Tuesday, March 24, 2026
  • Contact us
Flashfly Dot Net
  • Home
    • Flashfly Online Channel
    • Feature
    • Tips&Tricks
  • NEWS
    • PR News
    • Lifestyle
  • Samsung
  • Vivo
  • OPPO
  • iPhone
  • Smartphone
    • App Free
    • Nokia
    • Windows 10
    • Android
    • BlackBerry 10
  • Games
    • Playstation
    • Nintendo
  • Review & Preview
  • Contact us
No Result
View All Result
  • Home
    • Flashfly Online Channel
    • Feature
    • Tips&Tricks
  • NEWS
    • PR News
    • Lifestyle
  • Samsung
  • Vivo
  • OPPO
  • iPhone
  • Smartphone
    • App Free
    • Nokia
    • Windows 10
    • Android
    • BlackBerry 10
  • Games
    • Playstation
    • Nintendo
  • Review & Preview
  • Contact us
No Result
View All Result
Flashfly Dot Net
No Result
View All Result
Home Feature

รีวิว Apple Watch Series 9 ผลิตภัณฑ์แรกของ Apple ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน จอสว่างขึ้น ชิปรุ่นใหม่ S9 รองรับคำสั่งนิ้ว Double Tap ใช้งานยาวนาน 18 ชั่วโมง

Jackrich T. by Jackrich T.
October 16, 2023
in Feature, iPhone, NEWS, Recommended, Review & Preview
0
SHARES
1.1k
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

Apple พร้อมทำตลาด Apple Watch Series 9 อย่างทางการในไทยแล้ว โดยเป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Apple ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยวัสดุรีไซเคิลทั้งตัวเรือน สาย และ กล่อง อีกทั้งยังใช้พลังงานสะอาดในการผลิต นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้วยจอภาพที่สว่างมากขึ้น ชิปรุ่นใหม่ ทำให้รองรับความสามารถใหม่ๆ เพียบ สมกับเป็นนาฬิกาที่ล้ำหน้า และได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

สเปก Apple Watch Series 9

  • จอภาพ LTPO OLED Retina ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต
  • ชิป SiP รุ่น S9, ชิประบบไร้สาย W3 และ ชิป Ultra Wideband รุ่นที่ 2, Neural Engine แบบ 4-core
  • ความจุ 64GB ทั้งรุ่น GPS + Cellular และ GPS  
  • เซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด, เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้า, เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัล รุ่นที่ 3, มาตรวัดความสูงแบบทำงานตลอด, เข็มทิศ, อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบแรง g สูง, ไจโรสโคปแบบช่วงไดนามิกสูง, เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบ, เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ, คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง”
  • ตรวจจับการชนกัน, ตรวจจับการล้ม, ตรวจสอบเสียงรบกวน, ติดตามการเดินด้วยเข็มทิศ, ตรวจวัดอุณหภูมิ (ทำงานร่วมกับการติดตามรอบเดือน)
  • ระบบนำทาง GPS (L1), GLONASS, Galileo, QZSS และ BeiDou
  • ลำโพงและไมโครโฟนในตัว
  • SOS ฉุกเฉิน, การโทรฉุกเฉินทั่วโลก, การใช้งานโรมมิ่งในต่างประเทศ
  • ผ่านการรับรองทนน้ำที่ระดับ 50 เมตร และทนฝุ่นที่ระดับ IP6X
  • การเชื่อมต่อรุ่น GPS: Wi-Fi 802.11b/g/n (2.4/5GHz), Bluetooth 5.3
  • การเชื่อมต่อรุ่น GPS + Cellular: 4G LTE, 3G UMTS, Wi-Fi 802.11b/g/n (2.4/5GHz), Bluetooth 5.3
  • แบตเตอรี่ Lithium-Ion ให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 36 ชั่วโมง (โหมดประหยัดพลังงาน)
  • ขนาดตัวเรือน (45 มม.) 45 x 38 x 10.7 มม. 
  • น้ำหนัก (45 มม.) 38.7 กรัม (อะลูมิเนียม)

