Samsung เปิดตัวระบบปฏิบัติการ One UI 9 เวอร์ชัน Beta ออกมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถูกจำกัดการใช้งานเฉพาะ Galaxy S26 Series อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า Samsung กำลังขยายการทดสอบให้ครอบคลุมสมาร์ตโฟนอีกหลายรุ่น ทั้งอดีตเรือธง Galaxy S25, S24 Series รวมถึง Galaxy A Series บางรุ่น

รายชื่อสมาร์ตโฟนที่จะได้รับการอัปเดต One UI 9 เวอร์ชัน Beta
Galaxy S Series
- Galaxy S25
- Galaxy S25+
- Galaxy S25 Ultra
- Galaxy S25 FE
- Galaxy S24
- Galaxy S24+
- Galaxy S24 Ultra
- Galaxy S23
- Galaxy S23+
- Galaxy S23 Ultra
Galaxy Z Series
- Galaxy Z Fold 7
- Galaxy Z Flip 7
Galaxy A Series
- Galaxy A57
- Galaxy A56
- Galaxy A55
- Galaxy A54
- Galaxy A36
- Galaxy A35
ฟีเจอร์ใหม่ของ One UI 9
One UI 9 ทำงานบนพื้นฐาน Android 17 มาพร้อมการปรับปรุงฟีเจอร์ Galaxy AI หลายอย่าง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การใช้งานในชีวืตประจำวันราบรื่นขึ้น ทำให้อุปกรณ์ Galaxy มีฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ครบครัน มีประโยชน์ และ กลายเป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่ดีกว่าเดิม
Now Nudge ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ด้วยการรับรู้สิ่งที่อยู่ในหน้าจอและข้อมูลส่วนตัวแบบเรียลไทม์ ด้วยอัปเดต One UI 9 ล่าสุด Now Nudge จะให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดและครบถ้วนยิ่งขึ้นในแป้นพิมพ์และในแอปต่าง ๆ
My FanCam จัดเฟรมใหม่ให้กับภาพถ่ายได้อย่างง่ายดาย ในฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโอของ Gallery หลังจากที่ผู้ใช้งานบันทึกวิดีโอแล้ว ฟีเจอร์นี้จะจัดบุคคลที่ระบุให้อยู่ตรงกลางของวิดีโอให้โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างคลิปที่โฟกัสไปที่จุดสนใจของภาพ ซึ่งช่วยให้การแชร์กลายเป็นเรื่องง่ายได้โดยไม่ต้องคร็อปหรือปรับเฟรมเองแต่อย่างใด
Photo Assist นอกจากการเขียนข้อความคำสั่งแล้ว ยังมีวิธีง่ายๆ อีกหนึ่งวิธีในการแต่งรูปแบบรวดเร็วใน Photo Assist สามารถอธิบายการแก้ไขที่ต้องการด้วยการพูด แล้ว Photo Assist ก็จะทำสิ่งที่ขอให้เอง
Now Brief นำเสนอข้อมูลสรุปสั้นๆ อันเป็นประโยชน์ เพื่อให้ติดตามสิ่งต่างๆ ในแต่ละวันได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่เหลือบมอง การอัปเดต One UI 9 ล่าสุดทำให้ Now Brief มีเลย์เอาต์ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับการปรับแต่งเฉพาะบุคคลที่มากกว่าเดิม
แอป Samsung Notes มาพร้อมเครื่องมือสร้างสรรค์ใหม่ๆ รวมถึงเทปตกแต่ง และรูปแบบเส้นปากกาที่หลากหลายยิ่งขึ้น
แอป Contacts สามารถเข้าถึง Creative Studio ได้โดยตรง เพื่อสร้างการ์ดโปรไฟล์ส่วนตัว โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอป
ปรับแต่ง Quick Panel ได้ดั่งใจยิ่งขึ้น ปรับแต่งและจัดเรียงปุ่มควบคุมใน Quick Panel ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับขนาดแถบเลื่อนความสว่าง ระดับเสียง หรือมีเดียเพลเยอร์ รวมถึงการแยกปุ่มเสียงออกจากแถบเลื่อนระดับเสียงได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถแยกไอคอนออกจากแถบปรับระดับเสียงและความสว่างได้ด้วย
ฟีเจอร์ Accessibility ได้รับการปรับปรุงให้ปรับความเร็ว Mouse Key เพื่อควบคุมเคอร์เซอร์ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น, เพิ่มฟีเจอร์ Text Spotlight แสดงข้อความที่เลือกไว้ในขนาดที่ใหญ่ขึ้นหรือชัดเจนขึ้นในหน้าต่างลอย เพื่อให้การอ่านง่ายขึ้น และ รวมฟีเจอร์ที่ Google กับ Samsung เคยให้บริการแยกกันไว้ด้วยกัน
ที่มา – Gizchina






