HUAWEI เปลี่ยนมาตรฐานเราเตอร์ใหม่ด้วย HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro จากอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เพียงเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้กลายเป็นของตกแต่งที่อยากวางไว้ในบ้าน เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ภายในบ้านดูทันสมัยและพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “ความงามจากธรรมชาติ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย” นอกจากดีไซน์ที่สวยงาม เราเตอร์รุ่นใหม่ของ HUAWEI ยังมีประสิทธิภาพสูง รองรับ Wi-Fi 7 ความเร็วสูงสุด 3.6 Gbps ให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในบ้าน

แกะกล่อง HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro Suit
HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิว เป็นชุด HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro Suit ซึ่งในกล่องจะมีทั้งเราเตอร์ตัวหลัก (Master Router) และ ตัวขยายสัญญาณ (Extender) แต่ทาง HUAWEI ยังมี HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro วางจำหน่ายแยกต่างหาก ซึ่งภายในกล่องจะมีเฉพาะเราเตอร์ตัวหลัก (ไม่มีตัวขยายสัญญาณ) เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการซื้อเพิ่มเราเตอร์ตัวหลัก เนื่องจากภายในบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง หลายชั้น หรืออาจมีบ้าน 2 หลัง ในพื้นที่เดียวกัน

HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro Suit จัดส่งมาในกล่องสีขาว หน้ากล่องแสดงรูปภาพผลิตภัณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งประกอบด้วย เราเตอร์ตัวหลัก และ ตัวขยายสัญญาณ หลังกล่องระบุจุดเด่นที่สำคัญไว้ 5 รายการ พร้อมรูปภาพประกอบ ได้แก่…
- ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
- ให้สัญญาณที่เสถียรและครอบคลุมทุกมุมบ้าน
- รองรับ Wi-Fi 7 แบบ 2 ย่านความถี่ (2.4GHz+5GHz) ความเร็วสูงสุด 3.6Gbps
- นวัตกรรมเสาอากาศแบบโปร่งใสที่ไม่เคยมีมาก่อน สามารถส่งสัญญาณได้แรงและมีประสิทธิภาพสูง
- ระบบระบายความร้อนแบบ Shark Fin Heat Dissipation System พร้อมช่องระบายอากาศคู่

ข้างกล่องบอกจุดเด่นเพิ่มเติม เช่น สามารถแชร์สัญญาณให้อุปกรณ์ได้สูงสุด 128 เครื่อง, HUAWEI WiFi Mesh+ ช่วยให้สัญญาณครอบคลุมและราบรื่น, ควบคุมการใช้งานได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI AI Life และมาพร้อม HUAWEI HomeSec มาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น การเข้ารหัส Wi-Fi และ ป้องกันการเจาะระบบแบบ Brute Force


ภายในกล่องจะพบกับ เราเตอร์ตัวหลัก (Master Router), ตัวขยายสัญญาณ (Extender), ปลั๊กไฟ (2 อัน), สาย LAN, คู่มือ และ บัตรรับประกัน
ดีไซน์สวยงามจากธรรมชาติ

HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro มีดีไซน์สวยงามที่เหมาะจะเป็นของตกแต่งบ้าน สร้างบรรยากาศให้บ้านดูทันสมัย รวมถึงสร้างความประหลาดใจให้กับแขกที่มาเยือน เพราะเชื่อว่าหลายคนต้องดูไม่ออกแน่ว่า HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro เป็นอุปกรณ์อะไร ทำหน้าที่อะไร อย่างน้อยก็มีเรื่องให้ต้องพูดคุยกันยาวหลายนาที
HUAWEI ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro มาจากธรรมชาติ โดยเฉพาะเราเตอร์ตัวหลัก (Master Router) ที่มาในรูปทรงกระบอกโปร่งใส มองทะลุเห็นเสาอากาศภายใน ซึ่งดีไซน์มาจากยอดภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ยิ่งกว่านั้นยังมาพร้อมเอฟเฟกต์แสงสีทอง ให้ความรู้สึกเหมือนแสงในยามเช้าที่ตกกระทบยอดเขาสูง

ด้านบนของเราเตอร์ตัวหลักซ่อนเซ็นเซอร์รับการสัมผัสไว้ สำหรับเปิดหรือปิดเอฟเฟกต์แสง ผู้ใช้งานยังสามารถปรับระดับแสง ปรับอุณหภูมิสี และ ตั้งเวลาเปิด-ปิดเอฟเฟกต์แสง ได้จากแอปพลิเคชัน HUAWEI AI Life

