Samsung เปิดตัวสมาร์ตโฟน Galaxy S26 FE ทางการในไทย สมาชิกใหม่ล่าสุดของ Galaxy S26 Series ที่มีดีไซน์พรีเมียมแบบเดียวกัน และให้ความทนทาน เพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาว โดยยังคงอัดแน่นไปด้วยสเปกระดับเรือธง ทั้งด้านการถ่ายภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ รวมถึงซอฟต์แวร์สุดล้ำอย่าง Galaxy AI แต่มีราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดในบรรดา Galaxy S26 Series

สเปก Samsung Galaxy S26 FE

- จอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz
- กล้องหลัง 50MP Wide + 12MP Ultra Wide + 8MP Telephoto Camera
- กล้องหน้า 12MP Front Camera
- ชิปประมวลผล Exynos 2500
- ความจำ RAM 8GB + ROM 128GB / 256GB
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi, Bluetooth, USB Type-C
- ระบบปฏิบัติการ One UI 9.0 บนพื้นฐาน Android 17
- มาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP68
- แบตเตอรี่ 4,900mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 45W ชาร์จไร้สาย 15W
- ขนาดตัวเครื่อง 161.6 x 76.9 x 7.4 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 193 กรัม
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Pistachio, Blueberry และ Graphite
ดีไซน์พรีเมียม เน้นความทนทาน



ดีไซน์โดยรวมของ Samsung Galaxy S26 FE ให้ความพรีเมียมแบบเดียวกับ Galaxy S26 Series ที่ทำตลาดไปก่อนหน้านี้ และด้วยขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว ทำให้ Galaxy S26 FE มีความใกล้เคียงกับ Galaxy S26+ มากที่สุด ใช้วัสดุคุณภาพสูง งานประกอบแข็งแรง กรอบตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม กระจกด้านหน้าและด้านหลังถูกปกป้องด้วย Gorilla Glass Victus+

กระจก Gorilla Glass Victus+ สามารถทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่า 4 เท่า และทนต่อการตกจากที่สูงถึง 2 เมตร เมื่อเทียบกับกระจก Aluminosilicate และเพื่อความสบายใจในการใช้งาน Samsung มอบการรับประกันกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังให้เจ้าของ Galaxy S26 FE นาน 1 ปี (ซ่อมแซมกระจกแตกร้าว ฟรี!! 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี)
*กระจก Gorilla® Glass Victus+® เมื่อเทียบกับกระจก Aluminosilicate จากการทดสอบ Knoop Scratch Test ภายในห้องปฎิบัติการของ CORNING โดยทดสอบที่แรงกดทับ 8 นิวตัน
**กระจก Gorilla® Glass Victus+® เมื่อเทียบกับกระจก Aluminosilicate จากการทดสอบ Drop Tower Test ภายในห้องปฎิบัติการของ CORNING โดยตกจากความสูง 2 เมตร มุมตกกระทบ 0 องศา ลงพื้นผิวกระดาษทรายเบอร์ 180

Samsung Galaxy S26 FE ผลิตออกมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Blueberry, Graphite และ Pistachio โดยทีมงาน @flashfly ได้รับสี Pistachio มารีวิว ซึ่งมีเฉดสีเขียวอ่อนแบบเดียวกับ Galaxy Z Fold8 โดยสี Pistachio ของ Galaxy Z Fold8 จำกัดการจำหน่ายเฉพาะช่องทางเว็บไซต์ Samsung เท่านั้น แต่สี Pistachio ของ Galaxy S26 FE จะวางจำหน่ายทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์

มุมมองด้านหน้าเต็มไปด้วยพื้นที่ของจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว มีช่องเจาะวงกลมเล็กๆ สำหรับติดตั้งกล้องหน้า 12 ล้านพิกเซล

