REDMI พร้อมทำตลาดสมาร์ตโฟน REDMI Note 17 Series ในไทยแล้ว โดยทีมงาน @flashfly ได้รับ REDMI Note 17 Pro Max 5G มารีวิว ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของ Note 17 Series โดดเด่นที่ดีไซน์มีความแข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะกันน้ำ กันกระแทก ที่สำคัญ ยังรับประกันความเสียหายจากของเหลวด้วย อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10000mAh และยังชาร์จเร็วสูงถึง 100W นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นที่จอแสดงผลที่คมชัด กล้องหลัก 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS และลำโพงสเตอริโอ ให้เสียงดังกระหึ่ม

สเปก REDMI Note 17 Pro Max 5G

- จอแสดงผล POLED ขนาด 6.83 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz
- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล + กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 6 Gen 5
- ความจำ RAM 8GB (LPDDR5X) + ROM 256GB / 512GB (UFS 4.0)
- ขยายความจำ RAM ได้อีก 8GB ผ่านฟีเจอร์ RAM Extension
- ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res Audio
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi, Bluetooth, USB-C
- ลำโพงคู่ (เพิ่มระดับเสียง 400%)
- ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3 บนพื้นฐาน Android 16
- ฟีเจอร์ AI: Xiaomi HyperAI, Google Gemini, Circle to Search
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66 / IP68 / IP69 / IP69K
- แบตเตอรี่ 10000mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 100W HyperCharge
- รองรับการชาร์จแบบ Wired Reverse Charging สูงสุด 27W
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Cloud Blush และ Black
- ขนาดตัวเครื่อง 163.44 x 78.27 x 8.6 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 229.5 กรัม
แกะกล่อง

REDMI Note 17 Pro Max 5G จัดส่งมาในกล่องสีขาว หน้ากล่องพิมพ์ชื่อรุ่นขนาดใหญ่ชัดเจนไว้ในกรอบสีเทา ถัดลงมาบอกจุดเด่นที่เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 100W HyperCharge ความจำ RAM สูงสุด 16GB (ในตัว 8GB ขยายได้อีก 8GB) และภาพด้านหลังของสมาร์ตโฟน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี 2 สี ได้แก่ Cloud Blush และ Black

ข้างกล่องระบุชื่อสมาร์ตโฟน REDMI Note 17 Pro Max 5G อีกข้างติดโลโก้ ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS ใต้กล่องมีฉลากให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อรุ่น สีตัวเครื่อง ความจำ และ อุปกรณ์ภายในกล่อง



ภายในกล่อง แน่นอนว่ามีสมาร์ตโฟนพร้อมแบตเตอรี่ในตัว, หัวชาร์จ 100W Power Adapter, สายชาร์จ, เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด, เคส, ข้อมูลด้านความปลอดภัย, คู่มือฉบับย่อและบัตรรับประกัน


ดีไซน์แกร่งเต็มแม็กซ์ และให้ความคุ้มครองที่เหนือกว่า

REDMI Note 17 Series ให้ความสำคัญในด้านดีไซน์ที่มีทั้งความสวยงามพรีเมียมและแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ REDMI Note 17 Pro Max 5G และ REDMI Note 17 Pro 5G ที่ได้รับมาตรฐานความทนทานป้องกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP66, IP68, IP69 และ IP69K จาก TÜV SÜD สามารถอยู่รอดจากการแช่น้ำลึก 2 เมตร นานสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง (รุ่นก่อนผ่านการทดสอบ 24 ชั่วโมง)

REDMI Note 17 Pro Max 5G ผ่านการรับรองความทนทานด้านการกันน้ำระดับ 5 ดาว จาก TÜV SÜD โดยถูกทดสอบความสามารถในการป้องกันน้ำอย่างเข้มงวดถึง 8 รายการ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถป้องกันน้ำได้อย่างแน่นอนในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงในห้องปฏิบัติการ

