Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 7 รุ่น ในระหว่างวันที่ 2 – 4 มีนาคมที่ผ่านมา เริ่มจาก iPhone 17e, iPad Air ชิป M4, MacBook Air ชิป M5, MacBook Pro ชิป M5 Pro และ M5 Max, จอแสดงผล Studio Display รุ่นใหม่ และ Studio Display XDR ก่อนจะปิดท้ายด้วย MacBook Neo

iPhone 17e

หัวใจสำคัญของ iPhone 17e คือชิป A19 ที่มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นสำหรับทุกการใช้งาน มาพร้อม C1X โมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งเร็วกว่าโมเด็ม C1 ใน iPhone 16e ถึง 2 เท่า รวมถึงกล้อง Fusion 48MP ที่เก็บภาพถ่ายได้สวยงามน่าทึ่ง รองรับฟีเจอร์ภาพถ่ายบุคคลเจเนอเรชั่นล่าสุด และถ่ายวิดีโอระดับ 4K แบบ Dolby Vision ทั้งยังมีเทเลโฟโต้ 2 เท่า คุณภาพระดับออปติคัล เหมือนได้กล้องสองตัวในตัวเดียว
จอภาพ Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว ที่สวยงามน่าทึ่งได้รับการปกป้องด้วย Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมทั้งช่วยลดแสงสะท้อน ขณะที่ MagSafe จะช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับการชาร์จแบบไร้สายที่รวดเร็ว พร้อมเข้าถึงระบบอุปกรณ์เสริมอย่างที่ชาร์จและเคสที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนฟีเจอร์ ด้านดาวเทียมที่ล้ำสมัยของ Apple ไม่ว่าจะเป็น SOS ฉุกเฉิน, บริการช่วยเหลือบนท้องถนน, ข้อความ หรือค้นหาของฉันผ่านดาวเทียม ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ขาดการต่อติด เมื่อยู่นอกพื้นที่ของระบบเซลลูลาร์ และ Wi-Fi
iPad Air ชิป M4

ด้วยชิป M4 อันทรงพลัง และ หน่วยความจำที่มากขึ้น ทำให้ iPad Air รุ่นใหม่ มอบประสิทธิภาพที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ช่วยยกระดับงานด้านต่างๆ เช่น การตัดต่อและเล่นเกม แถมยังกลายเป็นอุปกรณ์อันทรงพลังสำหรับ AI ด้วย Neural Engine ที่เร็วขึ้น แบนด์วิดท์ของหน่วยความจำที่สูงขึ้น และหน่วยความจำระบบแบบรวมที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50% มาพร้อมชิป Apple Silicon ด้านการเชื่อมต่อล่าสุดอย่าง N1 และ C1X เพื่อมอบการเชื่อมต่อไร้สายและการเชื่อมต่อระบบเซลลูลาร์ที่รวดเร็ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 ที่จะเสริมศักยภาพให้ผู้ใช้ทำงานและสร้างสรรค์ได้จากทุกที่
iPad Air ชิป M4 มาใน 4 สีสันสวยงามที่ผู้ใช้จะต้องหลงรัก ทั้งยังมีมาให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ iPad Air รุ่น 11 นิ้ว ที่พกไปไหนมาไหนได้สะดวกสุดๆ และรุ่น 13 นิ้ว ที่มาพร้อมจอภาพที่ใหญ่ยิ่งกว่าสําหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่มากขึ้นในการทำงานมัลติทาสก์ และรองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard
MacBook Air ชิป M5

ชิป M5 มาพร้อม CPU ที่เร็วขึ้น และ GPU เจเนอเรชั่นถัดไปที่มี Neural Accelerator ในทุกคอร์ ช่วยให้ MacBook Air รุ่นใหม่ รับมือได้หลากหลายเวิร์กโฟลว์ ตั้งแต่โปรเจ็กต์ สร้างสรรค์ไปจนถึงงานด้าน AI ที่ซับซ้อน และยังมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 512GB และเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถปรับแต่งได้สูงสุดถึง 4TB ทั้งยังมีชิประบบไร้สาย Apple N1 ที่รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่นไม่มีสะดุด
acBook Air รุ่นใหม่มาในดีไซน์แบบอะลูมิเนียมอันสวยงามที่ทั้งบาง เบา และทนทาน มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina ที่สวยสดงดงาม, กล้อง Center Stage 12MP, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง, ระบบเสียงที่เต็มอิ่มสมจริงพร้อมเสียงเชิงมิติพื้นที่ และพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต ที่รองรับจอภาพภายนอกได้สูงสุด 2 จอ มีให้เลือกทั้งรุ่น 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว ในสีสกายบลู, สีมิดไนท์, สีสตาร์ไลท์ และ สีเงิน
MacBook Pro ชิป M5 Pro และ M5 Max

