เปิดตัวทางการแล้ว vivo X300 Ultra สมาร์ตโฟนรุ่น Ultra รุ่นแรกในไทย พร้อมกับ vivo X300 FE ภายใต้คอนเซปต์ ‘เทคเดียวก็เอาอยู่’ ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอให้คมชัด สวยครบ จบได้ตั้งแต่กดชัตเตอร์ครั้งเดียว ตอบโจทย์ทั้งสายคอนเทนต์ สายคอนเสิร์ต และผู้ใช้งานยุคใหม่ที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่ใช้งานง่าย แต่ให้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพ ด้วยเทคโนโลยีกล้องและชุดเลนส์เสริมที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง ZEISS เพื่อมอบประสบการณ์การซูม การถ่ายภาพ และวิดีโอที่เหนือระดับยิ่งกว่าที่เคย นอกจากนี้ vivo ยังต่อยอดประสบการณ์การซูมให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra สำหรับ X300 Ultra ที่รองรับระยะการซูมเทียบเท่า 400 มิลลิเมตร

สเปก vivo X300 Ultra

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 4500nits
- กล้องหลัง 200MP Telephoto + 200MP Main + 50MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5
- ความจำ RAM 16GB (LPDDR5X Ultra Pro) + ROM 512GB / 1TB (UFS 4.1)
- ขยายความจำ RAM ได้สูงสุด 16GB ผ่านฟีเจอร์ Extended RAM
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, NFC, USB Type-C (USB 3.2 Gen 2)
- ระบุตำแหน่ง GPS (L1;L5), BeiDou (B1C;B1I;B2a), GLONASS (G1), Galileo (E1;E5a), QZSS (L1;L5), NavIC (L1;L5)
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Proximity, Ambient Light Sensor, E-compass, Gyroscope, Infrared, Flicker Sensor, Colour Temperature Sensor
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic Single-Point
- ระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16
- มาตรฐานทนน้ำและทนฝุ่น IP68 และ IP69
- แบตเตอรี่ BlueVolt 6600mAh
- รองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 100W และชาร์จไร้สาย 40W
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Steppe Green และ Volcano Black
- ขนาดตัวเครื่อง 162.98 x 76.81 x 8.49 มิลลิเมตร (Steppe Green)
- น้ำหนัก 237 กรัม (Steppe Green)
แกะกล่อง vivo X300 Ultra

vivo X300 Ultra จัดส่งมาในกล่องสีดำ บนฝากล่องระบุชื่อรุ่นขนาดใหญ่ กำกับด้วยข้อความ Co-engineered with ZEISS เพื่อสื่อถึงการทำงานด้านวิศวกรรมร่วมกับ ZEISS ผู้ผลิตเลนส์ระดับโลกจากเยอรมนี

ภายในกล่องจะพบสมาร์ตโฟน vivo X300 Ultra ถูกห่อหุ้มไว้ในซองอย่างดีคล้ายซองจดหมาย โดยมีลิ้นช่วยดึงตัวเครื่องออกจากถาดรองได้อย่างง่ายดาย และเมื่อแกะซองออกไป จะเห็นว่าหน้าจอได้รับการติดฟิล์มกันรอยมาให้แล้วจากโรงงาน
หลังจากหยิบถาดรองสมาร์ตโฟนออกไป จะพบกับ เคสแบบนุ่มสีเดียวยกับตัวเครื่อง ข้างใต้จะมีคู่มือและบัตรรับประกัน
ถัดมาจะเป็นกล่องสำหรับจัดเก็บสายชาร์จแบบ USB-C to USB-C และ หัวชาร์จ (Power Adapter) รองรับชาร์จเร็วสูงสุด 100W FlashCharge เป็นแบบ Type-C อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเข็มช่วยถอดถาดใส่ซิมการ์ด ที่แนบมาให้ที่ตัวกล่องแต่แรกเห็น
ดีไซน์พรีเมียมแบบทูโทน

