ข้อมูลล่าสุดจาก TrendForce บริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ระบุว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้ Apple มียอดการผลิตสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยครองส่วนแบ่งการผลิตทั่วโลกที่ 19% เป็นรองเพียง Samsung เท่านั้น

TrendForce รายงานว่า Apple ผลิต iPhone ได้ประมาณ 52 ล้านเครื่อง ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2025 ขณะที่การผลิตสมาร์ตโฟนทั่วโลกในช่วงเวลาดังกล่าว ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหลือ 275 ล้านเครื่อง
TrendForce ระบุว่าตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกที่หดตัวลง “น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าที่คาดไว้”
จากตัวเลขใหม่นี้ TrendForce ได้ปรับปรุงการคาดการณ์สำหรับปี 2026 โดยเพิ่มตัวเลขประมาณการการผลิตสมาร์ตโฟนทั่วโลกเป็น 1.07 พันล้านเครื่อง จากเดิมที่คาดไว้ 1.05 พันล้านเครื่อง ในรายงานก่อนหน้า คิดเป็นการลดลง 14% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งดีกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระบุว่าจะลดลง 16%

ผลการดำเนินงานของ Apple เป็นรองเพียง Samsung ซึ่งผลิตสมาร์ตโฟนได้ 62 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และครองส่วนแบ่งการผลิตทั่วโลกที่ 23%
OPPO อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยยอดผลิต 30 ล้านเครื่อง ด้วยส่วนแบ่ง 11% (ลดลง 17% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี) ตามมาด้วย Xiaomi ที่ 29 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่ง 10% (ลดลง 32%), vivo ที่ 21 ล้านเครื่อง ได้รับส่วนแบ่ง 8% ( ลดลง 18%) และ Transsion ที่ 20 ล้านเครื่อง ถือส่วนแบ่ง 7% (ลดลง 27%)
นอกจากนี้ TrendForce ยังกล่าวว่า “การขึ้นราคา iPhone 18 Series ที่กำลังจะมาถึง ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแรงส่งของยอดขายกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง”
ที่มา – TrendForce