ด้านหลังดูเหมือน Galaxy S26+ โดยวางกล้องหลัง 3 ตัว ในแนวตั้ง อยู่ในกรอบรูปทรงแคปซูลและนูนขึ้นจากฝาหลังเล็กน้อย ส่วนแฟลช LED ติดตั้งแยกไว้นอกกรอบ

ด้านข้างมีความบางเพียง 7.4 มิลลิเมตร รัดด้วยกรอบอะลูมิเนียมดีไซน์เรียบแบน ปุ่มปรับระดับเสียง ถูกวางไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์

ด้านบนพบไมโครโฟน 2 ตัว

ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพง, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมโครโฟน และ ถาดใส่ซิมการ์ด

นอกจากนี้ Samsung Galaxy S26 FE ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับ IP68 หมายความว่าสามารถต้านทานน้ำที่มีความลึกถึง 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที รวมถึงป้องกันฝุ่นอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย และมั่นใจได้ว่า Galaxy S26 FE มีความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
กล้องหลังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด

Samsung Galaxy S26 FE ได้รับกล้องหลัง 3 ตัว ที่ได้รับการปรับปรุงให้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตให้สวยงามยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดของ Skin Tone ที่ให้ผิวสวยเนียนสมจริงดูเป็นธรรมชาติ จึงสามารถถ่ายภาพและแชร์ลงโซเชียลได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งเพิ่มเติม

- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล
- กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

กล้องของ Galaxy S26 FE ยังมาพร้อม ProVisual Engine ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดในทุกระยะ สามารถจับภาพวัตถุ เพิ่มคุณภาพโทนสี ลดจุดรบกวน และดึงรายละเอียดออกมาให้เด่นชัดกว่าเดิม ไม่ว่าจะถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยหรือในเวลากลางคืน

การซูมเป็นอีกจุดที่ Galaxy S26 FE ได้รับการปรับปรุง โดยการซูมในช่วงระหว่าง 1.1-2.9x ซึ่งเป็นระยะที่คนใช้งานบ่อยที่สุด มีการใช้เทคโนโลยี Binding Pixel หรือการรวมพิกเซล จาก 4 เป็น 1 (50/4 = 12MP) ทำให้ภาพคมชัดขึ้นเมื่อซูมระยะเดียวกัน (Tetra Lossless Zoom: 50MP) โดยไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มเติม

แอปกล้องของ Galaxy S26 FE รองรับโหมด Portrait, Photo, Video, Pro, Pro Video, Food, Panorama, Slow Motion, Hyper Lapse และ Portrait Video

โหมด Photo รองรับการซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.6x ซึ่งเป็นการใช้กล้อง Ultra Wide, 1x, 2x, 3x และขยายได้สูงสุด 30x สำหรับความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แถบเครื่องมือด้านบนมีไอคอนสำหรับใช้งานแฟลช, ปรับความละเอียด 12/50MP, ฟีเจอร์ Motion Photo, ฟิลเตอร์, Intensity และ เปิด/ปิดลายน้ำ

โหมด Portrait สามารถซูมได้ 4 ระยะ 1x, 2x, 3x, 5x พร้อมด้วยเอฟเฟกต์ Blur, Studio, High-Key Mono, Low-Key Mono, Backdrop และ Colour Point เมื่อแตะไอคอน 4 จุด ที่มุมล่างขวา จะเปิดแถบเครื่องมืออีกชุด สามารถเข้าไปตั้งค่ากล้องอย่างละเอียดได้ รวมถึงตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าอัตโนมัติ ปรับอัตราส่วนภาพถ่าย ปรับค่าชดเชยแสง และบางฟีเจอร์ก็เหมือนกับแถบเครื่องมือด้านบน

โหมด Video สามารถถ่ายวิดีโอได้สูง 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที (ซูมสูงสุด 10x ที่ความละเอียด Full HD) แต่ถ้าเปิดโหมด Super Steady หรือระบบป้องกันภาพสั่นไหว (ไอคอนรูปคนวิ่ง ในแถบเครื่องมือด้านบน) จะสามารถถ่ายวิดีโอสูงสุด Quad HD (QHD) หรือ 1440p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที

ที่น่าสนใจก็คือ ในโหมด Super Steady ยังมี Horizontal Lock ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Samsung ช่วยให้การถ่ายวิดีโอมีความเสถียรมากกว่าเดิม มอบประสบการณ์การถ่ายวิดีโอแบบเดียวกับกล้อง Action Camera สามารถบันทึกภาพสิ่งต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวให้ขนานไปกับเส้นขอบฟ้า ไม่ว่าจะเป็นภาพคนกำลังเล่นกีฬา สัตว์เลี้ยงกำลังวิ่งเล่น โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถือตัวเครื่องเอียงขนาดไหน เรียกได้ว่าพลิกยังไงเฟรมก็นิ่ง
กล้องหน้ามุมกว้างขึ้น

กล้องหน้าของ Samsung Galaxy S26 FE มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีมุมกว้าง 85 องศา จากเดิม 80 องศา มุมมองภาพที่กว้างขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพเซลฟี่ได้กว้างขึ้นนั่นเอง ไม่ว่าจะถ่ายเซลฟี่ตัวเองกับฉากหลังสวยๆ หรือ ถ่ายเซลฟี่ร่วมกับเพื่อนๆ ก็เก็บครบทุกใบหน้า

โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถเลือกโทนสีได้ 2 แบบ ระหว่าง Natural และ Warm รองรับการซูม 2 ระยะ สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่คนเดียว หรือ ถ่ายเซลฟี่ร่วมกับเพื่อนๆ เพียงแตะไอคอนรูปคนที่ด้านล่าง เช่นเดียวกับกล้องหลัง เมื่อแตะไอคอน 4 จุด ที่มุมล่างขวา จะสามารถเข้าไปตั้งค่ากล้องอย่างละเอียดได้ รวมถึงตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าอัตโนมัติ ปรับอัตราส่วนภาพถ่าย ปรับค่าชดเชยแสง

โหมด Portrait ของกล้องหน้า ก็สามารถซูมได้ 2 ระยะ เช่นกัน พร้อมด้วยเอฟเฟกต์ปรับความเบลอ หรือ ละลายฉากหลัง ทำให้ภาพถ่ายเซลฟี่แบบพอร์ตเทรตโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

โหมด Video รองรับความละเอียดสูงสุด Ultra HD ที่ 60 เฟรมต่อวินาที
ตัวอย่างภาพถ่าย































Galaxy AI


Samsung Galaxy S26 FE ทำงานบนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 17 ครอบทับด้วย OneUI 9.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่สำคัญ Galaxy S26 FE จะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android และความปลอดภัยนาน 7 ปี

OneUI 9.0 ได้รับการอัปเกรดความสามารถด้าน AI ให้ฉลาดขึ้นไปอีกขั้น พร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย รวมถึง My FanCam ทำให้ Galaxy S26 FE เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ Galaxy S Series ที่มีฟีเจอร์ดังกล่าว (เนื่องจาก Galaxy S26 Series ทั้ง 3 รุ่นก่อนหน้านี้ มาพร้อม OneUI 8 จึงต้องการการอัปเดตเวอร์ชันใหม่)

My FanCam เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Galaxy AI ช่วยตัดต่อวิดีโอโดยโฟกัสไปที่คนใดคนหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ถ่ายวิดีโอการแสดงของศิลปินกลุ่ม และต้องการโฟกัสไปที่คนโปรดคนเดียวเท่านั้น ก็ไม่จำเป็นต้องซูมไปที่คนนั้นอีกต่อไป สามารถบันทึกภาพทั้งกลุ่มได้เลย แล้วค่อยไปแก้ไขใน Gallery ด้วยเครื่องมือ My FanCam สามารถระบุใบหน้าของบุคคลในวิดีโอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกบุคคลที่ต้องการโฟกัส จากนั้นเลือกอัตราส่วนภาพเพื่อทำการครอปสำหรับสร้างวิดีโอใหม่ ความพิเศษก็คือ My FanCam สามารถแก้ไขไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟล์วิดีโอที่บันทึกจากกล้องเสมอไป