ดีไซน์โดยรวมของ vivo X300 Ultra ให้ความหรูหราพรีเมียม และมีส่วนคล้ายกับ vivo X300 Pro แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย เนื่องจากมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะที่ด้านหลัง vivo X300 Ultra จัดวางโลโก้ vivo ในแนวตั้งและชิดขอบ ขณะที่ vivo X300 Pro จัดวางโลโก้ vivo ในแนวนอน ไว้ตรงกึ่งกลาง

vivo X300 Ultra ที่เปิดตัวในไทย มีด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ Volcano Black และ สีเขียว Steppe Green ซึ่งทีมงาน @flashfly ได้รับสีเขียวมารีวิว โดยพื้นผิวด้านหลังเป็นแบบทูโทน แตกต่างจากสีดำที่มีพื้นผิวเป็นเฉดเดียวกันทั่วทั้งแผ่น

กรอบตัวเครื่อง vivo X300 Ultra ทำมาจากวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยคุณภาพสูง ให้ความแข็งแรงทนทาน งานประกอบแน่นหนา ขอบมุมโค้งมนช่วยให้จับถือได้สบายมือ ด้านหลังของตัวเครื่องสีเขียว Steppe Green เป็นแผงกระจก

ด้านหน้ามาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว (vivo X300 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.78 นิ้ว) ขอบหน้าจอบางเฉียบ และบางเท่ากันรอบด้าน ติดตั้งกล้องหน้า 50 ล้านพิกเซล ไว้ที่ขอบบน และยังซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic ไว้ใต้จอแสดงผล

ขอบด้านข้างมีความบาง 8.49 มิลลิเมตร สำหรับสีเขียว Steppe Green ไม่มีปุ่มลัดแบบเดียวกับที่พบใน vivo X300 Pro

อีกข้างมีปุ่มปรับระดับเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่มพาวเวอร์

ด้านบนพบตำแหน่งลำโพงสเตอริโอ (ขับเสียงร่วมกับลำโพงด้านล่าง) พร้อมรองรับระบบเสียง vivo Spatial Audio ช่วยเพิ่มมิติของเสียง ให้ประสบการณ์การฟังที่สมจริง และดื่มด่ำมากขึ้น

ด้านล่าง ประกอบด้วย ลำโพงตัวหลัก ไมโครโฟนแบบคู่ พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และถาดใส่ซิมการ์ด รองรับ 2 ซิมแบบ Nano สนับสนุน 5G ทั้ง 2 ซิม (5G+5G Dual SIM Dual Standby)

พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C ของ vivo X300 Ultra รองรับมาตรฐาน USB 3.2 Gen 2 สามารถทำความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 10Gbps เทียบได้กับการถ่ายโอนไฟล์ขนาด 40GB ในเวลาเพียง 1 นาที

นอกจากนี้ vivo X300 Ultra ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP68 และ IP69 เช่นเดียวกับ vivo X300 Pro หมายความว่า vivo X300 Ultra สามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างเต็มรูปแบบ และต้านทานน้ำได้นาน 30 นาที ที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร รวมถึงต้านทานน้ำที่มีความร้อนสูงได้ประมาณ 80 องศาเซลเซียส
กล้องหลัง ZEISS Camera ความละเอียดสูง 200MP

vivo X300 Ultra ได้รับการปรับปรุงระบบกล้องหลังจาก vivo X300 Pro ด้วยกล้องความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล ทั้งกล้องหลัก และ กล้อง Telephoto โดยกล้องหลังทั้ง 3 ตัว ใช้เลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS ได้รับเทคโนโลยีเคลือบเลนส์ ZEISS T* (T Star) ที่ให้ค่าสีที่แม่นยำ เพิ่มสีสันให้สดใส ปรับปรุงการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ลดแสงสะท้อนของเลนส์กล้อง รวมถึงลดเอฟเฟกต์แสงหลอกและแสงแฟลร์

ความพิเศษก็คือ กล้องหลังของ vivo X300 Ultra มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS ทั้ง 3 ตัว ไม่ว่าจะเป็น กล้องหลัก กล้องซูม กล้องมุมกว้างพิเศษ อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์ 5MP Rainbow True Color ช่วยให้สีสันของภาพแม่นยำเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

