หลังจากที่ Samsung ยกทัพเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ทั้ง Galaxy Z Fold 8 Ultra ,Galaxy Z Fold 8 และ Galaxy Z Flip 8 ทางการแล้ว ยังได้เปิดตัวสมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ในโอกาสเดียวกันด้วย และตอนนี้ทีมงาน @flashfly กำลังอยู่กับ Galaxy Watch Ultra2 ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ติดตามสุขภาพครบครันแบบเดียวกับที่พบใน Galaxy Watch9 แต่เหนือกว่าที่ดีไซน์และวัสดุ เพื่อรองรับผู้ใช้งานที่เน้นการออกกำลังกายอย่างจริงจัง รวมถึงนักกีฬาระดับมืออาชีพที่ชอบความท้าทาย ไปจนถึงนักผจญภัย

สเปก Samsung Galaxy Watch Ultra2

- จอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว ความสว่าง 5000 นิต
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Barometer, Gyroscope, Geomagnetic, Infrared Temperature, Light, Optical Heart Rate, Fall Detection, Compass, Enhanced Bioactive Sensor (Optical Bio-signal Sensor + Electrical Heart Signal + Bioelectrical Impedance Analysis)
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS (L1+L5)
- การเชื่อมต่อ 4G LTE (eSIM), Bluetooth 6.0, Wi-Fi 802.11a/b/g/n (2.4/5GHz), NFC
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon Wear Elite (SW6100)
- ความจำ RAM 2GB พื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 64GB
- ระบบปฏิบัติการ One UI 9 บนพื้นฐาน Wear OS 7
- มาตรฐานป้องกันน้ำ 10ATM, IP69K, EN13319
- มาตรฐานการทดสอบความทนทาน MIL-STD-810H
- ลำโพงและไมโครโฟนในตัว
- แบตเตอรี่ 800mAh
- ขนาดตัวเรือน 47.1 x 47.4 x 10.7 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเรือน 61.5 กรัม (ไม่รวมสาย)
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Titanium Silver และ Titanium Gray
ดีไซน์แกร่ง สู้แสงใส่ดำน้ำได้

Samsung Galaxy Watch Ultra2 ผลิตออกมาให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทาเข้ม Titanium Gray ขณะที่ทีมงาน @flashfly ได้รับสี Titanium Silver มารีวิว ซึ่งตัวเรือนจะเป็นสีเงินหรือสีเทาที่เฉดสีอ่อนกว่า Titanium Gray และมาพร้อมสายสีเขียวเข้มสวมใส่สบาย เหมาะกับสายออกกำลังอย่างมาก

ตัวเรือน Galaxy Watch Ultra2 ทำมาจากวัสดุไทเทเนียมที่มีความแข็งแกร่งทนทาน และป้องกันจอแสดงผลด้วยกระจก Sapphire มาพร้อมหน้าปัดวงกลมขนาด 1.5 นิ้ว ให้ความสว่างสูงสุดถึง 5,000 นิต (Galaxy Watch Ultra รุ่นแรก มีความสว่างสูงสุด 3,000 นิต) ถือว่าสว่างที่สุดในตลาดในตอนนี้เลยทีเดียว

ด้านหลังตัวเรือนเต็มไปด้วยเซ็นเซอร์วัดค่าสุขภาพต่างๆ เริ่มตั้งแต่เซ็นเซอร์พื้นฐานสำหรับตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Variability หรือ HRV) รวมถึงอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกายระหว่างการออกกำลังกาย (VO2 Max)

ที่น่าสนใจก็คือ Galaxy Watch Ultra2 สามารถวัดระดับสารแคโรทีนอยด์ในร่างกาย เพื่อประเมินความสามารถในการต้านทานสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) และสามารถติดตามค่า AGEs (Advanced Glycation End Products) หรือที่เรารู้กันก็คือ สารเร่งความชราที่เกิดจากเรากินน้ำตาลเยอะและไปจับกับโปรตีนในร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดเซลล์อักเสบ โดยเซ็นเซอร์ต่างๆ ของ Galaxy Watch Ultra2 มีความแม่นยำสูง และยังไม่พบความสามารถแบบเดียวกันนี้ในสมาร์ทวอทช์แบรนด์ทั่วไปที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน

Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800mAh ซึ่งใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน แต่กลับมีดีไซน์ที่บางลง เหลือเพียง 10.7 มิลลิเมตร (Galaxy Watch Ultra รุ่นแรก มีความจุแบตเตอรี่ 590mAh ตัวเรือนบาง 12.1 มิลลิเมตร) ส่วนองค์ประกอบต่างๆ ยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของช่องลำโพง และ ไมโครโฟน

ปุ่ม Quick Button สีส้ม ยังมีมาให้เหมือนเดิม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดฟังก์ชันโปรดที่ใช้งานเป็นประจำ เช่น ฟีเจอร์ติดตามการออกกำลังกาย เพื่อเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว แถมปุ่มกดสองปุ่มบนล่างยังเป็นเซ็นเซอร์ในการวัดค่าต่างๆในร่างกายอีกด้วย

ที่สำคัญ Galaxy Watch Ultra2 ยังมีความทนทานเป็นพิเศษ สามารถต้านทานน้ำตามมาตรฐาน 10ATM, IP69K (รุ่นแรกรองรับ IP68) รวมถึงมาตรฐานทางวิศวกรรม EN13319 สำหรับการดำน้ำ และผ่านมาตรฐานการทดสอบความทนทานทางทหารของสหรัฐอเมริกา MIL-STD-810H

สำหรับตัวสายของ Galaxy Watch Ultra 2 นั้นจะเป็นดีไซน์แบบเจาะรู 2 รูปรับขยับตะขอเกี่ยวได้ง่าย และสวมใส่แน่นหนาไม่หลุดง่ายๆแน่นอน มีคำว่า Ultra ที่ปลายสาย ตัดด้วยขอบสีส้มแบบเดียวกับปุ่มด้านข้าง แถมยังถอดเปลี่ยนสายได้ง่ายดายอีกด้วย
สร้างมาเพื่อการวิ่งเทรล

นอกจากติดตามการวิ่งบนพื้นราบปกติ Galaxy Watch Ultra2 ยังมีฟีเจอร์วิ่งเทรลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สามารถวิ่งชมธรรมชาติบนป่าเขาได้อย่างมั่นใจไม่ต้องกลัวหลง เพราะ Galaxy Watch Ultra2 รองรับไฟล์ GPX (GPS Exchange Format) ที่ซิงค์ผ่านแอป Samsung Health เพื่อแสดงเส้นทาง และ ระยะทาง นอกจากนี้ Galaxy Watch Ultra2 ยังระบุพิกัดได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากมี GPS แบบความถี่คู่ และสามารถบอกระดับความสูงแบบเรียลไทม์ได้
ระหว่างวิ่ง Galaxy Watch Ultra2 ยังคอยตรวจวัดอุณหภูมิผิวหนัง แคลอรี่ และอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อประเมินการสูญเสียน้ำในร่างกาย และบอกปริมาณน้ำที่ควรดื่ม เพื่อชดเชยจากการสูญเสียเหงื่อ
ดำน้ำลึกสูงสุด 100 เมตร

นอกจากติดตามการวิ่งเทรล Galaxy Watch Ultra2 ยังมีฟีเจอร์ดำน้ำ โดยออกแบบตัวเรือนให้มีความทนทานสูง ป้องกันน้ำได้ถึงระดับ 10ATM รวมถึง IP69K (รุ่นแรกรองรับ IP68) และ EN13319 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยุโรปสำหรับอุปกรณ์วัดความลึกและอุปกรณ์วัดเวลาสำหรับการดำน้ำ


สิ่งที่ Galaxy Watch Ultra2 ได้รับการอัปเกรดจากรุ่นแรกก็คือ รองรับโหมดดำน้ำของ Mares ซึ่งทำหน้าที่เป็น Dive Computer App เปลี่ยนสมาร์ตวอตช์ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์คำนวณการดำน้ำ สามารถบอกข้อมูลที่สำคัญสำหรับนักดำน้ำ เช่น ความลึก, ระยะเวลาการดำน้ำ, อัตราการขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อให้ดำน้ำได้อย่างปลอดภัย
แบรนด์เดียวที่สามารถประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรง

นอกเหนือจากการติดตามสุขภาพขั้นพื้นฐานที่พบได้ในสมาร์ตวอตช์ส่วนใหญ่ในตลาด Samsung ยังเป็นแบรนด์เดียวในโลก ที่สามารถประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน, หัวใจ, สโตรก, อัลไซเมอร์ โดยอ้างอิงจากการตรวจวัดสุขภาพที่สำคัญ 4 อย่าง ได้แก่ AGEs + Antioxidant, Snore Detection + Sleep Apnea, Body Composition และ Measure Blood Pressure (รองรับทั้ง Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9)

วัดค่า AGEs และสารต้านอนุมูลอิสระ

สมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ของ Samsung สามารถวัดค่า AGEs (Advanced Glycation End Products) หรือที่รู้จักกันในชื่อสารเร่งความชรา ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะไขมันและน้ำตาล แน่นอนว่าถ้ามีค่า AGEs สะสมในร่างกายมากเกินไป ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานได้ ขณะเดียวกัน Galaxy Watch Ultra2 ยังสามารถวัดค่า Antioxidant หรือ สารต้านอนุมูลอิสระ ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นสารที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของความเสื่อมและโรคต่างๆ

ตรวจจับการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
Galaxy Watch Ultra2 ยกระดับความสามารถในการติดตามสุขภาพการนอนหลับให้ล้ำหน้าขึ้นไปอีกขั้น นอกจากประเมินระยะเวลาในการนอน ยังสามารถตรวจจับการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ หลังจากตื่นนอนสามารถตรวจสอบได้ว่าคืนที่ผ่านมามีการหยุดหายใจขณะหลับกี่ครั้งใน 1 ชั่วโมง รวมถึงตรวจสอบปริมาณออกซิเจนขณะนอนหลับ ถ้าหากอยู่ในระดับต่ำเกินไป อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์
ตรวจองค์ประกอบของร่างกาย

เมื่อมี Galaxy Watch Ultra2 ที่สามารถตรวจองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) ซึ่งสามารถประเมินสุขภาพเชิงลึกได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการวัดสัดส่วน มวลไขมัน กล้ามเนื้อ กระดูก และ น้ำในร่างกาย โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกาย ถ้าอยู่ในระดับสูง อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้
วัดความดันโลหิตได้

ความดันโลหิต เป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญอีกเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่า Galaxy Watch Ultra2 สามารถวัดความดันโลหิตได้ และถ้ามีความดันโลหิตสูงเกินไป ก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะสโตรก หรือ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ภาวะสโตรกมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ดังนั้น การใช้ Galaxy Watch Ultra2 คอยตรวจสอบสุขภาพอยู่เป็นประจำอาจช่วยชีวิตได้ทันท่วงที

ฟีเจอร์วัดความดันจะต้องมีการปรับทียบ (calibrate) กับเครื่องวัดความดันแบบสอดแขน ทุกๆ 4 สัปดาห์
Stress โหมดวัดความเครียด

ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงโดยตัว Galaxy Watch Ultra2 สามารถวัดค่าความเครียดให้ตลอดทั้งวัน รวมถึงยังมีโหมดที่ฝึกให้เราผ่อนคลายความเครียดได้ อย่างเช่นฝึกการหายใจเข้าและออก
ชิปเซ็ต Snapdragon Wear Elite แบตเตอรี่ใหญ่กว่าเดิม
Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon Wear Elite (SW6100) RAM 2GB พื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 64GB รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE (eSIM) ทำให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่พลาดทุกสายในติดต่อหรือการแจ้งเตือนต่างๆ สามารถติดตั้งแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ง่ายๆผ่าน Play Store บนข้อมือเลย
รองรับการใช้งานกับ Gemini สามารถสอบถามพูดคุยได้โดยตรงจากข้อมือได้เลย สะดวกมากๆหรือกดที่ปุ่มบนขวาค้างไว้ก็เรียกได้
ที่น่าแปลกใจก็คือ Galaxy Watch Ultra2 มีดีไซน์บางลงจากรุ่นแรกถึง 1.4 มิลลิเมตร แต่กลับมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น 210mAh เมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็ม 100% จะให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 100 ชั่วโมง เมื่อปิด GPS หรือ 20 ชั่วโมง เมื่อเปิด GPS เพียงพอสำหรับการวิ่ง

