคุณสมบัติที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมเมื่อเชื่อมต่อกับ Mac โดยรองรับเวิร์กโฟลว์ระดับโปรหลากหลายประเภท ตั้งแต่การปรับแต่งภาพถ่ายและตัดต่อวิดีโอ จนถึงการเขียนโค้ด การสร้างงานเพลง และงานทั่วไปในชีวิตประจำวัน จอภาพ Retina 5K ขนาด 27 นิ้ว ที่สวยงามน่าทึ่งนี้มีจำนวนพิกเซลมากกว่า 14 ล้านพิกเซล, ความสว่าง 600 นิต และรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 เพื่อภาพที่สวยสดสมจริง Studio Display ยังมีกล้อง Center Stage 12MP ซึ่งวันนี้รองรับมุมมองด้านหน้าโต๊ะ, ชุดไมโครโฟน 3 ตัวคุณภาพระดับสตูดิโอ และระบบเสียง 6 ลำโพงที่เหนือชั้นพร้อมวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น 4 ตัวที่ให้เสียงเบสทุ้มลึกขึ้น 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รวมถึงทวีตเตอร์ประสิทธิภาพสูงอีก 2 ตัวเพื่อเสียงที่เต็มอิ่มสมจริง และ Studio Display ยังรองรับการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 ด้วยพอร์ต 2 พอร์ต ผู้ใช้จึงเชื่อมต่อแบบเดซี่เชนกับ Studio Display ได้สูงสุด 4 จอ รวมเป็นจำนวนพิกเซลสูงถึงเกือบ 60 ล้านพิกเซล หรือสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมความเร็วสูงได้1 นอกจากนั้นยังมีพอร์ต USB-C อีก 2 พอร์ต สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงและการชาร์จ และผู้ใช้ยังสามารถใช้สาย Thunderbolt 5 Pro ที่มีมาให้เพื่อเชื่อมต่อแบบ ออลอินวันได้อย่างสะดวกสบายด้วยกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 96 วัตต์ ซึ่งมากพอสำหรับการชาร์จแบบเร็วกับ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว2Studio Display จะมีวางจำหน่ายพร้อมตัวเลือกกระจกมาตรฐานและกระจก Nano-texture สำหรับสภาพแสงที่ท้าทาย ทั้งยังมาพร้อมฐานตั้งแบบปรับความเอียงได้ หรือสามารถเลือกเป็นฐานตั้งแบบปรับความเอียงและความสูงได้ หรืออะแดปเตอร์ตัวยึด VESA สำหรับจัดวางที่โต๊ะในแบบของตัวเอง
Studio Display XDR — จอภาพระดับโปรที่ดีที่สุดในโลก

Studio Display XDR แบบใหม่หมดมาพร้อมเทคโนโลยีจอภาพที่ล้ำหน้าที่สุด และคุณสมบัติที่ครบเครื่องสำหรับผู้ใช้ระดับโปรที่ต้องการประสิทธิภาพขั้นสุดในการแสดงผล ทั้งความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 2,000 นิต, อัตราส่วนคอนทราสต์: 1,000,000:1, การรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 และ Adobe RGB, อัตรารีเฟรช 120Hz, การซิงค์แบบปรับได้เอง, การผสานระหว่างกล้องและระบบเสียงอันทรงพลัง รวมถึงการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 เรียกได้ว่า Studio Display XDR ออกแบบมาเพื่อเวิร์กโฟลว์อย่างการตัดต่อวิดีโอ HDR และการเรนเดอร์ 3D อย่างแท้จริง
เทคโนโลยีจอภาพ XDR สุดล้ำ