- กล้องหลัก 200MP ZEISS Main Camera ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYTIA-901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว ทางยาวโฟกัส 35mm รูรับแสง f/1.85 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS มาตรฐาน CIPA 6.5
- กล้อง 200MP ZEISS APO Telephoto Camera แบบ Periscope ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP0 ขนาด 1/1.4 นิ้ว ทางยาวโฟกัส 85mm รูรับแสง f/2.67 ซูมออปติคัล 3x มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS มาตรฐาน CIPA 7.0 (Gimbal-Grade)
- กล้อง 50MP ZEISS Ultra Wide Camera รูรับแสง f/2.0 ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYTIA-818 ขนาด 1/1.28 นิ้ว ทางยาวโฟกัส 14mm มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS มาตรฐาน CIPA 6.0
นอกจากโมดูลกล้อง vivo X300 Ultra ยังใช้ Flash Portrait ที่ดีไซน์มาเพื่อถ่ายภาพบุคคลในสภาพแสงน้อย ให้ภาพคมชัดและมีมิติ สามารถควบคุมแสงแฟลชได้ตามสถานการณ์ เช่น ปรับแสงให้เหมาะสมกับตัวแบบและฉากหลัง เมื่อถ่ายภาพบุคคลระยะใกล้-กลาง หรือ เพิ่มความเข้มของแสง เพื่อให้ตัวแบบยังคงความชัดเจน เมื่อถ่ายภาพบุคคลระยะไกล

ผู้ใช้งานยังสามารถปรับความสว่าง Flash Portrait ตามระยะเลนส์กล้องที่แตกต่างกัน ได้แก่ 14mm, 35mm, 50mm, 85mm และ 135mm เพื่อปรับการกระจายและความเข้มของแสงให้เหมาะสมตามระยะที่เลือก

โหมด Photo สามารถตั้งค่าตัวเลขการซูมให้เป็นระยะโฟกัสได้ และยังตั้งค่าระยะซูมของกล้องหลักได้ 2 รูปแบบ ระหว่าง 1x กับ 1.5x หากเลือกค่าเริ่มต้นของกล้องหลักเป็นการซูม 1x จะสามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.4x, 1x, 2.5x, 5x, 6.7x จนสูงสุด 70x แต่ถ้ากำหนดค่าเริ่มต้นของกล้องหลักเป็นการซูม 1.5x จะสามารถซูมได้สูงสุด 105x

โหมด Photo มาพร้อม Color style: Vivid, Refined, ZEISS Natural, Sunlit, Rich, Porcelain, Negative, Positive, Textured และ B/W ถัดลงมาที่ไอคอน 6 จุด จะพบการตั้งค่าและโหมดกล้องเพิ่มเติม เช่น Ratio, Countdown, Raw Lighting, Super Macro, Bokeh, Snapshot, High Resolution, Live Photo, Flash, Styles, Manual Focus, HDR และ Google Lens

โหมด Portrait สามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นระยะ 14mm (0.4x), 35mm (1x), 50mm (1.4x), 85mm (2.5x), 135mm (4x) เพิ่มความโดดเด่นด้วยเอฟเฟกต์ละลายฉากหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเลนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEISS เช่น Biotar, B-speed, Sonnar, Planar, Distagon, Cinematic

ZEISS Cinematic ถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ
นอกจากถ่ายภาพได้คมชัดมากขึ้น เมื่อเทียบกับเรือธงรุ่นอื่นๆ ใน Series เดียวกัน vivo X300 Ultra ยังยกระดับการถ่ายวิดีโอให้กลายเป็นกล้องบันทึกภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ สามารถบันทึกวิดีโอในความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หรือ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที รองรับการบันทึกวิดีโอในรูปแบบ LOG สามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.4x, 1x, 2.5x, 5x, 6.7x และซูมได้สูงสุด 20x

โหมด Video มีฟิลเตอร์ Cinematic style ได้แก่ Film Look ให้โทนสีนุ่มนวล ภาพคมชัดทั้งส่วนที่มีแสงและเงา (รองรับอัตราส่วนภาพ 2.4:1 หรือ 16:9) และ Film Style ช่วยสร้างเอฟเฟกต์แบบภาพยนตร์ขึ้นมาใหม่ เช่น ภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว เม็ดสี แสงสะท้อน และ ขอบมืด (รองรับอัตราส่วนภาพ 2.4:1) พร้อมรองรับ Color style แบบโหมด Photo รวมถึงฟีเจอร์ Beauty ช่วยปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น
เมื่อแตะที่ไอคอน 6 จุด จะพบการตั้งค่าและโหมดกล้องเพิ่มเติม ได้แก่ Ratio, Ultra Stabilization, Horizon Leveling Stabilization, Angle Widened, Dolby Vision, Eco Mode, Resolution and Frame, Cinematic Style, Beauty, Flash, Audio, LOG, Teleprompter และ Styles