ทั้งนี้ Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800mAh โดยมีขนาดตัวเรือนบางเพียง 10.7 มิลลิเมตร ขณะที่ Galaxy Watch Ultra รุ่นแรก มีความจุแบตเตอรี่ 590mAh ขนาดตัวเรือน 12.1 มิลลิเมตร
หน้าจอ 1.5 นิ้ว สว่างสูงสุด 5,000nits

จอแสดงผลของ Galaxy Watch Ultra รุ่นแรก ให้ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต แต่จอแสดงผลของ Galaxy Watch Ultra2 ให้ความสว่างสูงสุด 5,000 นิต หมายความว่าการดูหน้าจอในที่กลางแจ้งจะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยใช้จอแสดงผล Super AMOLED ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ขนาด 1.5 นิ้ว พร้อมรองรับโหมด Always On Display ที่มีสีสันเต็มรูปแบบ

สรุปราคาและการจำหน่าย

Samsung Galaxy Watch Ultra2 เป็นสมาร์ตวอตช์ที่มีประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวยงามพรีเมียมและทนทาน เพียบพร้อมไปด้วยฟีเจอร์ติดตามสุขภาพและโหมดการออกกำลังกายที่ครอบคลุมทุกชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะวิ่งเทรลและดำน้ำ อีกทั้งยังเหนือกว่าคู่แข่งจากแบรนด์อื่น สำหรับตรวจวัดสุขภาพที่สำคัญ เช่น สารเร่งความชราและสารต้านอนุมูลอิสระ, ตรวจจับการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, ตรวจองค์ประกอบของร่างกาย รวมถึงความดันโลหิต โดย Samsung เป็นแบรนด์เดียวในโลกที่วัดค่า 4 พฤติกรรมได้ครบ พร้อมบอกสัญญาณ ความเสียงการเกิดโรค เบาหวาน สโตรก หัวใจ อัลไซเมอร์ เพราะ Galaxy Watch มี BioActive เซนเซอร์ที่ล้ำกว่า ถึง 7 สี (แบรนด์อื่นมี 3-5 สี)

ด้วยฟีเจอร์ติดตามสุขภาพที่ครบครันเหนือคู่แข่งผสานกับดีไซน์ที่ทนทานเป็นพิเศษ ทำให้ Galaxy Watch Ultra2 รองรับการใช้งานที่สมบุกสมบัน ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬามือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ นักกีฬาเอ็กซ์ตรีม นักดำน้ำ และนักผจญภัย ที่ต้องการสมาร์ตวอตช์ระดับพรีเมียมที่มีประสิทธิภาพสูง
Galaxy Watch Ultra2 LTE วางจำหน่ายในราคา 25,900 บาท
Galaxy Watch9 จะมี 2 ขนาดคือ 40mm และ 44mm มีราคาดังต่อไปนี้
- Galaxy Watch9 40mm Bluetooth ราคา 12,900 บาท
- Galaxy Watch9 40mm LTE (Online Exclusive) ราคา 13,900 บาท
- Galaxy Watch9 44mm Bluetooth ราคา 14,900 บาท
- Galaxy Watch9 44mm LTE (online Exclusive) ราคา 15,900 บาท
โปรโมชั่น Pre-order สำหรับช่องทางออนไลน์เท่านั้น ใส่โค้ด GADGET รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อพร้อมสมาร์ทโฟนที่ร่วมรายการ หรือ ซื้อเดี่ยวลด 10% พร้อมรับฟรีสายนาฬิกา ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. 69 – 13 ส.ค. 69