ใต้ฐานของเราเตอร์ตัวหลัก มีพอร์ตเชื่อมต่อสาย LAN หรือ Ethernet สองพอร์ต ความเร็ว 2.5Gbps ใกล้กันเป็นช่องเสียบสายไฟ และมีรูเล็กๆ สำหรับรีเซ็ตอุปกรณ์

สำหรับตัวขยายสัญญาณ (Extender) ดีไซน์มาในสไตล์เดียวกับเราเตอร์ตัวหลัก ด้วยรูปทรงกระบอกแต่สั้นกว่า เสาอากาศภายในมีเอฟเฟกต์แสงเช่นเดียวกัน รวมถึงเซ็นเซอร์รับการสัมผัสที่ด้านบน

ใต้ฐานของตัวขยายสัญญาณมีพอร์ตเชื่อมต่อสาย LAN เพียงพอร์ตเดียว ความเร็ว 1Gbps ข้างกันเป็นช่องเสียบสายไฟ และมีรูสำหรับรีเซ็ตอุปกรณ์เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เราเตอร์ตัวหลัก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 123.2 มิลลิเมตร สูง 250.9 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 790 กรัม ขณะที่ตัวขยายสัญญาณ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 114.8 มิลลิเมตร สูง 73.5 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 420 กรัม
ตั้งค่าได้อย่างง่ายดายผ่านแอป HUAWEI AI Life

HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ออกแบบมาให้ติดตั้งได้ง่าย รวมถึงการตั้งค่าก็ทำได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI AI Life เริ่มจากการติดตั้งเราเตอร์ตัวหลัก (Master Router) ให้เสียบสายไฟที่แถมมาให้ในกล่อง โดยต้องอยู่ไม่ไกลจากเราเตอร์หรือโมเด็มตัวเดิม เนื่องจากต้องต่อสาย LAN เข้าด้วยกัน จากนั้นหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เพื่อเปิดใช้งาน Wi-Fi โดยต้องเข้าไปที่การตั้งค่า หรือแอป Settings (ไม่ใช่เปิดจากแผงการตั้งค่าด่วน)
เมื่อเปิด Wi-Fi ในแอป Settings จะพบชื่อเราเตอร์ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro แสดงผลด้วยชื่อ HUAWEI ตามด้วยรหัสรุ่น ให้แตะเพื่อเปิด Wi-Fi ของเราเตอร์ จากนั้นออกจากแอป Settings แล้วเปิดแอป HUAWEI AI Life ซึ่งรองรับทั้ง iOS, Android และ HarmonyOS (ถ้ายังไม่เคยติดตั้งแอป HUAWEI AI Life มาก่อน สามารถสแกน QR Code ที่อยู่ใต้ฐานเราเตอร์ เพื่อนำไปสู่การติดตั้งแอปได้)

หลังจากตั้งค่าเราเตอร์เสร็จแล้ว หน้าจอหลักของแอป HUAWEI AI Life จะแสดงไอคอนเราเตอร์ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ให้แตะเพื่อเข้าสู่การกำหนดค่า เริ่มจากกำหนดห้องที่ต้องการวางเราเตอร์ไว้ แล้วแตะปุ่ม Next จากนั้นจะกลับสู่หน้าจอหลักของแอป HUAWEI AI Life ให้แตะที่ไอคอนเราเตอร์ เพื่อเข้าสู่การตั้งค่าอย่างละเอียด

เมื่อแตะไอคอนเราเตอร์ในแอป HUAWEI AI Life หลังจากกำหนดห้องให้กับเราเตอร์เรียบร้อยแล้ว จะเป็นการตั้งค่าการใช้งานตามปกติ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Network และ Devices

การตั้งค่า Network ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดที่ตั้งหรือตำแหน่งของเราเตอร์ตัวหลัก รวมถึงตัวขยายสัญญาณ, วิเคราะห์ประสิทธิภาพของสัญญาณ, ควบคุมอุปกรณ์ในเครือข่าย เหมาะสำหรับควบคุมอุปกรณ์ของเด็ก สามารถกำหนดเวลาการใช้งาน และปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้ (Parental controls) รวมถึงตั้งค่า Wi-Fi สำหรับแขกที่มาเยือนบ้าน

ในส่วนของการตั้งค่า Devices จะสามารถกำหนดค่าเอฟเฟกต์แสงของเราเตอร์ได้ ซึ่งค่าเริ่มต้นกำหนดไว้เป็น Golden Mountain โดยเอฟเฟกต์แสงจะปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ ตามช่วงเวลาเช้า กลางวัน หลังพระอาทิตย์ตก และยังปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศด้วย ถ้าหากเป็นวันที่มีฝนตก เอฟเฟกต์แสงก็จะเปลี่ยนจากโทนสีทองเป็นสีขาว


นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถตั้งค่าเอฟเฟกต์แสงของเราเตอร์เป็นโหมด Custom ได้ เพื่อปรับเอฟเฟกต์แสงตามต้องการ ทั้งความสว่างและอุณหภูมิสี

สำหรับตัวขยายสัญญาณ (Extender) ถูกสร้างมาเพื่อช่วยขยายสัญญาณให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเราเตอร์ตัวหลักให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 100 ตารางเมตร และเมื่อใช้งานร่วมกับตัวขยายสัญญาณ จะครอบคลุมพื้นที่ 150 ตารางเมตร จึงสามารถวางตัวขยายสัญญาณให้อยู่ไกลจากเราเตอร์ตัวหลักได้ เช่น ในห้องที่สัญญาณ Wi-Fi เดิม ไม่ค่อยแรง อาจจะเป็นชั้นบนของบ้าน หรือจะวางบนโต๊ะทำงานที่อยู่อีกห้อง แต่ต้องอยู่ในระยะที่เสียบสายไฟได้

หลังจากเสียบปลั๊กตัวขยายสัญญาณ ให้รอสักครู่ประมาณ 2 นาที หรือมีแสงไฟสว่างขึ้นมา จากนั้นเข้าไปตั้งค่าที่แอป HUAWEI AI Life โดยป้อนชื่อ Wi-Fi และรหัสผ่าน ที่เคยตั้งค่าให้กับเราเตอร์ตัวหลัก
ประสิทธิภาพ

HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 ย่านความถี่คู่ 2.4GHz และ 5GHz ความเร็วสูงสุด 3.6Gbps สนับสนุนเทคโนโลยี MLO (ส่งข้อมูลได้มากขึ้น และลดค่าหน่วงให้ต่ำลง), 4K-QAM (ให้อัตราการส่งข้อมูลเร็วขึ้น 20%), Multi-RU (ปลดล็อกศักยภาพของเครือข่ายอย่างเต็มรูปแบบ) และ Preamble Puncturing (ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความหน่วง และเพิ่มความเสถียร) ทำให้ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ตอบโจทย์การใช้งานอินเทอร์เน็ตประสิทธิภาพสูง สำหรับเล่นเกมออนไลน์ รวมไปถึงสตรีมวิดีโอระดับ 4K/8K และยังรองรับการเชื่อมต่อได้หลายอุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน


HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ได้รับการติดตั้งเสาอากาศ 6 ตัว ทั้งเราเตอร์ตัวหลัก (Master Router) และ ตัวขยายสัญญาณ (Extender) แบ่งเป็น 2 เสาสำหรับคลื่น 2.4GHz และ 4 เสาสำหรับคลื่น 5GHz โดยออกแบบเสาอากาศมาอย่างประณีตให้มีดีไซน์โปร่งใส เรียบหรู กลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัย พร้อมด้วยนวัตกรรมที่ช่วยกระจายสัญญาณได้ครอบคลุมมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการผสานประสิทธิภาพและความสวยงามได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ส่วนฐานของ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Shark Fin Booster Fans หรือพัดลมครีบฉลามรุ่นที่ 2 ที่ทำงานได้อย่างเงียบสนิท พร้อมช่องระบายความร้อน Dual Cooling Air Ducts ช่วยรักษาประสิทธิภาพขณะใช้งานนานต่อเนื่อง
สรุปราคาและการจำหน่าย

สรุปแล้ว HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ภายในบ้าน ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทั้งความเร็ว ความเสถียร ระยะของสัญญาณ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการขยายสัญญาณเครือข่าย Wi-Fi ในบ้านให้แรงยิ่งขึ้น ไว้รองรับการเล่นเกมออนไลน์ที่ต้องการความเสถียรเป็นพิเศษ ไปจนถึงรองรับความบันเทิงจากบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ที่ความละเอียดสูงระดับ 4K/8K นอกจากนี้ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ยังมีดีไซน์สวยงามล้ำสมัย สามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านและสร้างบรรยากาศได้อีกด้วย

HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro ราคาเริ่มต้นเพียง 4,990 บาท และ HUAWEI WiFi Mesh X3 Pro Suite ราคา 7,990 บาท พิเศษโปรโมชั่นระหว่างวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 5 มีนาคม 2569 รับประกันตัวเครื่องฟรี 3 ปี ที่ร้านค้า HUAWEI Experience Stores และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์)