โหมด Portrait Video บันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ซูมได้ 3 ระยะ 0.4x, 1x, 2.5x มีเอฟเฟกต์ Bokeh flare ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ Natural และ ZEISS Cinematic สามารถปรับความเบลอฉากหลังได้ และยังมีฟีเจอร์ Beauty สำหรับปรับแต่งความงามบนใบหน้า

การถ่ายวิดีโอหรือภาพยนตร์ด้วยกล้องหลังของ vivo X300 Ultra ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที ในรูปแบบ Dolby Vision หรือโหมด Slow Motion และ Timeslape ที่สำคัญยังมี Ultra Stabilization ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS ให้ภาพเคลื่อนไหวนุ่มนวล และ Horizon Leveling Stabilization ที่ช่วยล็อคมุมมองกล้องให้ขนานกับพื้นโลก หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Horizon Lock

นอกจากนี้ vivo X300 Ultra ยังมีโหมด Pro Video ที่สามารถปรับการตั้งค่ากล้องได้อย่างละเอียดแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับการถ่าย VLOG หรือสร้างภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ




vivo ZEISS 400mm Telephoto Extender Gen 2 Ultra

vivo X300 Ultra ดีไซน์มาให้รองรับชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ที่ให้ระยะซูม 400mm และ vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 ระยะซูม 200mm รวมถึงชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender รุ่นแรก ที่เปิดตัวพร้อมกับ vivo X200 Ultra เมื่อปีที่แล้ว

ชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm มีความยาว 116 มิลลิเมตร น้ำหนัก 248 กรัม สามารถขยายกำลังซูมออปติคัลของกล้อง Telephoto ได้ประมาณ 17.4x ภายในใช้โครงสร้างชิ้นเลนส์แบบ Kepler ประกอบด้วยเลนส์กระจก 14 ชิ้น + 1 Glass Molded (ชิ้นเลนส์คุณภาพสูง) ซึ่งผ่านมาตรฐาน ZEISS APO ช่วยควบคุมแสง ลดความคลาดเคลื่อนสี ทำให้ซูมไกล ได้อย่างคมชัด ไม่ผิดเพี้ยน


ชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra วางจำหน่ายพร้อมในชุดโดยในชุดจะมีเคสที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อติดตั้งกับชุดเลนส์เสริม และส่วนล่างของเคสก็ดีไซน์ให้หนาขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานจับอุปกรณ์ได้ถนัดมือ

vivo X300 Ultra ยังรองรับชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 ระยะซูม 200mm ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า ยาว 96 มิลลิเมตร เบาเพียง 153 กรัม (เบากว่ารุ่นแรก 27%) ภายในใช้โครงสร้างชิ้นเลนส์แบบ Kepler ประกอบด้วยเลนส์กระจก 15 ชิ้น และผ่านมาตรฐาน ZEISS APO เช่นกัน สามารถขยายกำลังซูมออปติคัลของกล้อง Telephoto ได้ประมาณ 8.7x

โดยตัวเครื่อง vivo X300 Ultra นั้นรองรับชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender ทั้งหมด 3 เลนส์ด้วยกันตามรูปด้านบนใครที่มีของ vivo X200 Ultra ก็สามารถนำมาใช้งานด้วยกันได้

และในครั้งนี้ vivo ไม่ได้มาเล่นๆยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับด้านการถ่ายวิดิโอแบบมือโปรมาด้วยนั่นก็คือชุดเซ็ต X300 Ultra Pro Video Rig Kit จากค่าย SmallRig แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสัญชาติจีนที่มีชื่อเสียงระดับโลก
กล้องหน้า 50MP ZEISS Front Camera

กล้องหน้าของ vivo X300 Ultra ติดตั้งไว้ในรูเล็กๆ บนหน้าจอ มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN5 ขนาด ขนาด 1/2.75 นิ้ว รูรับแสง f/2.45 สามารถซูมได้ 2 ระยะ ทั้งโหมด Photo และ Portrait หากต้องถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย สามารถใช้แสงสว่างของจอแสดงผลทำหน้าที่แทนแฟลชได้
โหมด Portrait ของกล้องหน้า มาพร้อมเอฟเฟกต์ Bokeh flare จาก ZEISS ได้แก่ Biotar, B-speed, Sonnar, Planar, Distagon, Cinematic รองรับ Color style อย่าง Vivid, Refined, ZEISS Natural