แกะกล่อง Apple Watch Series 9

กล่อง Apple Watch Series 9 ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากกล่องของ Apple Watch Series 8 ยังคงเป็นกล่องรูปทรงแท่งสีขาวแบนๆ แต่ที่สะดุดตาก็คือมีโลโก้ใบไม้สีเขียวเพิ่มเข้ามา (โลโก้ Carbon Neutral ของ Apple) เพื่อบ่งบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน 

เมื่อแกะกระดาษห่อหุ้มชั้นนอกกล่องออกไป จะพบว่าภายในแบ่งออกเป็น 2 กล่อง โดยกล่องบนพิมพ์รูปภาพด้านหน้าของ Apple Watch อีกกล่องพิมพ์รูปภาพสาย  Apple Watch บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าแต่ละกล่องเก็บอะไรไว้

กล่อง Apple Watch Series 9 ถูกปิดผนึกด้วยแถบกระดาษกาวตรงขอบกล่องทั้ง 2 ด้าน เมื่อลอกแถบกระดาษกาวออกไป จะสามารถยกฝากล่องขึ้นได้อย่างง่ายดาย และภายในกล่องจะพบกับตัวเรือน Apple Watch วางแยกช่องกับซองเอกสารต่างๆ  

ภายในกล่อง Apple Watch Series 9 แถมสายชาร์จแบบแม่เหล็กที่ใช้พอร์ต USB-C โดยมีการปรับปรุงสายใหม่เป็นแบบสายถักที่ให้ความทนทานมากกว่าเดิม สำหรับกล่องเก็บสาย Apple Watch ก็ถูกปิดผนึกด้วยแถบกระดาษกาวเช่นกัน ภายในมีแผ่นพับแนะนำวิธีการติดตั้งสายกับตัวเรือน โดยทีมงาน @Flashfly ได้รับ Apple Watch Series 9 รุ่น 45 มม. ตัวเรือนอะลูมิเนียม สีมิดไนท์ มารีวิว ซึ่งมาพร้อมสาย Sport Loop สีมิดไนท์เช่นกัน

ทั้งนี้ กล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับ Apple Watch และสาย ถือเป็นครั้งแรกของ Apple ที่ทำมาจากเยื่อไม้ 100% ตามนโยบายของ Apple ที่ตั้งเป้างดใช้พลาสติกในกล่องบรรจุภัณฑ์ภายในปี 2025 

ดีไซน์รักษ์โลก

Apple Watch รุ่นใหม่ในปีนี้ ถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Apple ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งรวมถึง Apple Watch Series 9 ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาด 100% ในกระบวนการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุด 3 แหล่ง ได้แก่ วัสดุ ไฟฟ้า และ การขนส่ง นอกเหนือจากการผลิตที่ใช้พลังงานสะอาดให้มากที่สุด ตัวเรือนของ Apple Watch Series 9 ก็ใช้วัสดุอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ขณะที่แบตเตอรี่ใน Apple Watch Series 9 ก็เป็นครั้งแรกของ Apple ที่ใช้โคบอลต์รีไซเคิล 100% 

เพื่อลดผลกระทบต่อโลกให้มากยิ่งขึ้น Apple ตัดสินใจยุติการใช้หนังสัตว์ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงสาย Apple Watch แต่ได้ออกสายใหม่มาทดแทนด้วยสายแบบ Magnetic Link และ Modern Buckle สำหรับสาย Sport Loop ก็ได้รับการออกแบบใหม่ด้วยการใช้เส้นใยรีไซเคิล 82% ซึ่งบางส่วนทำมาจากแหอวนที่ถูกทิ้ง

