สมาร์ตโฟนเรือธง vivo X300 Pro ทำคะแนนสูงเป็นอันดับ 2 จากการทดสอบกล้องโดยผู้เชี่ยวชาญของ DXOMARK ด้วยคะแนนรวม 171 คะแนน แซงหน้า OPPO Find X8 Ultra และ iPhone 17 Pro ที่มี 168 คะแนนเท่ากัน เป็นรองเพียง HUAWEI Pura 80 Ultra ซึ่งเป็นอันดับ 1

vivo X300 Pro มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก, กล้อง Telephoto และ กล้อง Ultra Wide กล้องหลังทั้ง 3 ตัว ได้รับเทคโนโลยีเคลือบเลนส์แบบหลายชั้นของ ZEISS ที่เรียกว่า T* (T Star) เพื่อลดการสะท้อนแสงและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านแสง ช่วยให้ค่าสีที่แม่นยำ เพิ่มสีสันให้คมชัด สว่างสดใส ปรับปรุงการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ลดแสงสะท้อนของเลนส์กล้อง รวมถึงลดผลกระทบของแสง Flare และ Ghost

- กล้องหลัก ZEISS Gimbal-Grade ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYT-828 ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.57 ทางยาวโฟกัส 24 มม. มีระบบกันสั่น OIS มาตรฐาน CIPA 5.5
- กล้อง ZEISS APO Telephoto ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.67 ทางยาวโฟกัส 85 มม. ซูมออปติคัล 3.7x มีระบบกันสั่น OIS มาตรฐาน CIPA 5.5
- กล้อง ZEISS Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN1 รูรับแสง f/2.0 ทางยาวโฟกัส 15 มม. มุมมองกว้าง 119 องศา
กล้องหลังของ vivo X300 Pro มีความโดดเด่นที่กล้อง Telephoto ความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล และเป็นเพียงหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมที่ใช้เลนส์คุณภาพสูง Fluorite-Grade Glass ผ่านการรับรอง ZEISS APO ช่วยลดการเกิด Chromatic aberration หรือ ความคลาดสี หมายถึงความผิดปกติทางทัศนศาสตร์ที่เกิดขึ้น เมื่อเลนส์ไม่สามารถรวมแสงสีต่างๆ ให้มาตกที่จุดเดียวกันได้ ส่งผลให้เกิดขอบสี (เช่น สีม่วง สีเขียว หรือ สีแดง) ปรากฏอยู่ตามขอบวัตถุในภาพ ทำให้ภาพดูไม่คมชัด
จากการทดสอบกล้องของ DXOMARK พบว่ากล้องหลังของ vivo X300 Pro มีจุดเด่นในการซูมทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ โดยมีคะแนนสูงสุด 159 คะแนน และยังถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้อย่างดี ทำได้ 149 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดเช่นกัน


DXOMARK สรุปจุดเด่นกล้องหลังของ vivo X300 Pro ไว้ดังนี้
- มีการตั้งค่าแสงแม่นยำและเสถียร พร้อมช่วงไดนามิกกว้างทั้งในภาพถ่ายและวิดีโอ
- การแสดงผลสีผิวดูดีมาก ด้วยสมดุลแสงขาวที่เป็นกลางทั้งในภาพถ่ายและวิดีโอ
- ให้รายละเอียดสูงในทุกสภาวะทั้งในภาพถ่ายและวิดีโอ แทบไม่มีสัญญาณรบกวนให้เห็นในภาพถ่าย
- เลนส์ซูมระยะไกลรักษารายละเอียดได้ดี
- โหมดโบเก้มีการแบ่งส่วนที่ดีเยี่ยม และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- ระบบกันสั่นในวิดีโอมีประสิทธิภาพ
จุดที่ยังต้องปรับปรุง
- โทนสีผิวของตัวแบบที่มีผิวคล้ำอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ และสว่างเกินไปเล็กน้อยในภาพถ่าย
- รายละเอียดที่เรนเดอร์ออกมาอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อย
- ฉากที่มีแสงย้อนอย่างมาก อาจพบปัญหาเรื่องความคมชัด
- อาจเห็นความผิดเพี้ยนของสมดุลแสงสีขาวเล็กน้อยในบางครั้ง
- ในสภาวะที่ท้าทายมาก อาจเห็นสิ่งผิดปกติของพื้นผิว เช่น ความสมบูรณ์ของฉาก
- บางครั้งอาจเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น Ghosting (ภาพซ้อน) และ Color fringing (ขอบสีเพี้ยน)
- มุมมองภาพแบบอัลตร้าไวด์ค่อนข้างแคบ

ที่มา – DXOMARK