เบื้องหลังที่ทำให้ REDMI Note 17 Pro Max 5G ทนทานต่อน้ำได้ดีกว่ารุ่นก่อน มาจากการปรับปรุงส่วนประกอบภายในให้ป้องกันน้ำได้ถึง 17 ชิ้นส่วน ได้แก่ กล่องลำโพงด้านบน, กล่องลำโพงด้านล่าง, ชุดพอร์ต USB Type-C, หน้าจอ (สารซีล + MS + กาวสำหรับการซ่อมด้วยความร้อน + กาวอุดช่องว่าง), ไมโครโฟนหลัก, ไมโครโฟนรอง, เลนส์กล้อง, ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, ปุ่มปรับระดับเสียง, ช่องลำโพง, ถาดใส่ซิมการ์ด, รูเข็มสำหรับถอดถาดซิม, ช่องพอร์ต USB, ฝาหลังตัวเครื่อง (กาวกรอบ + กาวร้อน), ชิ้นตกแต่งโลหะ, โครงยึดชิ้นตกแต่ง และ วาล์วระบายแรงดันอากาศชนิดซึมผ่านได้สูง

สำหรับความทนทานต่อแรงกระแทก REDMI Note 17 Pro Max 5G ถูกสร้างมาให้ทนต่อการตกบนพื้นผิวหินแกรนิตจากความสูง 3 เมตร (รุ่นก่อนผ่านการทดสอบที่ความสูง 2.5 เมตร) และผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว ซึ่งมีการทดสอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความทนทานต่อการตกกระแทก การบิดงอ และแรงกดทับ จึงมั่นใจได้ในเรื่องความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รองรับการใช้งานในระยะยาว 6 ปี เป็นอย่างน้อย

นอกจากนี้ REDMI Note 17 Pro Max 5G ยังได้รับการป้องกันหน้าจอด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus 2 หนึ่งในกระจกป้องกันหน้าจอที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน ช่วยเสริมความทนทานให้กับจอแสดงผล ไม่ว่าจะรอยขีดข่วน หรือการตกกระแทกจากอุบัติเหตุเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน

ที่สำคัญก็คือ REDMI Note 17 Pro Max 5G เป็นสมาร์ตโฟนเพียงไม่กี่รุ่นในตลาดที่กล้าให้การรับประกันความเสียหายที่เกิดจากของเหลว โดยครอบคลุมการรับประกัน 5 รายการ ดังนี้
- เปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี ภายใน 5 ปี
- ซ่อมแซมหน้าจอฟรี ภายใน 3 ปี
- เปลี่ยนฝาหลังฟรี ภายใน 2 ปี
- ซ่อมแซมจากความเสียหายที่เกิดจากของเหลวฟรี ภายใน 2 ปี
- รับประกันคุณภาพ 2 ปี

สีสันใหม่ Cloud Blush



REDMI Note 17 Pro Max 5G มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Cloud Blush และ Black โดยทีมงาน @flashfly ได้รับสี Cloud Blush มารีวิว ซึ่งมีความพิเศษที่เทคโนโลยีการเคลือบผิวให้มีเอฟเฟกต์ไล่ระดับสีอย่างสวยงาม และสีสันยังเปลี่ยนระดับความเข้มและจางแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแสงสว่างหรือแสงแดด อีกทั้งยังมีภาพกลุ่มเมฆเป็นลวดลาย แต่ถูกซ่อนไว้ในพื้นผิวให้มองเห็นได้ในบางสภาพแสงเท่านั้น

ดีไซน์กล้องหลังของ REDMI Note 17 Pro Max 5G ถูกปรับให้มีกรอบเล็กลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับ REDMI Note 15 Pro 5G และย้ายตำแหน่งจากกึ่งกลาง ไปไว้ตรงมุมบนซ้าย

มุมมองด้านหน้า เป็นพื้นที่ของจอแสดงผล POLED ขนาด 6.83 นิ้ว ดีไซน์ขอบหน้าจอบางเฉียบรอบด้าน ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2 และซ่อนกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล ไว้ในช่องเจาะวงกลม อีกทั้งยังได้รับการคุ้มครองความเสียหายของหน้าจอนาน 3 ปี

