หูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายรุ่นใหม่ Sony 1000X THE COLLEXION เปิดตัวภายใต้แนวคิด “Master the art of listening” และมาในฐานะหูฟังรุ่นพิเศษ เนื่องจากทำออกมาในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของหูฟัง Sony 1000X Series นับตั้งแต่ Sony MDR-1000X เปิดตัวในปี 2016 จึงใส่ชื่อ THE COLLEXION พ่วงท้าย ซึ่งมาจากคำว่า THE COLLECTION แต่มีการเล่นคำโดยใช้ตัว X แทนที่ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหูฟัง Sony 1000X Series นั่นเอง

เนื่องจากเป็นหูฟังรุ่นพิเศษ Sony 1000X THE COLLEXION จึงมาพร้อมความพิเศษเหนือหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายทุกรุ่นก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายที่ดีที่สุดของ Sony ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความโดดเด่น 3 ด้านหลัก ได้แก่ วัสดุระดับพรีเมียม, คุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ และ ความสบายในการสวมใส่
สเปก Sony 1000X THE COLLEXION

- ไดรเวอร์ขนาด 30 มิลลิเมตร
- ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน 12 ตัว (ข้างละ 6 ตัว)
- QN3 ตัวประมวลผลตัดเสียงรบกวนแบบ HD
- หน่วยประมวลผล Integrated Processor V3
- รองรับฟีเจอร์ Adaptive NC Optimiser, Ambient Sound
- รองรับ Hi-Res Audio, Hi-Res Audio Wireless, DSEE Ultimate, 360 Upmix
- การเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0, NFC
- รองรับการถอดรหัส AAC, SBC, LDAC, LC3
- น้ำหนักประมาณ 320 กรัม
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Platinum
วัสดุพรีเมียม สวมใส่สบาย


Sony 1000X THE COLLEXION ผลิตออกมา 2 สี ได้แก่ Black และ Platinum ทั้ง 2 สี มาพร้อมเคสหรือกระเป๋าเก็บหูฟังที่เปิด-ปิดได้ด้วยระบบแม่เหล็ก และมีช่องมือจับ ทำให้ถือกระเป๋าระหว่างเดินทางได้อย่างสะดวก และออกแบบมาให้จัดเก็บหูฟังพร้อมสายหูฟังได้อย่างลงตัว


Sony 1000X THE COLLEXION สีดำ จะใช้วัสดุสีดำทั้งหมด ขณะที่ตัวเลือก Platinum จะออกมาไปในโทนสีขาว แต่ส่วนโลหะที่เป็นก้านของสายคาดศีรษะจะเป็นสีเงิน โดยตัวก้านที่เป็นโลหะใช้วัสดุสแตนเลสที่ผ่านการขัดเงาอย่างพิถีพิถัน และพ่นทรายแบบด้านลงบนพื้นผิว ให้ทั้งความหรูหราและทนทาน ส่วนประกอบที่ให้สัมผัสนุ่มนวลถูกบุด้วยหนังเทียมที่ประณีตสวยงาม ให้สัมผัสเรียบลื่นและสบาย

สายคาดศีรษะถูกปรับให้กว้างขึ้น ช่วยกระจายน้ำหนักจากแรงกดทับได้อย่างดี หุ้มด้วยวัสดุที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ มอบความสบายและเพิ่มแรงยึดเกาะให้มั่นคงยิ่งขึ้น ทำให้เหมาะสำหรับการสวมใส่เป็นระยะเวลานาน

ส่วนสำคัญก็คือเอียร์คัพ ที่ได้รับการออกแบบมาให้เข้ากับรอบใบหูของคนส่วนใหญ่ เพื่อมอบความสบาย ไม่รู้สึกถึงแรงบีบรัดหรือถูกกดทับ ภายในมีตัวอักษร L และ R ขนาดใหญ่ ช่วยให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นหูฟังด้านซ้ายและด้านขวา มาพร้อมเอียร์แพดที่สามารถถอดออกได้ จึงเป็นเรื่องง่ายในการทำความสะอาด
ด้านขวาจะไม่มีปุ่มกดใดๆ มีเพียงช่องเสียบสาย USB-C เท่านั้น และบริเวณด้านนอกรองรับระบบสัมผัสเพิ่ม ลดเสียง ข้ามเพลง ด้วยการปัดขึ้นลง ซ้ายขวา ที่ผู้ใช้งานหูฟัง Sony คุ้ยเคยกันดี

