Ben Lovejoy ทีมงานของเว็บไซต์ 9to5Mac ต้องเลือกระหว่าง “เหตุผล” กับ “อารมณ์ความรู้สึก” ในการตัดสินใจเลือกระหว่าง iPhone 18 Pro กับ iPhone Duo ที่น่าดึงดูดใจ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเขายกให้ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เป็นผู้ชนะ ด้วยเหตุผลหลักคือฟีเจอร์กล้องใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา

กล้องหลักที่มีรูรับแสงแบบปรับได้
กล้องหลัก Fusion ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อมรูรับแสงแบบปรับได้เป็นครั้งแรกของ iPhone โดยจะมีการปรับระยะชัดลึกและการรับแสงให้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ภาพถ่ายในสภาวะแสงน้อยมีคุณภาพสูงขึ้น รายละเอียดของพื้นหลังที่คมชัดขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งการตั้งค่ารูรับแสงได้ด้วยตัวเองในแอปกล้อง
การถ่ายภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อย
นอกจากใช้รูรับแสงแบบปรับได้ กล้องหลักของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังมีรูรับแสงกว้างขึ้นเกือบ 1 สต็อป จาก f/1.78 ใน iPhone 17 Pro มาเป็น f/1.48 ถือเป็นการปรับปรุงที่ยอดเยี่ยมสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย รวมถึงการถ่ายภาพในเวลากลางคืน
ควบคุมความเร็วชัตเตอร์ด้วยตนเอง
ผู้ใช้งานสามารถเลือกความเร็วชัตเตอร์ได้ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอ ช่วยให้ใช้กฎ 180 องศาได้ เมื่อถ่ายวิดีโอที่อัตรา 24 เฟรมต่อวินาที สามารถตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 1/48 วินาที เพื่อให้ได้ภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
ควบคุมสมดุลแสงสีขาว
การควบคุมสมดุลแสงสีขาว เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่พบในแอปกล้องของนักพัฒนาภายนอก และตอนนี้มาอยู่ในแอปกล้องของ iPhone รุ่นใหม่แล้ว ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับอุณหภูมิสีได้ตามต้องการ แต่จะมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อถ่ายวิดีโอ การใช้สมดุลแสงสีขาวแบบอัตโนมัติอาจทำให้อุณหภูมิสีและภาพรวมของฉากเปลี่ยนแปลงไปในระหว่างการถ่ายคลิป ทำให้วิดีโอมีลักษณะที่ดูไม่เป็นมืออาชีพอย่างเห็นได้ชัด แต่การล็อกค่าสมดุลแสงสีขาวไว้ตลอดระยะเวลาที่ถ่ายคลิปได้ ถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างมาก
โหมด Cinematic สำหรับวิดีโอทุกรูปแบบ
โหมด Cinematic เปรียบเสมือนโหมด Portrait ในรูปแบบวิดีโอ ช่วยสร้างเอฟเฟกต์หน้าชัดหลังเบลอขึ้นมาได้ และยังสามารถถ่ายวิดีโอในโหมด Cinematic ที่ความเร็วสูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที จึงสามารถนำไปทำเป็นวิดีโอสโลว์โมชันได้อีกด้วย
โหมด Smart Focus สำหรับวิดีโอ
iPhone 18 Pro นำเสนอระบบติดตามบุคคลที่ล้ำหน้ากว่าเดิม ซึ่งดูเหมือนจะใช้ AI ในการระบุตัวบุคคลเป้าหมาย ทำให้สามารถติดตามได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง แม้จะมีบุคคลอื่นเดินผ่านเข้ามาคั่นกลางระหว่างกล้องกับตัวแบบก็ตาม นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังสามารถกลับมาจับโฟกัสที่ตัวแบบเดิมได้อีกครั้งหากพวกเขาเดินออกจากเฟรมภาพแล้วกลับเข้ามาใหม่ในระหว่างการถ่ายทำ
ฮิสโตแกรม
การกะระยะหรือประเมินค่าแสงด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว อาจมีความคลาดเคลื่อนสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูหน้าจอ iPhone ท่ามกลางแสงแดดจ้า ซึ่งกล้องถ่ายภาพส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์ฮิสโตแกรม เพื่อช่วยแสดงข้อมูลระดับแสงที่แม่นยำและเชื่อถือได้
Apple Reference Image
ฟีเจอร์ Apple Reference Image ช่วยผู้ใช้งานสามารถพิสูจน์ได้ว่าภาพที่ถ่ายบน iPhone 18 Pro เป็นภาพจริง เมื่อถ่ายภาพด้วยโหมด Reference กล้องจะบันทึกข้อมูลเซ็นเซอร์ที่เซ็นรับรองไว้ จากนั้น Private Cloud Compute จะนำไปพัฒนาให้กลายเป็นภาพอ้างอิงที่ไม่มีใครสามารถดัดแปลงแก้ไขได้ โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดดูรูปภาพอ้างอิงในแอปรูปภาพควบคู่ไปกับรูปภาพหลัก เช่น ภาพเนกาทีฟแบบดิจิทัล เพื่อเปรียบเทียบรูปภาพทั้งสองภาพด้วยตา และดูว่ามีการปรับแต่งรูปภาพหรือไม่
9to5Mac สรุปว่า หลายคนอาจให้ความสนใจ iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone จอพับได้รุ่นแรก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่สำหรับใครที่เน้นถ่ายภาพอย่างแท้จริง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุด นอกจากนี้ iPhone 18 Pro Max ยังได้รับการปรับปรุงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น เพิ่มขึ้นจาก 39 ชั่วโมงเป็น 45 ชั่วโมง ซึ่งน่าจะช่วยให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอได้นานขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ที่มา – 9to5Mac






