ผลการทดสอบการเล่นเกมในระยะยาวชี้ให้เห็นว่า iPhone 18 Pro Max มีประสิทธิภาพเหนือกว่าตัวเลขที่ Apple เคยประกาศไว้ เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro Max ในสภาวะที่มีการประมวลผลหนักอย่างต่อเนื่อง

Dame Tech ได้ทดสอบประสิทธิภาพระหว่าง iPhone 18 Pro Max และ iPhone 17 Pro Max ผ่านการเล่นเกม Assassin’s Creed Mirage และ Resident Evil 4 โดยใช้ระยะเวลาการทดสอบเป็นเวลานาน เพื่อทำให้เกิดความร้อนที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่อง

สำหรับเกม Resident Evil 4 ทาง Dame Tech ได้ทดสอบ iPhone ทั้ง 2 รุ่น ที่ความละเอียด 2346 x 1080 โดยตั้งเป้าเฟรมเรตไว้ที่ 60 FPS และใช้การตั้งค่ากราฟิกเดียวกัน ผลปรากฏว่า iPhone 18 Pro Max ทำเฟรมเรตเฉลี่ยได้ที่ 58 FPS และมีค่า 1% Low อยู่ที่ 49.6 FPS ขณะที่ iPhone 17 Pro Max ทำได้เฉลี่ย 38.6 FPS และมีค่า 1% Low อยู่ที่ 27.9 FPS
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า iPhone 18 Pro Max มีประสิทธิภาพเหนือกว่าในด้านเฟรมเรตเฉลี่ยประมาณ 50% และมีค่า 1% Low สูงกว่าเกือบ 78% เนื่องจากการทดสอบกินเวลานาน ผลลัพธ์นี้จึงชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างชัดเจนของ iPhone รุ่นใหม่ เมื่อเครื่องเริ่มมีความร้อนสะสมและประสิทธิภาพการทำงานที่ต่อเนื่อง

การเล่นเกม Assassin’s Creed Mirage ด้วย iPhone ทั้ง 2 รุ่น ถูกทดสอบด้วยการตั้งค่ากราฟิกระดับ High และความละเอียด 1320p โดย iPhone 18 Pro Max ทำเฟรมเรตเฉลี่ยได้ 30 FPS และมีค่า 1% Low ที่ 29.8 FPS เทียบกับ iPhone 17 Pro Max ที่ทำได้เฉลี่ย 25.3 FPS และมีค่า 1% Low ที่ 21.9 FPS

ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพเฟรมเรตเฉลี่ยขึ้นประมาณ 19% และค่า 1% Low ดีขึ้น 36% อย่างไรก็ตาม ช่องว่างของเฟรมเรตเฉลี่ยอาจไม่ได้สะท้อนความแตกต่างทั้งหมด เนื่องจากเกม Assassin’s Creed Mirage ถูกจำกัดเฟรมเรตไว้ที่ 30 FPS ซึ่ง iPhone 18 Pro Max ก็สามารถทำเฟรมเรตได้เต็มเพดานที่จำกัดไว้แล้ว
iPhone 18 Pro Max ไม่เพียงแต่ได้รับชิปรุ่นใหม่ A20 Pro ที่ให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แต่ยังมีการปรับปรุงระบบระบายความร้อน ซึ่งมีการใช้ Vapor Chamber ขนาดใหญ่ขึ้นอย่างมาก และสัมผัสโดยตรงกับชิป A20 Pro รวมถึงการใช้วัสดุ Thermal Pad แบบใหม่ และการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของชิป SoC
Apple ระบุว่า A20 Pro เป็นชิป iPhone ที่ทรงพลังและประหยัดพลังงานที่สุด มาพร้อมแพ็คเกจชิปที่ได้แรงบันดาลใจจากชิปตระกูล M และยังทำงานร่วมกับ Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ เพื่อมอบประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro
ที่มา – Notebookcheck