ส่วนขอบตัวเครื่องรัดด้วยกรอบสีเทา ดีไซน์เรียบแบน วางปุ่มปรับระดับเสียงไว้บนปุ่มพาวเวอร์

ด้านบนมีลำโพงสเตอริโอ (ขับเสียงร่วมกับลำโพงด้านล่าง) และ ไมโครโฟนตัวที่ 2 ช่วยเพิ่มคุณภาพในการบันทึกเสียงและสนทนา

ด้านล่างมีลำโพงสเตอริโอ, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C, ไมโครโฟนตัวหลัก และ ถาดใส่ซิมการ์ด
แบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10000mAh ชาร์จเร็ว 100W HyperCharge

แบตเตอรี่เป็นอีกจุดเด่นของสมาร์ตโฟน REDMI Note 17 Pro Max 5G เนื่องจากมีความจุมากถึง 10000mAh เยอะกว่าคู่แข่งที่มีราคาใกล้เคียงกันถึง 2 เท่า โดยใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน ทำให้สามารถบรรจุความจุแบตเตอรี่ได้มากขึ้นภายใต้ตัวเครื่องที่ยังคงความบาง และด้วยความจุมากถึง 10000mAh ทำให้ REDMI Note 17 Pro Max 5G รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 3 วัน หรือดูวิดีโอ TikTok ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 30 ชั่วโมง

ถึงแม้จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10000mAh แต่ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 100W HyperCharge (แถมหัวชาร์จ 100W มาให้ในกล่อง) ใช้เวลาชาร์จเพียง 20 นาที ก็เพียงพอสำหรับพกพาไปใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ชาร์จเพียง 30 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ 49% และสามารถชาร์จเต็ม 100% ภายในเวลา 80 นาที

REDMI Note 17 Pro Max 5G ยังรองรับการชาร์จแบบ Wired Reverse Charging สูงสุด 27W ทำหน้าที่เป็นพาวเวอร์แบงก์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นได้ผ่านสาย OTG ไม่ว่าจะชาร์จหูฟังไร้สาย สมาร์ตวอตช์ หรือแม้แต่สมาร์ตโฟน อย่างเช่น ชาร์จ iPhone 17 ให้เต็มได้ในเวลา 104 นาที

ด้านความปลอดภัย REDMI Note 17 Pro Max 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ผ่านการรับรองจาก TÜV SÜD ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญของประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ได้แก่ การใช้งานในอุณหภูมิสุดขั้ว สามารถทำงานได้อย่างเสถียรทั้งในสภาพอากาศที่รุนแรง, ทนทานต่อแรงกระแทก, รองรับการใช้งานในระยะยาว สามารถชาร์จได้ 1,600 รอบ โดยยังคงความจุแบตเตอรี่ในระดับ 80% และ ให้พลังงานที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานตลอดวัน ใช้งานได้นานสูงสุด 72 ชั่วโมง จากการทดสอบของ TÜV SÜD
ที่สำคัญ REDMI Note 17 Pro Max 5G มาพร้อมการรับประกันเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี!! ภายใน 5 ปี
จอแสดงผลถนอมดวงตา



REDMI Note 17 Pro Max 5G มาพร้อมจอแสดงผล POLED ความละเอียด 1280 x 2772 พิกเซล ขนาด 6.83 นิ้ว ให้อัตราการรีเฟรช 120Hz ความสว่างสูงสุด 3500 นิต รองรับขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 สนับสนุน Dolby Vision, HDR10+ และป้องกันรอยด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus 2



จอแสดงผลของ REDMI Note 17 Pro Max 5G ปกป้องดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ในด้านปราศจากการกะพริบ (Flicker Free), แสงสีฟ้าต่ำ (Low Blue Light) และการเป็นมิตรทางชีวภาพตลอดทั้งวันกับผู้ใช้งาน (Circadian Friendly)

นอกจากให้ภาพที่คมชัด ระบบเสียงของ REDMI Note 17 Pro Max 5G ยังได้รับการอัปเกรดให้ดังกว่าเดิมถึง 400% มอบพลังเสียงที่หนักแน่นและมีมิติ ช่วยให้ภาพยนตร์ เพลง และการเล่นเกมมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ผ่านลำโพงคู่สเตอริโอ
กล้องหลัง 50MP AI Camera

