Ear (3a) หูฟังไร้สายรุ่นใหม่จาก Nothing พร้อมทำตลาดในไทยแล้ว โดยเป็นรุ่นที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Ear (a) พร้อมอัปเกรดไดรเวอร์ไดนามิก เพื่อให้เสียงเบสที่หนักแน่นกว่า ชูจุดเด่นที่ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ลดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 45 เดซิเบล รองรับเทคโนโลยีเสียง Spatial Audio ให้มิติเสียงสมจริงแบบ 3D มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายใน 32MB ช่วยให้ผู้ใช้งานบันทึกเสียงเก็บไว้ในหูฟังได้โดยตรงนานสูงสุด 60 วินาที และยังมีดีไซน์ที่โดดเด่น สีสันสดใส

สเปก Nothing Ear (3a)

- ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มิลลิเมตร
- Wideband ANC ลดเสียงรบกวนสูงสุด 45 เดซิเบล
- Transparency โหมดฟังเสียงภายนอก
- ระบบตัดเสียงรบกวนระหว่างการโทร ENC
- Low Latency โหมดความหน่วงต่ำ
- รองรับเทคโนโลยีเสียง Static Spatial Audio ให้มิติเสียงสมจริงแบบ 3D
- ไมโครโฟน 6 ตัว (ข้างละ 3 ตัว)
- การเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0, USB-C สำหรับการชาร์จ
- จับคู่ได้อย่างรวดเร็วผ่าน Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair
- ผ่านการรับรอง LDAC และ Hi-Res Audio Wireless
- รองรับการเข้ารหัส AAC, SBC
รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Android เวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 13 ขึ้นไป - มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP54 (ทั้งหูฟังและเคส)
- มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีเหลือง และ สีชมพู
แกะกล่อง

Nothing Ear (3a) จัดส่งมาในกล่องที่มีรูปภาพหูฟังขนาดใหญ่และใช้สีเดียวกับสีของหูฟังที่เลือกซื้อ ภายในกล่องจะพบว่าหูฟังทั้ง 2 ข้าง บรรจุอยู่ในเคสชาร์จ และวางไว้ในถาดรองสีขาวที่มีหลุมพอดีกับเคสชาร์จ

ภายในกล่องแถมจุกหูฟังมาให้ 4 คู่ ที่มีขนาดแตกต่างกัน โดยขนาดกลางจะติดตั้งมาให้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีเอกสารต่างๆ (ข้อมูลความปลอดภัย ข้อมูลการรับประกัน และ คู่มือการใช้งาน) แต่ไม่มีสายชาร์จแถมมาให้

ดีไซน์สุดเท่ สีสันสะดุดตา

Nothing Ear (3a) ผลิตออกมาให้เลือก 4 สี และอย่างที่เห็น ทีมงาน @flashfly ได้รับ ‘สีชมพู’ มารีวิว ซึ่งเป็นสีสันที่โดดเด่น สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับ ‘สีเหลือง’ ที่มีความสดใสไม่แพ้กัน สำหรับใครที่เน้นความเรียบง่าย ก็ยังมี ’สีขาว’ และ ‘สีดำ’ ให้เลือกด้วย

ดีไซน์โดยรวมของ Nothing Ear (3a) อาจดูคล้ายกับ Nothing Ear (a) ที่เคยเปิดตัวในปี 2024 แต่ส่วนที่เหมือนกันจริงๆ คือ กรอบเคสชาร์จที่มีความโปร่งใส่ดำดเท่านั้น แต่ตัวเคสที่มีสีสันแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยรุ่นใหม่จะมีความโค้งมนมากขึ้นจนเป็นรูปวงรี

เคสชาร์จของ Nothing Ear (3a) มีจุดเด่นที่ไฟแสดงสถานะแบบ 1×3 LED Matrix สามารถบ่งชี้การทำงานของหูฟังได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และมองเห็นได้ทันทีเนื่องจากฝาเคสโปร่งแสง โดยแสดงสถานะการทำงานได้ 6 รายการ ได้แก่