โหมด Video ของกล้องหน้าซูมได้ 2 ระยะเช่นกัน สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที มีฟีเจอร์ Beauty ช่วยปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น และยังรองรับโหมด Portrait Video ที่สามารถเพิ่มเอฟเฟกต์ละลายฉากหลังได้ เหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอที่เน้นตัวบุคคล หรือสลับไปโหมด Pro เพื่อปรับค่ากล้องให้ละเอียดยิ่งขึ้น
ตัวอย่างภาพถ่าย










ชิปเรือธง Snapdragon 8 Elite Gen 5 ผสานชิปแยก VS1+



vivo X300 Ultra ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ที่ทรงพลัง ด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งเป็นชิปเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของ Qualcomm ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการผลิต 3 นาโนเมตร บนสถาปัตยกรรม CPU แบบ All-Big-Core ประกอบด้วย คอร์หลักทำงานที่ความเร็วสูงสุด 4.6GHz (2-core) + 3.62GHz (6-core) ให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 20% และจัดการพลังงานได้ดีขึ้น 35% ขณะที่ GPU Adreno 840 ความเร็ว 1200MHz ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น 23% จัดการพลังงานดีขึ้น 20% และ Ray Tracing ดีขึ้น 25% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อน (Qualcomm ระบุว่าชิปประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 5 สามารถประหยัดพลังงานโดยรวมได้ดีกว่าชิปรุ่นก่อนสูงสุดถึง 16% เทียบได้กับระยะเวลาในการเล่นเกมที่เพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง 48 นาที)
vivo X300 Ultra ยังมีชิปประมวลผลภาพ VS1+ ซึ่งเป็น AI ISP (โปรเซสเซอร์สัญญาณภาพ) ของ vivo ที่สร้างขึ้นบนกระบวนการผลิต 6 นาโนเมตร มีพลังประมวลผล 80 TOPS (ล้านล้านคําสั่งต่อวินาที) ช่วยจัดการงานกราฟิกทุกอย่าง ตั้งแต่การเรนเดอร์โบเก้แบบเรียลไทม์ไปจนถึงการประมวลผล HDR และการซ้อนภาพหลายเฟรมที่ซับซ้อน ทำให้การถ่ายภาพรวดเร็วขึ้น และเพิ่มความความคมชัด ช่วงไดนามิกกว้าง แม้อยู่ในสภาวะแสงน้อย
ด้านความจำ vivo X300 Ultra ได้รับ RAM แบบ LPDDR5X Ultra Pro ขนาด 16GB จับคู่กับ ROM แบบ UFS 4.1 ขนาด 512GB และ 1TB พร้อมรองรับ Extended RAM สามารถยืมพื้นที่ ROM มาใช้เป็น RAM ชั่วคราวได้สูงสุด 16GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 32GB

จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า vivo X300 Ultra (RAM 16GB + ROM 1TB) ทำได้สูงถึง 3,953,383 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 1,079,223 คะแนน, GPU ทำได้ 1,469,745 คะแนน, Memory ทำได้ 561,124 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 843,291 คะแนน
แบตใหญ่ 6600mAh ชาร์จเร็ว 100W FlashCharge

vivo X300 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุสูงถึง 6600mAh โดยที่ยังคงรักษาขนาดตัวเครื่องให้มีความบางเพียง 8.19 มิลลิเมตร (สำหรับสีดำ Volcano Black) ทำให้ vivo X300 Ultra รองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดทั้งวัน และยังรองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 100W FlashCharge (แถมสายชาร์จและหัวชาร์จ 100W Power Adapter มาให้ในกล่อง ไม่ต้องซื้อแยกต่างหาก) และสนับสนุนการชาร์จเร็วแบบไร้สาย 40W Wireless FlashCharge (อุปกรณ์ชาร์จไร้สายไม่ได้แถมมาให้) ที่สำคัญ vivo X300 Ultra สนับสนุนการชาร์จแบบ Bypass เหมาะสำหรับการชาร์จระหว่างเล่นเกมที่ยาวนาน โดยไม่ทำให้ตัวเครื่องเกิดความร้อนสูง เนื่องจากกระแสไฟจะจ่ายเข้าสู่แผงวงจรโดยตรง
จอแสดงผล 2K ZEISS Master Color รีเฟรชเรต 144Hz