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว ที่มาพร้อมชิป M5 Pro และ M5 Max มี CPU แบบใหม่ที่มีคอร์ CPU ที่เร็วที่สุดในโลก พร้อม GPU เจเนอเรชั่นถัดไปที่มี Neural Accelerator อยู่ในแต่ละคอร์ ทั้งยังมาพร้อมแบนด์วิดท์หน่วยความจำแบบรวมที่สูงขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมอบประสิทธิภาพด้าน AI ที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุด 4 เท่า จึงสามารถปลดล็อคเวิร์กโฟลว์แบบใหม่ที่รองรับ AI บน MacBook Pro ได้โดยตรง ทั้งยังมาพร้อม SSD ที่เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า โดยรุ่นที่มาพร้อมชิป M5 Pro มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้น 1TB ส่วนรุ่นที่มาพร้อมชิป M5 Max มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้น 2TB
MacBook Pro รุ่นใหม่ยังมีชิปเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 ได้ การเชื่อมต่อไร้สายจึงมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นและมีความเสถียรมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง, จอภาพ Liquid Retina XDR ที่สวยสะดุดตาที่มีตัวเลือกกระจก Nano-texture, การเชื่อมต่อที่หลากหลาย รวมถึง Thunderbolt 5, กล้อง Center Stage 12MP, ไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอ, ระบบเสียงลำโพง 6 ตัวที่เต็มอิ่มสมจริง และ คุณสมบัติของ Apple Intelligence โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำสเปซแบล็ค และ สีเงิน
Studio Display รุ่นใหม่

Studio Display รุ่นใหม่ มาพร้อมกล้อง Center Stage 12MP รองรับมุมมองด้านหน้าโต๊ะ พร้อมด้วยชุดไมโครโฟน 3 ตัว คุณภาพระดับสตูดิโอ รวมถึงระบบเสียง 6 ลำโพง ที่เต็มอิ่มสมจริงพร้อมเสียงเชิงมิติพื้นที่ รองรับการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 อันทรงพลังที่สามารถเชื่อมต่อแบบดาวน์สตรีมกับอุปกรณ์เสริมความเร็วสูงได้มากขึ้น หรือเชื่อมต่อแบบเดซี่เชนกับจอภาพเพิ่มเติม
Studio Display XDR

Studio Display XDR ถูกสร้างมาเพื่อยกระดับประสบการณ์จอภาพระดับโปรไปอีกขั้น ด้วยจอภาพ Retina 5K XDR ขนาด 27 นิ้ว ที่มาพร้อมแบ็คไลท์แบบ Mini-LED สุดล้ำที่มีโซนหรี่แสงเฉพาะที่กว่า 2,000 โซน, ความสว่าง SDR สูงสุด 1,000 นิต และความสว่าง HDR สูงสุดเฉพาะจุด 2,000 นิต ทั้งยังรองรับขอบเขตสีที่กว้างขึ้น คอนเทนต์ จึงดูโดดเด่นเหมือนลอยออกมาจากหน้าจอด้วยคอนทราสต์ที่ตื่นตาตื่นใจ สีสันที่สดใส และมีความถูกต้องสมจริง
ยิ่งไปกว่านั้น Studio Display XDR ยังมีอัตรารีเฟรช 120Hz จึงตอบสนองต่อคอนเทนต์ได้รวดเร็วฉับไว้ยิ่งขึ้น และมาพร้อมการซิงค์แบบปรับได้เอง หรือ Adaptive Sync ที่จะปรับอัตราเฟรมอย่างเหมาะสมตลอดเวลาขณะเล่นวิดีโอหรือเกมที่เน้นกราฟิกหนักๆ นอกจากนี้ ยังมีกล้องและระบบเสียงอันล้ำสมัยไม่ต่างจาก Studio Display รวมถึงการเชื่อมต่อ Thunderbolt 5 เพื่อทำให้การเตรียมพื้นที่สำหรับเวิร์กโฟลว์ระดับโปรเป็นเรื่องง่าย
MacBook Neo

MacBook Neo ช่วยให้ผู้คนนับล้านทั่วโลกเข้าถึงแล็ปท็อปของ Apple ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดดเด่นที่ตัวเครื่องอะลูมิเนียมอันทนทาน ดีไซน์สวยงาม สีสันสะดุดตา ทั้งสีบลัช สีอินดิโก สีเงิน และ สีซิตรัสที่สดใหม่ มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina ขนาด 13 นิ้ว รองรับสีสันถึง 1 พันล้านสี ขับเคลื่อนด้วยชิป A18 Pro สามารถลุยงานทั่วไปในแต่ละวันได้สบายๆ ตั้งแต่การท่องเว็บและสตรีมคอนเทนต์ ไปจนถึงการปรับแต่งภาพถ่าย
MacBook Neo ได้รับกล้อง FaceTime HD 1080p ไมโครโฟนคู่ และมีลำโพงที่ยิงเสียงออกด้านข้างพร้อมด้วยเสียงเชิงมิติพื้นที่ เพื่อเสียงที่คมชัดและเต็มอิ่มสมจริง ขณะที่แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง ช่วยให้ผู้ใช้ MacBook Neo ใช้งานได้ตลอดวันด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว มาพร้อม Magic Keyboard ที่ขึ้นชื่อของ Apple เพื่อการพิมพ์ที่สบายมือและแม่นยำ ส่วนแทร็คแพด Multi-Touch ขนาดใหญ่รองรับการใช้คำสั่งนิ้วอย่างเป็นธรรมชาติ จึงควบคุมได้อย่างลื่นไหลและแม่นยำ
ที่สำคัญ MacBook Neo ถือเป็นแล็ปท็อปที่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดของ Apple เท่าที่เคยมีมา ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 19,900 บาท และมีราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 16,900 บาท