ด้านซ้ายจะมีช่องเสียบสาย 3.5 มม.ปุ่มปิดเปิด หรือปุ่ม Power ถัดมาจะเป็นปุ่ม NC/AMB และปุ่ม Listening mode ระบบเสียง 360

โดยรวมแล้ว Sony 1000X THE COLLEXION ผ่านการประกอบที่ประณีตด้วยวัสดุคุณภาพสูงทั้งหนังและโลหะ ซึ่งไม่เพียงให้ความหรูหรา แต่ยังทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สวมใส่ได้อย่างสบายรอบใบหูและศีรษะ เพราะไม่รู้สึกถึงแรงกดทับ
จูนเสียงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงระดับมาสเตอร์

Sony 1000X THE COLLEXION ได้รับการปรับแต่งเสียงโดยวิศวกรด้านเสียงระดับมาสเตอร์จากสตูดิโอชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Sterling Sound, Coast Mastering และ Battery Studios ซึ่งเคยทำงานร่วมกับศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Ariana Grande, Taylor Swift, Ed Sheeran, Adele, John Mayer, Rihanna, Lady Gaga, Mariah Carey, BLACKPINK, BTS, Bob Dylan, Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ Star Wars ทำให้หูฟัง Sony 1000X THE COLLEXION สามารถส่งมอบรายละเอียดเสียงระดับพรีเมียมให้กับทุกเพลงที่ฟัง โดยเน้นความสมดุลระหว่างเสียงร้องที่นุ่มนวล เสียงดนตรีที่คมชัด และไดนามิกที่ละเอียดอ่อน
ไดรเวอร์ยูนิตที่ออกแบบใหม่

Sony 1000X THE COLLEXION ติดตั้งไดรเวอร์ยูนิตขนาด 30 มิลลิเมตร ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ประกอบด้วยโดมขอบนุ่มความแข็งแรงสูง ใช้วัสดุคอมโพสิตคาร์บอนแบบทิศทางเดียว ช่วยยกระดับการถ่ายทอดเสียงความถี่สูงได้อย่างแม่นยำ และมอบซาวด์สเตจที่กว้างขึ้น
ระบบเสียง 360 Upmix

ภายใน Sony 1000X THE COLLEXION ขับเคลื่อนด้วย QN3 ตัวประมวลผลตัดเสียงรบกวนแบบ HD ช่วยปรับปรุงการแปลง D/A ทำงานร่วมกับ Integrated Processor V3 ช่วยให้หูฟังรองรับระบบเสียง 360 Reality Audio Upmix (360 Upmix) ซึ่งเป็นการยกระดับเสียงสเตอริโอให้กลายเป็นประสบการณ์เสียงเชิงพื้นที่ (Spatial Audio) เพื่อการฟังเสียงที่สมจริงทั้ง 3 โหมดการฟัง ได้แก่ Music, Cinema และ Game โดยมีปุ่มกดให้สลับระหว่างโหมดการฟังได้อย่างรวดเร็ว
รองรับเสียงคุณภาพสูง

Sony 1000X THE COLLEXION รองรับการฟังเสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Res Audio และ Hi-Res Audio Wireless ด้วย LDAC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเข้ารหัสสัญญาณเสียงที่สามารถรับส่งข้อมูลมากกว่าเสียง Bluetooth ได้ประมาณ 3 เท่า ช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเหมือนส่งตรงมาจากสตูดิโอ

นอกจากนี้ Sony 1000X THE COLLEXION ยังรองรับเทคโนโลยี DSEE Ultimate และ Edge-AI ช่วยกู้คืนรายละเอียดเสียงแบบเรียลไทม์จากไฟล์เพลงดิจิทัลที่ถูกบีบอัด โดยเฉพาะเสียงที่เข้ารหัสแบบ Lossless คุณภาพระดับ CD (16 บิต 44.1/48 kHz) เพื่อให้ประสบการณ์การฟังที่ดื่มด่ำและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ตัดเสียงรบกวนได้อย่างยอดเยี่ยม