ตัวเรือน Apple Watch Series 9 มีให้เลือก 2 ขนาด 41 มม. และ 45 มม. ทั้ง 2 ขนาด มีวัสดุให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ อะลูมิเนียม และ สแตนเลสสตีล โดยทีมงาน @Flashfly ได้รับตัวเรือนอะลูมิเนียม สีมิดไนท์ ขนาด 45 มม. มารีวิว ซึ่งมีสีชมพูใหม่, สีสตาร์ไลท์, สีเงิน และ รุ่น (PRODUCT)RED ให้เลือกด้วย ส่วนรุ่นสแตนเลสสตีล มาในสีทอง, สีเงิน และ สีกราไฟต์

ดีไซน์โดยรวมของ Apple Watch Series 9 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ด้านหน้ายังเป็นแบบคริสตัลที่มีความหนาพร้อมฐานที่แบน เพื่อความทนทานต่อการแตกร้าว มาพร้อมกระจกหน้า Ion‑X สำหรับรุ่นอะลูมิเนียม (รุ่นสแตนเลสสตีลใช้ด้านหน้าแบบผลึกแซฟไฟร์)

ฝาหลังใช้วัสดุเซรามิกและผลึกแซฟไฟร์ ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ต่างๆ สำหรับวัดสุขภาพ ทั้งเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด,  เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้า และ เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัล รุ่นที่ 3 

ด้านข้างตัวเรือนมีความบาง 10.7 มม. ไม่ว่าจะเป็นขนาด  41 มม. หรือ 45 มม. ติดตั้งปุ่ม Digital Crown ตอบสนองแบบสั่นเมื่อถูกหมุน ถัดลงมาเป็นรูไมโครโฟน และ ปุ่มกดด้านข้าง

อีกข้างที่ไม่มีปุ่มใดๆ จะพบกับช่องลำโพง เช่นเดียวกับรุ่นก่อน Apple Watch Series 9 ผ่านการรับรองการทนฝุ่นที่ระดับ IP6X และมีความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ 50 เมตร ตามมาตรฐาน ISO 22810:2010 ซึ่งหมายถึงรองรับการสวมใส่ระหว่างทำกิจกรรมในน้ำตื้น เช่น ว่ายน้ำในสระหรือทะเล แต่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสวมใส่ลงไปดำน้ำลึก

หน้าจอสว่างกว่าเดิม 2 เท่า

Apple Watch Series 9 มาพร้อมจอแสดงผล Retina LTPO OLED ความละเอียด 396 x 484 พิกเซล พื้นที่แสดงผล 1,143 ตร.มม. สำหรับรุ่น 45 มม. และ ความละเอียด 352 x 430 พิกเซล พื้นที่แสดงผล 904 ตร.มม. สำหรับรุ่น 41 มม. รองรับการแสดงผลแบบ Always-On จึงมองเห็นหน้าปัดนาฬิกาอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่ได้ยกข้อมือขึ้นมา

จอแสดงผลของ Apple Watch Series 9 ให้ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต สว่างมากกว่าเดิม 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 8 จึงสามารถอ่านหน้าจอในที่กลางแจ้งได้ง่ายและชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดความสว่างให้ต่ำลงเหลือเพียง 1 นิต ช่วยให้มองหน้าจอในที่แสงน้อยหรือในห้องมืดได้อย่างสบายตา และป้องกันแสงแยงตาคนรอบข้างได้ด้วย

Double Tap

มาถึงการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ Apple Watch นั่นก็คือฟีเจอร์ Double Tap หรือ แตะสองครั้ง ซึ่งเป็นคำสั่งนิ้วรูปแบบใหม่ที่พบใน Apple Watch Series 9 และ Apple Watch Ultra 2 เท่านั้น ช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมการทำงานบางอย่างได้ง่ายๆ เพียงยกข้อมือขึ้นมาให้หน้าจอสว่าง แล้วแตะนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง 2 ครั้ง ด้วยมือข้างที่สวม Apple Watch 