- Charging (สถานะการชาร์จ)
- Battery Status (ระดับแบตเตอรี่)
- Bluetooth Pairing (สถานะการจับคู่อุปกรณ์ผ่าน Bluetooth)
- Factory Reset (การรีเซ็ตอุปกรณ์เป็นค่าเริ่มต้น)
- Firmware Update (การอัปเดตเฟิร์มแวร์)
- Failure / Error (การแจ้งเตือนข้อผิดพลาดของระบบ)

ตัวหูฟัง Nothing Ear (3a) มาพร้อมจุกหูฟังดีไซน์ใหม่ เพื่อให้โค้งรับกับช่องหูมากขึ้น และช่วยสร้าง Acoustic Seal ช่วยลดการรั่วไหลของเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับช่องหู ทำให้สวมใส่ได้กระชับและมั่นคงยิ่งขึ้น

Nothing Ear (3a) แถมจุกหูฟังมาให้ 4 ขนาด XS, S, M และ L เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกขนาดที่พอดีกับช่องหูมากที่สุด ทั้งในด้านความกระชับ ความสบาย และประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวน


ก้านหูฟังมีเซ็นเซอร์รับการสัมผัส ช่วยให้การควบคุมเป็นเรื่องง่าย เช่น บีบครั้งเดียวเพื่อเล่นเพลง, บีบสองครั้งเพื่อข้ามเพลง, บีบค้างไว้เพื่อสลับระหว่างโหมด ANC กับ Transparency และสามารถเปลี่ยนวิธีการควบคุมได้ที่แอปพลิเคชัน Nothing X

นอกจากนี้ Nothing Ear (3a) ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 ทั้งหูฟังและเคสชาร์จ ซึ่งเพียงพอสำหรับการป้องกันเหงื่อ ความชื้น ละอองฝน จึงสามารถสวมใส่ระหว่างออกกำลังกายกลางแจ้งได้อย่างไร้กังวล
Audio Capture เก็บทุกคำ จำทุกเม็ด

จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้ Nothing Ear (3a) เหนือคู่แข่งในตลาด ก็คือมีหน่วยความจำภายในตัวหูฟัง 32MB (ข้างละ 16MB) จึงสามารถบันทึกเสียง (Audio Capture) ไว้ในหูฟังได้โดยตรง ช่วยเพิ่มความสะดวกเมื่อสมาร์ตโฟนไม่ได้อยู่ใกล้ตัว

การบันทึกเสียงด้วยหูฟัง Nothing Ear (3a) มีทั้งหมด 2 ฟีเจอร์ ได้แก่ Audio Snapshot (บันทึกเสียงจากสื่อที่กำลังฟัง) และ Call Recording (บันทึกเสียงระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์)
ฟีเจอร์ Audio Snapshot สามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องจับคู่กับแอปพลิเคชัน Nothing X บนสมาร์ตโฟน สามารถบันทึกเสียงได้นานสูงสุด 60 วินาที เริ่มบันทึกได้ง่ายๆ เพียง บีบก้านหูฟังทั้งสองข้างพร้อมกัน 1 ครั้ง หรือบีบก้านหูฟังข้างใดข้างหนึ่ง 2 ครั้งแล้วค้าง (การบันทึกจะถูกหยุดโดยอัตโนมัติ)

ที่น่าสนใจก็คือ ฟีเจอร์ Audio Snapshot ยังรองรับ Pre-recording สามารถบันทึกเสียงก่อนเริ่มบันทึกได้ระหว่าง 0, 15 หรือ 30 วินาที แต่ระยะเวลาที่เหลือหลังจากนั้นก็จะแตกต่างไปตามการกำหนดค่า เช่น Pre-recording ไว้ที่ 30 วินาที ก็จะบันทึกเสียงหลังจากเริ่มได้ 30 วินาที (เนื่องจากบันทึกได้นานสูงสุด 60 วินาที)