Sony 1000X THE COLLEXION ยังคงรักษาจุดเด่นในการตัดเสียงรบกวนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมี QN3 ตัวประมวลผลตัดเสียงรบกวนแบบ HD ทำงานอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้นถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์ QN1 อีกทั้งยังมีไมโครโฟน 12 ตัว ช่วยทำหน้าที่ตรวจจับเสียงตามรูปทรงหูและสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์อย่างละเอียดและแม่นยำ

Sony 1000X THE COLLEXION มาพร้อมฟีเจอร์ Adaptive NC Optimiser ที่ให้ความแม่นยำในการตัดเสียงรบกวนเหนือขึ้นไปอีกระดับ สามารถปรับตามเสียงรบกวนภายนอก แรงดันอากาศ และแม้กระทั่งรูปทรงของหู เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้ยินเสียงที่ชัดใสมากที่สุด

ขณะเดียวกันฟีเจอร์ Ambient Sound ของ Sony 1000X THE COLLEXION ยังตรวจจับเสียงรอบข้างอยู่เสมอ เพื่อปรับโหมดเสียงรอบข้างให้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ช่วยสร้างสมดุลระหว่างเสียงเพลงและเสียงภายนอก ด้วยไมโครโฟนหลายตัวช่วยกรองเสียงรบกวน หรือเปิดรับเฉพาะเสียงที่สำคัญ เช่น เสียงประกาศ การสนทนา หรือการจราจรรอบตัว ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถปรับการตั้งค่า Ambient Sound แบบอัตโนมัติ หรือปรับแบบละเอียดด้วยตนเองได้ที่แอป Sound Connect ของ Sony
ให้การสนทนาที่คมชัด

นอกจากใช้ฟังเสียงดนตรี Sony 1000X THE COLLEXION ยังสามารถใช้สนทนาแบบแฮนด์ฟรีได้อย่างคมชัด ด้วยอัลกอริทึมการลดเสียงรบกวน AI Beamforming พร้อมไมโครโฟนข้างละ 6 ตัว ช่วยจับเสียงพูดอย่างแม่นยำ พร้อมกรองเสียงรบกวนรอบข้างออก ทำให้เสียงของผู้ใช้งานส่งไปถึงปลายทางได้อย่างชัดเจนถูกต้อง แม้ยืนสนทนาในที่กลางแจ้งและมีลมพัดผ่าน นอกจากนี้ ระหว่างการสนทนายังสามารถเปิด-ปิดไมโครโฟนได้ทันที เพียงกดปุ่ม NC/AMB ติดกัน 2 ครั้ง
ฟีเจอร์อัจฉริยะ

Sony 1000X THE COLLEXION อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์หยุดเล่นอัตโนมัติ เมื่อถอดหูฟังออก และเสียงจะเล่นต่ออัตโนมัติ เมื่อสวมหูฟังอีกครั้ง โดยอาศัยเซ็นเซอร์คาปาซิทีฟช่วยตรวจจับว่าผู้ใช้งานกำลังสวมหูฟังอยู่หรือไม่

Sony 1000X THE COLLEXION รองรับการควบคุมด้วยเสียง หรือสั่งงานด้วยเสียง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดระบบตัดเสียงรบกวน ปรับระดับเสียง ควบคุมการเล่นเพลง รวมถึงเรียกใช้งานผู้ใช้ AI ของ Google เพียงแค่พูดว่า “Hey Google” ก็สามารถสื่อสารกับ Gemini ได้ทันที

Sony 1000X THE COLLEXION ยังรองรับเทคโนโลยีติดตามศีรษะ หรือ Head Gesture (เปิด/ปิดได้จากแอป Sound Connect) ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถควบคุมหูฟังของคุณโดยใช้การขยับศีรษะแบบธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เมื่อมีสายเรียกเข้าขณะสวมหูฟัง สามารถพยักหน้า เพื่อรับสายแล้วเริ่มสนทนาได้ทันที หรือส่ายหน้าถ้าไม่สะดวกรับสาย หรือใช้งาน Auto Play ด้วยการพยักหน้าหรือส่ายหน้า