Studio Display XDR คือจอภาพ Retina 5K XDR ขนาด 27 นิ้ว ที่สวยสดงดงาม พร้อมความละเอียด 5120 x 2880 จึงสามารถถ่ายทอดรายละเอียดและความคมชัดได้อย่างเยี่ยมยอด โดยมีแบ็คไลท์แบบ Mini-LED ที่ใช้ประโยชน์จากโซนหรี่แสงเฉพาะที่ 2,304 โซนเพื่อเร่งคอนทราสต์ให้ถึงขีดสุด นอกจากนี้ Studio Display XDR ยังมีความสว่างที่โดดเด่น โดยมีความสว่าง SDR สูงสุด 1,000 นิต, ความสว่าง HDR สูงสุดเฉพาะจุด 2,000 นิต และอัตราส่วนคอนทราสต์1,000,000:1 ช่วงไดนามิกที่กว้าง ตั้งแต่ความสว่างที่สว่างสุดๆ จนถึงสีดำที่ดำสนิทนี้ ทำให้คอนเทนต์ HDR โดดเด่นเหมือนลอยออกมาจากหน้าจอ ทั้งยังช่วยลดอาการแสงกระจายเป็นวงรอบวัตถุและแสงฟุ้งได้อีกด้วย
สีสันที่ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

Studio Display XDR เหมาะสำหรับมือโปรด้านสิ่งพิมพ์และการออกแบบ เพราะเพิ่มการรองรับขอบเขตสี Adobe RGB นอกเหนือจากขอบเขตสีกว้างแบบ P3 จึงใช้เป็นจอภาพอ้างอิงได้ดียิ่งขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือสีสันที่ครอบคลุม Rec. 2020 เกินกว่า 80% สำหรับการตัดต่อวิดีโอ HDR และการเกรดสี นอกจากนี้ยังเข้าถึงทั้งขอบเขตสีกว้างแบบ P3 และ Adobe RGB ได้จากค่าสำเร็จรูปที่เป็นค่าเริ่มต้นค่าเดียวกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความลื่นไหลให้กับเวิร์กโฟลว์ระดับโปรที่ต้องสลับไปมาระหว่างขอบเขตสีบ่อยๆ
อัตรารีเฟรช 120Hz ที่ลื่นไหลและการซิงค์แบบปรับได้เอง

Studio Display XDR มีอัตรารีเฟรชที่ 120Hz จึงทำให้การเคลื่อนไหวมีความลื่นไหลและตอบสนองรวดเร็วทันใจสุดๆ ในขณะที่การซิงค์แบบปรับได้เองหรือ Adaptive Sync รองรับการปรับอัตรารีเฟรชอย่างต่อเนื่องในช่วงตั้งแต่ 47Hz ถึง 120Hz จึงทำให้การเล่นเกมมีความไหลลื่นโดยสามารถแสดงแต่ละเฟรมได้เร็วขึ้นและมีความหน่วงในการแสดงผลที่ต่ำลง
ชุดกล้อง ระบบเสียง และการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 ที่ทรงพลัง

Studio Display XDR มาพร้อมกล้อง Center Stage 12MP ที่จะช่วยจัดให้ผู้ใช้อยู่กลางเฟรมเสมอแม้จะเคลื่อนไหวไปมา และวิดีโอคอลก็จะดูน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยมุมมองด้านหน้าโต๊ะ ซึ่งจะแสดงผู้ใช้พร้อมกับมุมมองของโต๊ะทำงานจากด้านบน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสาธิตโปรเจ็กต์สร้างสรรค์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีชุดไมโครโฟน 3 ตัวคุณภาพระดับสตูดิโอพร้อมบีมฟอร์มมิ่งตามทิศทางของเสียง และระบบเสียง 6 ลำโพงที่เต็มอิ่มสมจริงพร้อมการรองรับเสียงเชิงมิติพื้นที่
Studio Display XDR ยังรองรับการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 โดยมีพอร์ตแบบดาวน์สตรีมพอร์ตที่สองสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมความเร็วสูงหรือเชื่อมต่อแบบเดซี่เชนกับจอภาพ และเมื่อมีพอร์ต USB-C เพิ่มมา 2 พอร์ตที่ช่วยให้เชื่อมต่อได้มากขึ้น Studio Display XDR จึงสามารถทำหน้าที่เป็นฮับ Thunderbolt ได้โดยไม่ต้องเพิ่มอุปกรณ์ใดๆ ให้เกะกะพื้นที่ทำงาน ขณะเดียวกันก็สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุด 140 วัตต์ผ่านสาย Thunderbolt 5 Pro ที่มีมาให้ ซึ่งมากพอสำหรับการชาร์จแบบเร็วกับ MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว2
ฐานตั้งและอุปกรณ์เสริมอเนกประสงค์

