Visual Capitalist ทำตารางเปรียบเทียบราคา iPhone 17 Pro รุ่นเริ่มต้น 256GB ที่วางจำหน่ายใน 41 ประเทศ เพื่อดูว่าแต่ละประเทศมีราคาขายปลีกแตกต่างกันอย่างไร เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Deutsche Bank

ข้อมูลจาก Deutsche Bank ชี้ว่า iPhone 17 Pro ในตุรกี มีราคาแพงที่สุด ด้วยราคา 2,592 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 86,090 บาท บราซิลอยู่อันดับ 2 ที่ราคา 2,260 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 75,090 บาท ตามมาด้วยอียิปต์ที่ราคา 1,872 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 62,190 บาท
ในทางกลับกัน ญี่ปุ่น เป็นประเทศเดียวที่ขาย iPhone 17 Pro ในราคาถูกกว่าสหรัฐอเมริกา ที่ 1,121 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 37,290 บาท สำหรับประเทศไทย อยู่อันดับที่ 31 ด้วยราคา 1,350 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 44,890 บาท
ภาษี อากรนำเข้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และกฎระเบียบแต่ละประเทศ ทำให้ราคาขายปลีกของ iPhone ในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน
ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่ครองอันดับครึ่งบนของตาราง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาหลังจากรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีมาตรฐานตั้งแต่ 27% ในฮังการี ไปจนถึงมากกว่า 8% ในสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกสุดท้ายแตกต่างกันอย่างมาก
ตุรกีเป็นประเทศที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด นอกจากภาษีมูลค่าเพิ่ม 20% สมาร์ตโฟนยังต้องเสียภาษีการบริโภคพิเศษ และค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน ทำให้ราคาขายปลีกสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ญี่ปุ่นถือเป็นตลาดสมาร์ตโฟนที่มีการแข่งขันสูง โดยมีภาษีการบริโภคที่ค่อนข้างต่ำเพียง 10% และกลยุทธ์การกำหนดราคาของ Apple ที่มีมาอย่างยาวนาน ช่วยให้ราคาสินค้าค่อนข้างต่ำ

ที่มา – Visual Capitalist