นอกจากบันทึกเสียงไว้ฟังย้อนหลัง เมื่อจับคู่หูฟัง Nothing Ear (3a) กับแอปพลิเคชัน Nothing X แล้วถ่ายโอนเสียงไปยังสมาร์ตโฟน ผู้ใช้งานจะสามารถแก้ไขเสียงที่บันทึกมาได้ หรือแม้แต่ใช้ AI ช่วยถอดเสียงออกเป็นข้อความ เพื่อแชร์ต่อก็ได้เช่นกัน

ฟีเจอร์ Call Recording จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว เพราะนี่คือฟีเจอร์บันทึกเสียงระหว่างสนทนา สามารถบีบที่ก้านหูฟังเพื่อเริ่มบันทึกได้ด้วยวิธีเดียวกับ Audio Snapshot และทำซ้ำอีกครั้งหากต้องการหยุดบันทึก หรือปล่อยให้หยุดบันทึกเองเมื่อวางสาย

ฟีเจอร์ Call Recording สามารถบันทึกเสียงได้นานสูงสุด 2 ชั่วโมง จะบันทึกกี่ครั้งก็ได้ แต่ระยะเวลาโดยรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 2 ชั่วโมง และสามารถนำเสียงที่บันทึกมาแก้ไข หรือใช้ AI ช่วยถอดเสียงออกเป็นข้อความ รวมถึงสรุปเนื้อหา จัดหัวข้อ และถ้าบันทึกเสียงระหว่างประชุมออนไลน์ AI ก็สามารถแยกเสียงพูดของแต่ละคนให้อีกด้วย

หรือใครจะใช้ใช้ควบคู่กับ google translate บนมือถือแบบเรียลไทม์ได้ ใช้ Google แปลแม่นยำมากๆด้วย
เก็บทุกโน้ตครบทุกเม็ด

Nothing Ear (3a) ได้รับการปรับปรุงคุณภาพเสียงด้วยไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนที่มีขนาด 11 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มช่องลมได้มากขึ้น จึงให้เสียงเบสที่ทุ้มลึก หนักแน่นกว่าเดิม ขณะเดียวกันไดอะแฟรมวัสดุเกรดอากาศยาน ยังช่วยควบคุมเสียงเบสได้กระชับ แม่นยำ ลดอาการเบสบวม เสียงขุ่น และยังตอบสนองต่อสัญญาณเสียงฉับไว ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้คมชัดยิ่งขึ้น

Wideband ANC

Nothing Ear (3a) เป็นหูฟังรุ่นแรกของ Ear (a) Series ที่มาพร้อม Wideband ANC ครอบคลุมช่วงความถี่ 400 – 2,000Hz ซึ่งเป็นย่านเสียงรบกวนที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน จึงให้ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน โดยสามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 45 เดซิเบล และยังรองรับ Adaptive ANC ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติได้ 3 ระดับ
Advanced EQ

ผู้ใช้ Nothing Ear (3a) สามารถปรับแต่งเสียง EQ ( Equaliser) ได้ตามต้องการผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X โดยเลือกการปรับ EQ อย่างละเอียดด้วยเครื่องมือ Advanced สามารถปรับได้ 8 แบนด์ ครอบคลุมทุกย่านความถี่ตั้งแต่ 20Hz – 20kHz พร้อมรองรับการปรับ Gain ±6 dB และ Q Factor เพื่อการจูนเสียงที่แม่นยำยิ่งขึ้นในทุกย่านความถี่ นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างโปรไฟล์ EQ แยกตามแนวเพลง เพื่อแชร์ หรือนำเข้าโปรไฟล์ EQ จากผู้ใช้งานรายอื่นได้อย่างสะดวกผ่าน QR code
Static Spatial Audio