ฟีเจอร์ Double Tap ใน Apple Watch Series 9 สามารถใช้ควบคุมการทำงานได้หลายอย่างตามที่ผู้ใช้งานตั้งค่าไว้ล่วงหน้า เช่น จับเวลา, เล่นหรือหยุดเพลงชั่วคราว, เลื่อนนาฬิกาปลุก, รับและวางสายโทรศัพท์, ถ่ายภาพด้วยรีโมทกล้อง, เปิด Smart Stack จากหน้าปัดนาฬิกา และสามารถเลื่อนผ่านวิดเจ็ตต่างๆ ใน Stack ได้

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ Double Tap ขับเคลื่อนด้วย Neural Engine ที่เร็วกว่าเดิม สามารถประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ไจโรสโคป เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัล และอัลกอริทึมการเรียนรู้ของระบบ คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนโลหิตเมื่อมือและนิ้วขยับขณะแตะกัน

อย่างไรก็ตาม Apple Watch Series 9 จะสามารถใช้งานฟีเจอร์ Double Tap ได้ หลังจากอัปเดตเป็น watchOS 10.1 ซึ่ง Apple กำลังจะปล่อยออกมาในเร็วๆ นี้ (ปัจจุบันพร้อมใช้งานเฉพาะเวอร์ชัน Beta สำหรับนักพัฒนาเท่านั้น)

Siri ได้รับการอัปเกรด

Siri ใน Apple Watch Series 9 ถูกยกเครื่องใหม่ พร้อมตอบสนองคำสั่งทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา Wi-Fi หรือ เครือข่าย มือถือ แต่ต้องเป็นคำสั่งที่สามารถทำงานแบบออฟไลน์ได้เท่านั้น เช่น การเริ่มออกกำลังกาย หรือ ตั้งนาฬิกาจับเวลา และด้วยการอัปเกรด Neural Engine ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังส่งผลให้ Apple Watch Series 9 ฟีเจอร์การป้อนตามคำบอก มีความแม่นยำมากขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 8

ผู้ใช้ Apple Watch Series 9 ยังสามารถขอให้ Siri เข้าถึงข้อมูลจากแอป Health ได้ทันที หากมีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและฟิตเนส ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถถาม Siri ว่าเมื่อคืนก่อนนอนหลับไปกี่ชั่วโมง, ใกล้จะปิดวงแหวนกิจกรรมได้หรือยัง หรือส อบถามเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดหากมีเครื่องวัดที่เชื่อมต่ออยู่ นอกจากนี้ ยังขอให้ Siri บันทึกข้อมูลสุขภาพจากบน Apple Watch Series 9 ได้ด้วย เช่น ข้อมูลน้ำหนัก ประจำเดือน หรือ ยาที่รับประทาน

Ultra Wideband รุ่นที่ 2

Apple Watch Series 9 ได้รับการปรับปรุงชิป UWB (Ultra Wideband) เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริง (Precision Finding) ให้ข้อมูลระยะทางและทิศทาง รวมถึงการนำทางไปยัง iPhone ที่จำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน ด้วยภาพ การสั่น และ เสียง โดยเฉพาะ iPhone 15 Series ซึ่งใช้ชิป UWB รุ่นที่ 2 เช่นกัน

ชิป Ultra Wideband รุ่นที่ 2 ยังช่วยให้ Apple Watch Series 9 ทำงานร่วมกับ HomePod ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อผู้ใช้ Apple Watch เข้าใกล้ HomePod ที่กำลังเล่นเสียงอยู่ภายในระยะ 4 เมตร Apple Watch Series 9 จะเปิดหน้าจอ Now Playing เพื่อให้ผู้ใช้งานควบคุมการเล่นเพลง แต่ถ้า HomePod ไม่ได้เล่นอะไรอยู่ จะมีการแนะนำสื่อที่ด้านบนของ Smart Stack

