สิ้นสุดการรอคอย John Ternus ซีอีโอคนใหม่ของ Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างทางการแล้ว ทั้งคู่ขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro ที่เน้นปรับปรุงแบตเตอรี่เป็นพิเศษ เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone

ชิป A20 Pro ถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีระดับ 2 นาโนเมตร ใช้ CPU แบบ 6-core ประกอบด้วย คอร์ด้านประสิทธิภาพ 2 คอร์ ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 20% และ คอร์ด้านประหยัดพลังงาน 4 คอร์ Apple อ้างว่าชิปรุ่นใหม่ให้ประสิทธิภาพระดับเดียวกับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป และเร็วกว่าสมาร์ตโฟนทุกรุ่นในตลาดปัจจุบัน

GPU ของชิป A20 Pro เป็นแบบ 7-core ให้ประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 40% รวมถึงมีแบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้น และ Neural Accelerator แบบใหม่ที่ประมวลผลคณิตศาสตร์แบบ 8FP ได้เร็วขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งช่วยรองรับการรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จากนักพัฒนาภายนอกบนตัวเครื่องได้โดยตรง อีกทั้งยังมีการเพิ่ม Neural Engine ตัวที่ 2 เข้ามาทำให้มีจำนวนคอร์รวมทั้งหมด 32-core

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังได้รับการปรับปรุงระบบระบายความร้อน Vapor Chamber มีพื้นที่ผิวมากกว่ารุ่น iPhone 17 Pro ถึง 3 เท่า และมีการหมุนเวียนน้ำปราศจากไอออน อยู่ตลอดเวลาทั่วทั้งระบบ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ iPhone 18 Pro สามารถเล่นวิดีโอได้นาน 36 ชั่วโมง ส่วน iPhone 18 Pro Max เล่นได้นานถึง 45 ชั่วโมง ส่วนการใช้งานทั่วไป iPhone 18 Pro ใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และ iPhone 18 Pro Max ใช้งานได้ 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ การชาร์จแบบมีสายยังรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถชาร์จได้ถึง 50% ภายในเวลาประมาณ 15 นาที และการชาร์จเพียง 5 นาที ก็เพียงพอสำหรับการเล่นวิดีโอได้นานถึง 6 ชั่วโมง
แผนกกล้องของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เป็นไปตามข่าวลือ นั่นคือกล้องหลัก Fusion 48 ล้านพิกเซล ใช้รูรับแสงแบบปรับได้ ช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมปริมาณแสง และระยะชัดลึกได้ดียิ่งขึ้น โดยรูรับแสงจะปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติตามสภาพแสงของฉาก เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย รูรับแสงจะเปิดกว้างขึ้น เพื่อรับแสงเพิ่มขึ้นประมาณ 50% นอกจากนี้ ยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ในรูปแบบ Dolby Vision HDR ในโหมด Time-lapse

แอปกล้องของ iPhone รุ่นใหม่ ได้รับโหมด Pro Controls ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับค่ากล้องได้ละเอียดมากขึ้น เช่น สมดุลแสงสีขาว ดูฮิสโตแกรม รวมถึงปรับค่ารูรับแสง และ ความเร็วชัตเตอร์ เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อนบน iPhone
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ผลิตออกมา 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีฟ้าอ่อน (Glacier Blie), สีเงิน และ สีแดง (Burgandy) โดยมีราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์สำหรับ iPhone 18 Pro รุ่นความจุ 256GB และเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์ สำหรับ iPhone 18 Pro Max รุ่นความจุ 256GB