REDMI Note 17 Pro Max 5G ติดตั้งกล้องหลังแบบคู่ ประกอบด้วย กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.59 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล (OIS – Optical Image Stabilization) และ กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ช่วยจับภาพในมุมมองกว้างพิเศษ

แอปกล้องของ REDMI Note 17 Pro Max 5G รองรับโหมดถ่ายภาพ Pro, Video, Photo, Portrait, Documents, Ultra HD, Slow motion, Time-lapse, Dual video และ Panorama

โหมด Photo สามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.6x (ซึ่งเป็นการเปิดใช้งานกล้อง Ultra Wide), 1x, 2x และสูงสุด 20x มีฟิลเตอร์ให้เลือกหลายแบบ เช่น Nature, Vivid, Gold vibes, Cinematic, Freehand, Monsoon และมีฟีเจอร์ Beautify แถบเลื่อนสำหรับปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น เมื่อแตะไอคอนลูกศรชี้ลง (ตรงแถบเครื่องมือด้านบน) จะพบกับการตั้งค่ากล้องเพิ่มเติม รวมถึง HDR, อัตราส่วนภาพ, ตั้งเวลาถ่ายภาพอัตโนมัติ, ลายน้ำ และ การตั้งค่ากล้องทั้งหมด

โหมด Portrait ซูมได้ 2 ระยะ 26mm และ 52mm สามารถปรับค่า F เพื่อละลายหรือเบลอพื้นหลัง มีฟิลเตอร์ให้เลือกหลายแบบ เพื่อเปลี่ยนโทนสีหรืออารมณ์ของภาพถ่ายพอร์ตเทรต

โหมด Pro เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีทักษะการถ่ายภาพเป็นพิเศษ สามารถปรับค่ากล้องได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นค่าชดเชยแสง EV, ความเร็วชัตเตอร์, ความไวแสง ISO, สมดุลสีขาว, ระบบโฟกัส สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูง 50MP ได้ที่โหมดนี้

โหมด Video สามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.6x, 1x, 2x ถึง 6x รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที เมื่อแตะลูกศรชี้ลง (ในแถบเครื่องมือด้านบน) จะพบกับการตั้งค่าเพิ่มเติม ซึ่งสามารถตั้งค่าอัตราส่วนภาพ, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว, Teleprompter (เครื่องมือบอกบท) และ เข้าสู่การตั้งค่ากล้องทั้งหมด

กล้องหน้า 32MP Selfie Camera

REDMI Note 17 Pro Max 5G ซ่อนกล้องหน้าไว้ในช่องเจาะวงกลมบนหน้าจอ โดยมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มาพร้อมโหมด Photo ที่สามารถซูมได้ 2 ระยะ 0.8x และ 1x สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่คนเดียว หรือ ถ่ายเซลฟี่มุมกว้างเพื่อเก็บรายละเอียดฉากหลัง ขณะที่ฟีเจอร์ Beautify ของกล้องหน้า สามารถปรับความงามได้อย่างละเอียด ทั้งความเนียน โทนสีผิว โครงหน้า และมีฟิลเตอร์ที่แตกต่างจากกล้องหลัง เช่น Cream, Fresh

โหมดถ่ายภาพ Portrait ของกล้องหน้า สามารถปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลังได้ รวมถึงฟีเจอร์ Beauty และฟิลเตอร์แบบโหมด Photo

กล้องหน้าของ REDMI Note 17 Pro Max 5G รองรับการถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุด 4K ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมเครื่องมือ Beauty สำหรับเพิ่มความงามบนใบหน้าแบบละเอียด และฟิลเตอร์สำหรับเปลี่ยนโทนสีหรืออารมณ์ให้กับภาพเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Dual video สามารถเปิดใช้งานกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกัน เพื่อบันทึกวิดีโอจากกล้องทั้ง 2 ตัว ในเฟรมเดียวกัน เหมาะสำหรับการถ่าย Vlog หรือถ่ายรีวิวสินค้า
ตัวอย่างภาพถ่าย


