ชิปรุ่นใหม่  

Apple Watch Series 9 ได้รับชิปรุ่นใหม่ SiP รุ่น S9 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยโปรเซสเซอร์แบบ 64-bit Dual‑core ช่วยให้ Apple Watch Series 9 มีความสามารถเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งนิ้ว Double Tap, Siri สามารถประมวลผลได้ภายในอุปกรณ์ และมาพร้อมกับ Neural Engine แบบ 4-core ใหม่ที่สามารถประมวลผลงานด้านการเรียนรู้ของระบบได้เร็วกว่า Apple Watch Series 8 สูงสุดถึง 2 เท่า

อายุการใช้งานแบตเตอรี่

ชิป SiP รุ่น S9 ยังช่วยประหยัดพลังงานของ Apple Watch Series 9 ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานตลอดทั้งวัน 18 ชั่วโมง แต่สามารถยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมง ด้วยโหมดประหยัดพลังงาน (Low Power Mode) และแถมสายชาร์จเร็วแบบแม่เหล็กเป็น USB-C แบบใหม่ที่เป็นสายถักมาให้ในกล่อง ซึ่งควรใช้คู่กับอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB‑C ขนาด 20W ของ Apple 

สรุปราคาและการจำหน่าย

Apple Watch Series 9 ยังคงเป็นนาฬิกาที่ทันสมัย อะไรที่ดีอยู่แล้วในรุ่นก่อน ก็ถูกถ่ายทอดมาในรุ่นใหม่ และได้รับการเพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างคำสั้งนิ้ว หรือ Double Tap ช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมบางฟังก์ชันได้ด้วยมือเดียว ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากเวลามือว่างเพียงข้างเดียว เช่น อีกข้างอาจถือแก้วกาแฟ หรือ หิ้วถุงช้อปปิ้ง ด้านฟีเจอร์ติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายก็ยังคงให้มาครบครันและทำงานได้อย่างแม่นยำเหมือนเคย ขณะที่ดีไซน์โดยรวมไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก แต่ผ่านขั้นตอนการผลิตและใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ Apple Watch Series 9 เหมาะสำหรับผู้ใช้ Apple Watch Series 7 หรือรุ่นเก่ากว่า ที่ได้เวลาอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่

ทั้งนี้ Apple Watch Series 9 พร้อมให้จับจองแล้ว ในราคาเริ่มต้น 15,900 บาท มีให้เลือก 2 ขนาด 41 มม. และ 45 มม. โดยตัวเรือนอะลูมิเนียมมาในสีชมพูใหม่, สีสตาร์ไลท์, สีมิดไนท์, สีเงิน และ รุ่น (PRODUCT)RED ขณะที่ตัวเรือนสแตนเลสสตีล มี 3 สี ได้แก่ สีทอง, สีเงิน และ สีกราไฟต์

Apple Watch Series 9 ตัวเรือนอะลูมิเนียมทุกเรือน จะได้รับสายแบบ Sport Loop ใหม่ ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยส่วนผสมของเส้นด้ายรีไซเคิลถึง 82%






Tags: Apple WatchApple Watch Series 9ReviewSeries 9
ShareTweetShare

Related Posts

รีวิว OPPO Find N6 สมาร์ตโฟนจอพับเรียบกว่า อิสระกว่า ทรงพลังทุกมิติ พร้อมกล้อง Hasselblad คมชัดพิเศษ 200MP และปากกา OPPO AI Pen
Feature

รีวิว OPPO Find N6 สมาร์ตโฟนจอพับเรียบกว่า อิสระกว่า ทรงพลังทุกมิติ พร้อมกล้อง Hasselblad คมชัดพิเศษ 200MP และปากกา OPPO AI Pen

March 21, 2026
รีวิว Nothing Phone (4a) Pro สีดำเครื่องศูนย์ไทย ก่อนเปิดตัวทางการ 24 มีนาคมนี้
Feature