Circle to Search เวอร์ชันใหม่ ได้รับการพัฒนาให้ฉลาดมากขึ้น สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสิ่งที่เห็นทั้งหมดบนหน้าจอได้ในคราวเดียว และยังรองรับฟีเจอร์ Find the Look สามารถค้นหาสไตล์การแต่งตัว พร้อมระบุเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เพื่อพาไปช้อปได้ทันที

Now Brief Custom Card สามารถปรับแต่งการ์ดให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคนได้

Now Nudge เป็นเหมือนเลขาส่วนตัวที่เข้าใจผู้ใช้งานมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันทีจากบริบทบนหน้าจอ ช่วยจัดตารางนัดหมาย เลือกรูปภาพ ส่งเบอร์โทร แชร์โลเคชั่นได้ในแชท สามารถใช้ได้หลายแอป ที่สำคัญคือรองรับภาษาไทยด้วย


Photo Assist สามารถตกแต่งแก้ไขภาพถ่ายได้ง่ายมากขึ้น ด้วยคำสั่ง Text to Image หรือ ป้อนข้อความอธิบายสิ่งที่ต้องการแก้ไข ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนบรรยากาศภาพให้อยู่ในเมืองหิมะ, เพิ่มสายรุ้งในฉากหลัง, เปลี่ยนเป็นช่วงเวลากลางคืนและมีการจุดพลุ รวมไปถึงเปลี่ยนวัตถุในภาพ เปลี่ยนสี และเพิ่มองค์ประกอบในภาพได้ตามต้องการ จะเปลี่ยนจากภาพนั่งเฉยๆ ให้เป็นภาพกำลังอุ้มแมวก็ทำได้อย่างรวดเร็ว

Creative Studio เครื่องมือสร้างรูปภาพ สติ๊กเกอร์ การ์ดเชิญ การ์ดอวยพร จากภาพร่าง รูปถ่าย รูปภาพ หรือข้อความ

Perplexity พาร์ทเนอร์ AI ที่เสริมให้ Galaxy AI เก่งขึ้น มีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้น และมีแหล่งที่มาอ้างอิง รวมถึงข้อมูลอัปเดตปัจจุบันที่สุด

Audio Eraser เครื่องมือ AI ช่วยลบเสียงรบกวนในวิดีโอ (แยกได้ 6 ประเภท โดยที่วิดีโอไม่จำเป็นต้องถ่ายจากสมาร์ตโฟนของ Samsung Galaxy เท่านั้น และตอนนี้ยังอัปเดตใหม่สามารถใช้งานกับแอปอื่นๆ เช่น YouTube, TikTok)

Search สามารถใช้ Bixby ช่วยหารูป ตารางนัด รวมถึงไฟลท์บินที่อยู่ในเครื่องได้ทั้งหมด

Now Bar แนะนำแอคชั่นให้เหมาะกับสถานการณ์ ทั้งแนะนำตัว Playlist วิดีโอที่คุณน่าจะชอบ หรือข้อมูลจองร้านอาหาร

Document Scanner สแกนเอกสารง่ายขึ้น มีตัวช่วยลบนิ้วมือที่ติดมา หรือขอบมุมกระดาษ


ด้านความปลอดภัยมี Call Screening ช่วยกรองสายที่เป็นสแปม พร้อม Auto-Blocker คอยปิดกั้นแอปจากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงมัลแวร์ที่เป็นอันตราย อีกทั้งยังมีระบบป้องกันการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้มาจาก Samsung และป้องกันเครื่องถูกโจมตีผ่านการเสียบสาย USB ที่ไม่น่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Note Assist, Browsing Assist และ Transcript Assist สำหรับแปลภาษา ย่อ-สรุป-จัดความสวยงามข้อความ และอ่านออกเสียงจากหน้าเว็บรวมถึงแปลงเสียงเป็นข้อความโดยแยกเสียงคนได้ถึง 5 เสียง สามารถใช้งานได้ฟรี โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม และแน่นอนว่ารองรับการแปลเป็นภาษาไทยด้วย

สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการอัปเกรดสมาร์ตโฟนเครื่องเก่ามาใช้ Galaxy S26 FE ไม่ว่าจะย้ายมาจาก Android หรือ iOS ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลในเครื่องเดิมจะหายไป ด้วยฟีเจอร์ Smart Switch ที่อัปเกรดใหม่ สามารถย้ายข้อมูลจากเครื่องเดิมมาไว้ใน Galaxy S26 FE ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ต่างๆ รวมถึงรหัสผ่านต่างๆ ที่บันทึกไว้ และประวัติการโทร และ QuickShare ยังรองรับ AirDrop ส่งไฟล์ไปมา ระหว่าง อุปกรณ์ iOS ได้แล้ว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น
ชิปเซ็ต Exynos 2500 แบบเดียวกับ Galaxy Z Flip7




ด้านประสิทธิภาพ Samsung Galaxy S26 FE ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Exynos 2500 แบบเดียวกับ Galaxy Z Flip7 ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU แบบ 10-core ความเร็วสูงสุด 3.3GHz พร้อม GPU Samsung Xclipse 950 และ NPU สำหรับจัดการงานด้าน AI สามารถประมวลผลได้มากถึง 59 ล้านล้านครั้งต่อวินาที (TOPS)


ชิป Exynos 2500 ใน Galaxy S26 FE ได้รับการปรับปรุง CPU ให้ดีขึ้น 20%, GPU เร็วขึ้น 34% และ NPU ดีกว่าเดิมถึง 42% อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ Galaxy S25 FE ที่ใช้ชิป Exynos 2400 และมีการขยาย Front Graphite Sheet ขึ้น 7% ซึ่งช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดีขึ้นทำให้เล่นนานกว่าเดิม และเครื่องไม่กระตุกำ


จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า Galaxy S26 FE ทำได้ทะลุ 2 ล้านคะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 691,693 คะแนน, GPU ทำได้ 743,692 คะแนน, Memory ทำได้ 243,705 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 416,906 คะแนน
อายุการใช้งานแบตเตอรี่

ถึงแม้จะมีตัวเครื่องที่บางเพียง 7.4 มิลลิเมตร แต่ Samsung Galaxy S26 FE ก็มีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4900mAh สามารถรับชมวิดีโอออนไลน์ใน YouTube ได้นานสูงสุด 29 ชั่วโมง ดังนั้น จึงมีพลังงานเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังรองรับชาร์จเร็ว 45W สามารถชาร์จถึงระดับ 70% ภายในเวลา 30 นาที

หน้าจอ 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz

Samsung Galaxy S26 FE มาพร้อมจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด Full HD+ (1080 x 2340 พิกเซล) ขนาด 6.7 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 385PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) ให้ความสว่างถึง 1,900 นิต รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz และได้รับการป้องกันด้วยกระจก Gorilla Glass Victus+ ที่ทนทานกันรอยถึง 4 เท่า


สรุปราคาและการจำหน่าย

ถ้าจะบอกว่า Samsung Galaxy S26 FE เป็นน้องเล็กของ Galaxy S26 Series คงไม่ได้ เพราะถึงแม้จะมาทีหลัง แต่ก็อัดแน่นไปด้วยความสามารถหลายอย่างเทียบเท่า Galaxy S26+ ซึ่งความจริงแล้ว Samsung พุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้งานที่กำลังมองหาเรือธงรุ่นใหม่ ทดแทนรุ่นเก่าที่ใช้งานมาหลายปี ทำให้ Galaxy S26 FE ถูกสร้างมาให้มีความทนทาน เพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาว รวมถึงซอฟต์แวร์ที่รับประกันว่าจะได้รับการอัปเดตนานถึง 7 ปี นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ระดับเรือธง ทั้ง Galaxy AI เวอร์ชันใหม่ ซึ่งบางฟีเจอร์ได้ใช้งานก่อน Galaxy S26 Ultra ด้วยซ้ำ