Nothing Ear (3a) ยกระดับประสบการณ์การฟังด้วยการจำลองเวทีเสียงแบบ 3 มิติ (3D Soundscape) Static Spatial Audio ช่วยจัดวางทุกเสียงดนตรีและเอฟเฟกต์ให้อยู่ในตำแหน่งที่กว้าง และเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อให้เอฟเฟกต์เสียงรอบทิศทางเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือแม้แต่เล่นเกม

Hi-Res Audio Wireless

Nothing Ear (3a) ผ่านการรับรองมาตรฐาน Hi-Res Audio Wireless พร้อมรองรับการส่งสัญญาณเสียงผ่าน LDAC Codec ที่มีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 990kbps หรือเกือบ 3 เท่า ของ SBC (~328 kbps) และ AAC (~320 kbps) จึงสามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงได้มากขึ้น ให้การแยกชิ้นดนตรีที่ชัดเจน พร้อมมอบมิติเสียงที่สมจริง และใกล้เคียงต้นฉบับมากยิ่งขึ้น

Clear ENC มอบคุณภาพการโทรที่คมชัด

นอกเหนือประสบการณ์การฟัง Nothing Ear (3a) ยังใช้สนทนาแบบแฮนด์ฟรีได้อย่างคมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างไมโครโฟน 3 ตัว ของหูฟังแต่ละข้าง กับอัลกอริทึม AI Noise Reduction สำหรับวิเคราะห์เสียงจากไมโครโฟนทั้ง 3 ตัว แบบเรียลไทม์ ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงอย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ
อายุการใช้งานแบตเตอรี่นานสูงสุด 42 ชั่วโมง

เมื่อปิดโหมด ANC หูฟัง Nothing Ear (3a) สามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง และขยายได้ 42 ชั่วโมง ด้วยเคสชาร์จที่มีแบตเตอรี่เต็ม 100% แต่ถ้าเปิด ANC หูฟังสามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง และขยายได้ 25 ชั่วโมง ด้วยเคสชาร์จที่มีแบตเตอรี่เต็ม 100%

กรณีใช้สนทนาเมื่อปิด ANC ใช้ได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง จากตัวหูฟัง และรวมสูงสุด 25 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคส แต่ถ้าเปิด ANC หูฟังจะใช้โทรได้นานสูงสุด 4.5 ชั่วโมง และรวมสูงสุด 18 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคส

นอกจากนี้ Nothing Ear (3a) ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ใช้เวลาชาร์จหูฟังไว้ในเคสเพียง 5 นาที ก็เพียงพอต่อการฟังเพลงนานสูงสุด 1 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC) และถ้าชาร์จทั้งหูฟังและเคสเพียง 10 นาที จะสามารถใช้ฟังได้นานถึง 10 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC)
สรุปราคาและการจำหน่าย

Nothing Ear (3a) เป็นหูฟังไร้สายแบบ in-ear ที่ต่อยอดมาจากรุ่น Ear (a) โดยอัปเกรดตั้งแต่ดีไซน์ภายนอก ให้มีความโค้งมน สวมใส่สบาย พอดีมากขึ้น และยังมีสีสันที่โดดเด่นกว่าเดิม ฮาร์ดแวร์ภายในก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน ทั้งขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่ขึ้น วัสดุไดอะแฟรมที่มีคุณภาพสูง ผสานกับเทคโนโลยีเสียงต่างๆ แบบเดียวกับที่พบได้ในหูฟัง TWS ระดับเรือธง ทำให้ Nothing Ear (3a) เป็นหูฟังไร้สายที่ให้เสียงคุณภาพสูง ตอบโจทย์นักฟังเพลงที่เน้นดีไซน์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ของ Nothing ยังเหนือกว่าคู่แข่งที่สามารถบันทึกเสียงเก็บไว้ในหูฟังได้โดยตรง พร้อมเครื่องมือ AI ช่วยถอดเสียงเป็นข้อความได้อีกด้วย