รีวิว Nothing Phone (4a) Pro สีดำเครื่องศูนย์ไทย ก่อนเปิดตัวทางการ 24 มีนาคมนี้

March 19, 2026
รีวิว realme 16 Pro Series 5G มาพร้อมกล้อง 200MP Portrait Master  ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ และ realme 16 5G ดีไซน์ Aurora Wings มีกระจกเซลฟี่ในตัว
Feature

รีวิว realme 16 Pro Series 5G มาพร้อมกล้อง 200MP Portrait Master ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ และ realme 16 5G ดีไซน์ Aurora Wings มีกระจกเซลฟี่ในตัว

March 19, 2026
Load More
  • ยินดีต้อนพับ!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy Z Fold5, Galaxy Z Flip5, Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series พร้อมบุกตลาดประเทศไทยแล้ว

    ยินดีต้อนพับ!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy Z Fold5, Galaxy Z Flip5, Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series พร้อมบุกตลาดประเทศไทยแล้ว

    356 shares
    Share 0 Tweet 0
  • วาร์ปสู่โลกใหม่!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy S24 Series ครบทุกรุ่นทุกสี พร้อมใช้งาน Galaxy AI สุดล้ำ

    101 shares
    Share 0 Tweet 0
  • รีวิว Samsung Galaxy Tab A9+ แท็บเล็ตสุดคุ้มจอ 11 นิ้วรีเฟรช 90Hz ใช้ชิป Snapdragon 695 รองรับ 5G ระบบเสียง Dolby Atmos ราคา 8,990 บาท

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • รีวิว Samsung Galaxy S23 FE มาอย่างพี๊คคค สเปกแฟล็กชิป ในราคาเป็นมิตร จอ 120Hz กล้องหลัง 3 ตัว 50MP ซูม 3x คมกริบ แบต 4,500mAh

    502 shares
    Share 0 Tweet 0
  • เปรียบเทียบ 2 เรือธงแห่งปี Galaxy S25 Ultra vs iPhone 17 Pro Max

    788 shares
    Share 0 Tweet 0

Browse by Category

  • AIS
  • Android
  • App Free
  • BlackBerry 10
  • dtac
  • EV Car
  • Feature
  • Flashfly Online Channel
  • Games
  • iPhone
  • Lifestyle
  • NEWS
  • Nintendo
  • Nokia
  • OPPO
  • Playstation
  • PR News
  • Recommended
  • Review & Preview
  • Samsung
  • Smartphone
  • Tips&Tricks
  • Truemove H
  • Windows Phone

Recent News

Samsung อ้างว่า Galaxy Z Fold7 ทำเงินได้น้อยลง ทั้งที่มีราคาสูงกว่ารุ่นก่อน

Galaxy Z Fold8 และ Wide Fold ของ Samsung จะรองรับชาร์จเร็ว 45W

March 24, 2026
ช้อป HUAWEI FreeBuds Pro 5 ตอนนี้ที่ Shopee คุ้มสุด! หูฟังพรีเมียมเสียง Hi-Fi ดีไซน์หรู ใส่สบายตลอดวัน เพียง 4,990 บาท พร้อมดีลพิเศษก่อนใคร

ช้อป HUAWEI FreeBuds Pro 5 ตอนนี้ที่ Shopee คุ้มสุด! หูฟังพรีเมียมเสียง Hi-Fi ดีไซน์หรู ใส่สบายตลอดวัน เพียง 4,990 บาท พร้อมดีลพิเศษก่อนใคร

March 24, 2026
  • About
  • Advertise
  • Privacy & Policy
  • Contact

© 2021 FlashFly.net. window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-6SFV8YRF40');

No Result
View All Result
  • NEWS
  • Review & Preview
  • iPhone
  • Android
  • Smartphone
  • Games

© 2021 FlashFly.net. window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-6SFV8YRF40');