ราคา Samsung Galaxy S26 FE
- Samsung Galaxy S26 FE ความจุ 128GB ราคา 24,900 บาท
- Samsung Galaxy S26 FE ความจุ 256GB ราคา 28,900 บาท
โปรโมชั่นที่ Samsung Experience Store และ ร้านค้าที่ร่วมรายการ (28 ส.ค. 69 – 27 ก.ย. 69)
- ฟรี ประกันกระจกหน้า-หลังแตกร้าวจากอุบัติเหตุ 1 ครั้งภายใน 1 ปี นับจากวันเปิดใช้งาน (ไม่รวมกับความเสียหายของตัวเครื่อง ขอบเฟรม หรืออุปกรณ์ส่วนอื่นๆ) และไม่เกี่ยวข้องกับบริการ Samsung Care+
- 8/256GB >> Up ความจุ 2 เท่า มูลค่า 4,000 บาท (จ่ายราคา 128 ได้ 256GB)
- 8/128GB >> ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท สูงสุดไม่เกิน 10%
- หรือ ผ่อน Samsung Finance+ เริ่มเดือนละ 626 บาท นาน 24 เดือน
- 10 วันแรกในการขายมีการแถม Adapter 45W มูลค่า 1,090 บาท**(28 ส.ค. 69 – 6 ก.ย. 69)**
- ฟรี Google AI Pro นาน 6 เดือนฟรี มูลค่า 4,500 บาท และ Cloud Storage 5TB (ข้อเสนอสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม 2570)
- รับสิทธิแลกซื้อ Galaxy Watch | Buds ที่ร่วมรายการ ลดทันที 30% เมื่อซื้อคู่กับ Galaxy S26 FE

โปรโมชั่นออนไลน์เฉพาะเว็บไซต์ Samsung (4 ก.ย. 69 – 27 ก.ย. 69)
- ฟรี ประกันกระจกหน้า-หลังแตกร้าวจากอุบัติเหตุ 1 ครั้งภายใน 1 ปี นับจากวันเปิดใช้งาน (ไม่รวมกับความเสียหายของตัวเครื่อง ขอบเฟรม หรืออุปกรณ์ส่วนอื่นๆ) และไม่เกี่ยวข้องกับบริการ Samsung Care+
- 8/256GB >> Up ความจุ 2 เท่า มูลค่า 4,000 บาท (จ่ายราคา 128 ได้ 256GB)
- ผ่อนพิเศษ 0% เริ่มต้นเดือนละ 1,909.- นานสูงสุด 12 เดือนด้วย SPayLater ที่ samsung.com ราคาพิเศษเพียง 22,900.-
- แลกคะแนน Samsung Rewards เป็นส่วนลด x2 สูงสุด 2,000.- | หรือลดเพิ่ม 1,000 สำหรับลูกค้าใหม่
- 3 วันแรกในการขายบนเว็บไซต์ มีการแถม Adapter 45W มูลค่า 1,090 บาท**(เฉพาะวันที่ 4-6 ก.ย. 69 เท่านั้น)**
- ฟรี Google AI Pro นาน 6 เดือนฟรี มูลค่า 4,500 บาท และ Cloud Storage 5TB (ข้อเสนอสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม 2570)
- ซื้อคู่ถูกกว่า รับสิทธิแลกซื้อ Galaxy Watch | Buds ที่ร่วมรายการ ลดทันที 30% เมื่อซื้อคู่กับ Galaxy S26 FE และใส่โค้ด GADGET
#GalaxyAI
#GalaxyS26FE
#Samsung
#Flashfly