Wear to Play เป็นอีกฟีเจอร์สุดล้ำของ Sony 1000X THE COLLEXION เพียงสวมหูฟัง เพลงก็จะเล่นโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสสมาร์ตโฟน ซึ่งแนวเพลงที่เล่นจะปรับให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันของผู้ใช้งาน หรืออ้างอิงจากกิจกรรม เช่น การเดินในแต่ละวัน การออกกำลังกายในยิม หรือการเดินทาง และยังมีฟีเจอร์ Voice Cue ช่วยแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญต่างๆ เพื่อไม่ให้พลาดการนัดหมาย หรือ เตือนความจำที่บันทึกไว้ก่อนหน้า

ฟีเจอร์ Adaptive Sound Control ทำให้หูฟังจดจำได้ว่า ผู้สวมใส่กำลังทำอะไรและอยู่ที่ไหน เพื่อปรับการตั้งค่าเสียงรอบข้างให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ อย่างชาญฉลาด โดยใช้ AI ช่วยเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน และจดจำสถานที่ที่แวะไปเป็นประจำ เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่เหมาะสมที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป

นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ Speak-to-Chat ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการสนทนากับคนรอบข้าง ขณะที่สวมหูฟังอยู่ เพียงแค่พูดขึ้นมา เสียงเพลงในหูฟังจะหยุดเล่นโดยอัตโนมัติ และเมื่อจบการสนทนา เสียงเพลงในหูฟังก็จะเริ่มเล่นอีกครั้งโดยไม่ต้องแตะปุ่มหรือสัมผัสใดๆ

อายุการใช้งานแบตเตอรี่
Sony 1000X THE COLLEXION ไม่ได้เปิดเผยความจุแบตเตอรี่ แต่ยืนยันเมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็ม 100% สามารถใช้ฟังได้นานต่อเนื่อง 32 ชั่วโมง เมื่อปิดระบบตัดเสียงรบกวน หรือ 24 ชั่วโมง ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวน หากใช้สนทนา สามารถโทรคุยได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง เมื่อปิดระบบตัดเสียงรบกวน หรือ 16 ชั่วโมง ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวน

Sony 1000X THE COLLEXION ยังรองรับชาร์จเร็ว ในจังหวะที่รีบเร่ง สามารถใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที ก็เพียงพอสำหรับการฟังนาน 1.5 ชั่วโมง และยังสามารถชาร์จผ่านสาย USB พร้อมฟังไปด้วยในเวลาเดียวกันได้
สรุปราคาและการจำหน่าย

Sony 1000X THE COLLEXION เป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายรุ่นพิเศษ ที่ผลิตออกมาในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของหูฟัง Sony 1000X Series ซึ่งอาจจะมีบางคนซื้อไว้เก็บสะสม แต่โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า Sony ตั้งใจทำออกมาให้ใช้งานมากกว่าเก็บไว้ในตู้โชว์ ด้วยดีไซน์ที่ให้ภาพลักษณ์หรูหราพรีเมียม ใชัวัสดุคุณภาพสูง และสวมใส่ได้อย่างสบายเป็นเวลานาน โดยไม่รู้สึกกดทับหู ที่สำคัญก็คือ ระบบตัดเสียงรบกวน ยังคงเป็นจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ และยังส่งมอบเสียงคุณภาพสูง ให้มิติเสียงที่สมจริง

สรุปแล้ว Sony 1000X THE COLLEXION ไม่ได้มาแทนที่ Sony WH-1000XM6 ไม่ได้เป็นการแตกไลน์ใหม่ แต่นี่คือหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สายที่ดีที่สุดของ Sony ในรอบทศวรรษ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นสาวกหูฟังของ Sony ไปจนถึงผู้ใช้งานที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายแบบครอบหูรุ่นใหม่ ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน

ทั้งนี้ Sony 1000X THE COLLEXION จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ในราคา 21,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Platinum พิเศษ!! สำหรับเจ้าของ Sony 1000X THE COLLEXION ที่ลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ My Sony Rewards ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 จะได้รับการขยายระยะเวลาการรับประกันเพิ่มเป็น 15 เดือน