Studio Display XDR มาพร้อมฐานตั้งที่ปรับความเอียงและความสูงให้เหมาะกับความต้องการของพื้นที่ทำงานหลากหลายแบบได้ โดยฐานตั้งมีช่วงความสูง 105 มม. พร้อมแขนถ่วงน้ำหนักที่จะทำให้จอภาพรู้สึกราวกับไร้น้ำหนัก ทั้งยังปรับตำแหน่งได้ง่าย และคงอยู่ในตำแหน่งเดิมได้อย่างแม่นยำ หรือจะเลือกเป็นอะแดปเตอร์ตัวยึด VESA สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ฐานตั้ง ตัวยึด และแขนจับยึดที่ใช้งานร่วมกับ VESA ได้ เพื่อจัดวางจอภาพที่โต๊ะในแบบของตัวเอง
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Studio Display กับสิ่งแวดล้อม
ทั้ง Studio Display และ Studio Display XDR ต่างก็ได้รับการสร้างมาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และทำให้ Apple ขยับเข้าใกล้เป้าหมายตามแผนการอันมุ่งมั่นที่จะทำให้ฟุตพริ้นต์ ทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 ไปอีกขั้น โดยทั้งคู่ผลิตขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งประกอบด้วยอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ในฐานตั้ง และกระจกรีไซเคิล 80% ตัวเลือกกระจกแบบมาตรฐาน นอกจากนี้ทั้ง Studio Display และ Studio Display XDR ยังได้รับการออกแบบมาให้ทนทาน สามารถซ่อมแซมได้ ทั้งยังมาพร้อมบริการช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม โดยเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของ Apple ในด้านการประหยัดพลังงานและความปลอดภัยทางเคมี ส่วนบรรจุภัณฑ์กระดาษก็ทำจากเยื่อไม้ 100% และออกแบบให้ยุบได้เพื่อให้นำไปรีไซเคิลได้ง่ายอีกด้วย3
ราคาและการวางจำหน่าย
- ลูกค้าสามารถสั่งซื้อ Studio Display และ Studio Display XDR ใหม่ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันพุธที่ 4 มีนาคมทาง apple.com/th/store และแอป Apple Store โดยจะเริ่มจัดส่งถึงลูกค้าและวางจำหน่ายใน Apple Store รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple ในวันพุธที่ 11 มีนาคม
- ในขณะที่ Studio Display ราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท และมีราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 49,600 บาท Studio Display XDR จะเข้ามาแทนที่ Pro Display XDR โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 109,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 106,600 บาท
- ดูข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติม รวมถึงตัวเลือกกระจก Nano-texture และฐานตั้งแบบต่างๆ ได้ที่ apple.com/th/store
- Magic Keyboard พร้อม Touch ID และปุ่มตัวเลข (6,590 บาท), Magic Trackpad (4,890 บาท) และ Magic Mouse (2,490 บาท) ในสีดำและสีขาวมีจำหน่ายที่ apple.com/th/store
- AppleCare มอบบริการช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม โดยมาพร้อมตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ Apple ลูกค้าสามารถเลือก AppleCare+ เพื่อคุ้มครอง Studio Display และ Studio Display XDR เครื่องใหม่ โดยแผนมาพร้อมการรับประกันสำหรับอุบัติเหตุอย่างการตกกระแทกและทำน้ำหกใส่ การบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และบริการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญของ Apple ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/applecare






