ถึงแม้จะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 18 Pro แต่ iPhone Duo จะวางจำหน่ายล่าช้ากว่าประมาณ 1 เดือน โดยจะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป

iPhone Duo มาพร้อม 15 ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจดังนี้
- ดีไซน์พับได้ มาพร้อมจอหลักด้านในขนาด 7.6 นิ้ว จอด้านนอก 5.4 นิ้ว อีกทั้งยังเป็น iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่ Apple เคยผลิตมาเมื่อกางหน้าจอออก
- หน้าจอด้านนอกและจอหลักด้านใน มีความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 นิต รองรับเทคโนโลยี ProMotion และฟีเจอร์ Always-On อีกทั้งยังมีผิวสัมผัสแบบ nano-texture ที่ช่วยลดแสงสะท้อนและทำให้รอยพับบนหน้าจอด้านในมองเห็นได้ยากขึ้น
- ตัวเครื่องมาพร้อมกรอบไทเทเนียม กระจกหน้า Ceramic Shield 2 และกระจกหลัง Ceramic Shield รวมถึงมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นระดับ IP68
- Touch ID ระบบยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือถูกรวมไว้ในปุ่มด้านข้างตัวเครื่อง
- มาพร้อมกล้องหลังคู่ 48MP (เลนส์หลักและเลนส์ Ultra Wide) รองรับการซูมคุณภาพระดับออปติคัล 2 เท่า และการถ่ายภาพมาโคร นอกจากนี้ ยังมีกล้อง FaceTime แบบซ่อนใต้หน้าจอ ที่หน้าจอด้านใน ส่วนหน้าจอด้านนอกติดตั้งกล้องหน้า 12MP พร้อมฟีเจอร์ Center Stage
- ด้วยดีไซน์พับได้ จึงมอบประสบการณ์การถ่ายภาพรูปแบบใหม่ เช่น การถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง, การดูภาพตัวอย่างผ่านหน้าจอด้านนอก, ระบบตรวจจับท่าทางอัตโนมัติ และภาพเคลื่อนไหวเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กๆ
- รองรับการบันทึกวิดีโอ Dolby Vision ระดับ 4K ที่ 120 fps และการใส่เอฟเฟกต์แบบ Cinematic หลังการถ่ายทำที่เฟรมเรตสูงสุด 60 fps
- ฟีเจอร์ Split View รองรับการใช้งาน 2 แอปพร้อมกัน หรือ 2 หน้าต่างของแอปเดียวกัน และสามารถบันทึกชุดแอปที่ใช้งานคู่กันไว้ได้
- ทั้ง 2 หน้าจอ รองรับ Apple Pencil USB-C (เริ่มใช้งานได้ในช่วงปลายปีนี้)
- ชิป A20 Pro มอบประสิทธิภาพ CPU ที่เร็วขึ้นสูงสุด 20% และ GPU ที่เร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับชิป A19 Pro ใน iPhone 17 Pro พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการทำงานหนัก
- แบตเตอรี่ ให้อายุการใช้งาน นานสูงสุด 31 ชั่วโมง สำหรับการเล่นวิดีโอต่อเนื่องบนหน้าจอหลัก หรือ หรือ 44 ชั่วโมง บนหน้าจอด้านนอก
- iPhone Duo สามารถชาร์จได้ถึง 50% ในเวลาประมาณ 20 นาที หรือชาร์จไร้สายได้ถึง 50% ในเวลาประมาณ 30 นาทีด้วยที่ชาร์จ MagSafe หรือ Qi2
- ทำงานบน iOS 27 ที่มาพร้อม Siri AI โดยมีฟีเจอร์เข้าใจบริบทส่วนบุคคล และรับรู้สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ (ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดสอบ)
- ใช้โมเด็ม C2 รุ่นใหม่ของ Apple ที่รองรับ 5G mmWave และชิป N1 ของ Apple ที่รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread โดย iPhone Duo ออกแบบมาให้รองรับเฉพาะ eSIM ทั่วโลก
- มีให้เลือกในสี Star White และ Night Sky
ทั้งนี้ iPhone Duo มี 4 ตัวเลือก ได้แก่ ความจุ 256GB (ราคา 79,900 บาท), 512GB (ราคา 87,900 บาท) , 1TB (ราคา 103,900 บาท) และ 2TB (ราคา 127,900 บาท)
ที่มา – MacRumors