vivo X300 Ultra มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ใช้วัสดุเปล่งแสง Q10 plus (ผลิตโดย BOE) ความละเอียด 3168 x 1440 ขนาด 6.82 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 510PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ให้ความสว่าง 1800nits (โหมดความสว่างสูง) และมีความสว่างสูงสุดเฉพาะส่วน 4500nits
จอแสดงผลของ vivo X300 Ultra ให้ความลึกสี 1.07 พันล้านสี รองรับ Netflix HDR, HDR10+, Dolby Vision, ขอบเขตสีกว้าง P3 และได้รับมาตรฐาน ZEISS Master Color จึงแสดงสีสันได้อย่างคมชัดสมจริงเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะการเปิดดูภาพถ่ายหรือวิดีโอที่บันทึกจากกล้องหลังของสมาร์ตโฟน ที่ใช้เลนส์ของ ZEISS เช่นกัน

นอกจากนี้ จอแสดงผลของ vivo X300 Ultra ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน Low Blue Light จาก SGS และ TÜV Rheinland ช่วยป้องกันดวงตาจากแสงสีฟ้า โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอในที่แสงน้อยเป็นเวลานาน และลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาจากการกะพริบของหน้าจอ
สรุปราคาและการจำหน่าย
vivo X300 Ultra เป็นสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ที่อยู่บนสุดของ vivo X300 Series โดดเด่นด้านการถ่ายภาพเป็นพิเศษ ด้วยระบบกล้องหลังที่ดีที่สุดของ vivo โดยเฉพาะกล้องซูม และ กล้องหลัก ความละเอียดสูงเท่ากัน 200 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องมุมกว้างพิเศษ 50 ล้านพิกเซล กล้องหลังทั้ง 3 ตัว ยัง ZEISS และใช้เลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS จึงมั่นใจได้ในคุณภาพของภาพถ่าย รวมถึงการถ่ายวิดีโอ ก็ถูกยกระดับให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ ตอบโจทย์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่กำลังมองหากล้องถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง แต่อยู่ในร่างสมาร์ตโฟนที่อัดแน่นไปด้วยสเปกระดับเรือธง ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 5 หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรต 144Hz แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6600mAh ชาร์จเร็วสูงสุดถึง 100W


vivo X300 Ultra วางจำหน่ายในสองรุ่นความจุ ได้แก่ รุ่น 16GB + 512GB ในราคา 54,999 บาท และรุ่น 16GB + 1TB ในราคา 64,999 บาท
สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการขยายขีดจำกัดของพลังซูม vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm ซึ่งประกอบด้วยเคสสมาร์ตโฟนและเลนส์ซูม สำหรับรุ่น X300 Ultra พร้อมให้สายถ่ายระยะไกลได้เป็นเจ้าของแล้วในราคา 8,499 บาท
และ vivo X300 Ultra Photographer Kit ภายในชุดประกอบด้วยตัวเครื่อง X300 Ultra สีดำ (ความจุ 16GB + 1TB), vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm, vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm, กริปจับสำหรับการถ่ายภาพ, และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมาย ในราคา 79,999 บาท
พิเศษยิ่งขึ้น! สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง vivo X300 Ultra ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 27 พฤษภาคม 2569 รับทันทีของสมนาคุณพิเศษสามต่อ มูลค่ารวม 30,997 บาท
- ต่อที่ 1: vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี, และ ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 25,999 บาท
- ต่อที่ 2: vivo Life Bag มูลค่า 2,999 บาท
- ต่อที่ 3: vivo Buds Pro มูลค่า 1,999 บาท
และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 รับทันทีของสมนาคุณพิเศษสองต่อ มูลค่ารวม 28,998 บาท
- ต่อที่ 1: vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี, และ ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 25,999 บาท
- ต่อที่ 2: vivo Life Bag มูลค่า 2,999 บาท
#vivoX300Ultra #เทคเดียวก็เอาอยู่ #ZEISSCinematics #ZEISSImage #Flashfly






