หยิบออกมาดูก็จะพบกับกระดาษสีแดง (PRODUCT)RED อยู่บนสุด ด้านหลังก็จะบอกรายละเอียดการร่วมกันระหว่าง Apple กับ (RED) ในการบริจาคกองทุนต่อต้าน HIV กับ AIDS
ส่วนเอกสารที่เหลือยังคงมีคู่มือการใช้งานเบื้องต้น ใบรับประกัน เข็มจิ้มถาดใส่ซิม รวมถึงสติกเกอร์โลโก้ Apple ที่ยังคงเป็นสีขาว
ถัดมาก็จะพบตัวเครื่อง iPhone 8 (PRODUCT)RED Special Edition ด้านหน้าสีดำสุดหรูวางอยู่
ลอกพลาสติกที่ติดรอบตัวเครื่องออก ก็จะเห็นตัวเครื่องสวยงามแบบนี้ ปุ่มโฮมและวงแหวนก็เป็นสีดำสนิท ด้านหลังเป็นกระจกสีแดงสด ตัดกับโลโก้ Apple สีเงินเงางาม
ขอบด้านข้างอะลูมิเนียมสีแดงเข้ากับตัวเครื่อง ถาดใส่ซิมก็เป็นสีแดง มาดูกันต่อกับอุปกรณ์ที่เหลือในกล่องก็จะมีหูฟัง EarPods หัวต่อแบบ Lightning พร้อมแจ็คแปลงพอร์ต Lightning เป็น 3.5 มม. สาย Lightning สำหรับชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ สุดท้าย USB Power Adapter แบบพกพาขนาด 5 วัตต์ สำหรับสเปกต่างๆของ iPhone 8 (PRODUCT)RED Special Edition นั้นก็เหมือนกับ iPhone 8 ทุกประการไม่ว่าจะเป็นจอภาพ Retina HD ชิพ A11 Bionic ที่ออกแบบมาเพื่อ AR ประหยัดพลังงาน กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8 ถ่าย VDO แบบ 4K ที่ 60 FPS กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล กันน้ำกันฝุ่น IP67 รวมถึงการชาร์จแบบไร้สาย และยังคงมี Touch ID ที่ปุ่ม Home ในการปลดล็อคหน้าจอ โดยทั้ง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus (PRODUCT)RED Special Edition พร้อมวางจำหน่ายแล้วกับ 3 ค่ายมือถือในบ้านเราราคาเริ่มต้น 28,500 บาทในรุ่น iPhone 8 และ 32,500 บาทในรุ่น iPhone 8 Plus ที่มาพร้อมโปรโมชั่นลดราคาค่าเครื่องนับหมื่นบาทเมื่อสมัครแพคเกจที่กำหนด รวมถึงร้านค้าไอทีตัวแทนจำหน่ายชื่อดังหรือจะสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ Apple Online Store ประเทศไทยก็ได้อีกช่องทาง สำหรับใครที่รอ iPhone X สีแดงนั้น ก็ต้องขอแสดงความเสียใจเพราะทาง Apple ไม่ได้ทำออกมาด้วยแต่เปิดตัวเคสหนังแบบฝาปิด (Leather Folio) รุ่น (PRODUCT)RED ใหม่ออกมาแทนบทความโดย – www.flashfly.net