ชิป Snapdragon 6 Gen 5



REDMI Note 17 Pro Max 5G ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 6 Gen 5 ของ Qualcomm ถูกสร้างขึ้นบนโหนดกระบวนการ 4 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU แบบ 64-bit Octa Core ทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2.6GHz และ Adreno GPU ที่ได้รับการอัปเกรดให้ดีขึ้น 21% ประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น 8% ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานได้นานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมเทคโนโลยี Snapdragon Smooth Motion UI ช่วยลดอาการกระตุกของหน้าจอ และเปิดแอปได้เร็วขึ้น

ด้านความจำ ได้รับ RAM แบบ LPDDR5X ขนาด 8GB รองรับฟีเจอร์ความจำเสมือน สามารถขยาย RAM ได้สูงสุด 8GB จึงเปรียบเสมือนมี RAM สูงสุด 16GB ช่วยให้การใช้งานหลายแอปพร้อมกันลื่นไหลมากขึ้น โดยมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 4.0 ได้แก่ 256GB และ 512GB (โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัว อัปความจุให้ฟรี!! สามารถเป็นเจ้าของรุ่น 512GB โดยจ่ายในราคา 256GB)



สรุปราคาและการจำหน่าย

REDMI Note 17 Series มีให้เลือกถึง 4 รุ่น ได้แก่ REDMI Note 17, REDMI Note 17 5G, REDMI Note 17 Pro 5G และ REDMI Note 17 Pro Max 5G ซึ่งแน่นอนว่า REDMI Note 17 Pro Max 5G เป็นรุ่นที่ดีที่สุดของ Series เหนือกว่ารุ่น Pro ที่ชิปประมวลผล ความจุของพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน กล้องเซลฟี่ ขนาดแบตเตอรี่ และ ความเร็วในการชาร์จ เรียกได้ว่ารุ่น Pro Max เป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางที่เน้นความคุ้มค่า เพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาวนานหลายปี มีจุดเด่นที่ดีไซน์ทนทานเป็นพิเศษ ป้องกันน้ำระดับสูงสุด IP69K แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 10,000mAh ใช้งานได้ 2-3 วันต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และยังชาร์จไว 100W รวมถึงใช้เป็นพาวเวอร์แบงก์ได้อีกด้วย

นอกเหนือจากความคุ้มค่าด้านฮาร์ดแวร์ REDMI Note 17 Pro Max 5G ยังมาพร้อมการรับประกันที่เหนือกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดจากของเหลวฟรีภายใน 2 ปี, เปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีภายใน 5 ปี, ซ่อมแซมหน้าจอฟรีภายใน 3 ปี, เปลี่ยนฝาหลังฟรีภายใน 2 ปี และรับประกันคุณภาพ 24 เดือน

REDMI Note 17 Pro Max 5G มาใน 2 สีสวย ได้แก่ Cloud Blush และ Black พร้อมให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 โดยรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 17,999 บาทและรุ่นความจุ 8GB + 512GB วางจำหน่ายในราคา 19,999 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

พิเศษ! สำหรับลูกค้าสั่งซื้อ REDMI Note 17 Pro Max 5G ในระหว่างวันที่ วันที่ 27 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 ในรุ่นความจุ 8GB + 256GB เลือกรับส่วนลดสินค้า 2,000 บาท หรือเลือกรับเป็นการอัปเกรดความจุ 512GB ฟรี และเมื่อซื้อ REDMI Note 17 Pro Max 5G รุ่นความจุ 8GB + 512GB รับฟรีส่วนลด 2,000 บาท โดยลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าในช่วงเวลานี้จะได้รับฟรี ประกันแบตเตอรี่ 5 ปี, ประกันหน้าจอแตก 3 ปี, ประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, ประกันฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่า 14,999 บาท และยังรับฟรี REDMI Watch 6 Active มูลค่า 1,990 บาท
#REDMINote17Series #แบตแกร่งเต็มMAX






