iFixit มืออาชีพด้านซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จัดการชำแหละ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้ชมแล้ว เพื่อเป็นแนวทางการในการซ่อมแซมให้กับช่าง และเพื่อความเพลิดเพลินในการรับชมสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

แกะเครื่อง iPhone 18 Pro จาก iFixit มุ่งเน้นไปที่ระบบกล้องหลัง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Apple นำเทคโนโลยีปรับขนาดรูรับแสงได้มาใช้กับกล้องหลัก ประกอบด้วยใบเบลดที่ตัดด้วยเลเซอร์ 6 ชิ้น วางซ้อนกัน เพื่อเปลี่ยนขนาดรูรับแสงผ่านวงแหวนืั้ขับเคลื่อนด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้ 4 ระดับ ได้แก่ f/1.48, f/1.8, f/2.8 และ f/4.0
ใบเบลดทั้ง 6 ชิ้น มีขนาดเล็กและบางมากเท่าเส้นผมมนุษย์ ถ้าหากกลไกค้างหรือทำงานผิดปกติ จะต้องเปลี่ยนชุดกล้องหลักยกโมดูล ไม่สามารถซ่อมเฉพาะชิ้นส่วนใบเบลดได้

ระบบ Face ID ของ iPhone 18 Pro ก็เป็นอีกชิ้นส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากมีการย้ายกล้องอินฟราเรด ไปไว้ใต้หน้าจอ OLED บริเวณมุมซ้ายบน ช่วยให้พื้นที่ช่องเจาะบนหน้าจอที่เรียกว่า Dynamic Island แคบหรือเล็กลงกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน ส่วนกล้องหน้า และ Dot Projector ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม
iPhone 18 Pro ยังได้รับการอัปเกรดด้านประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแต่ได้รับชิปรุ่นใหม่ A20 Pro ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร แต่ยังมีการย้ายตัวชิป SoC ออกมาไว้นอกบอร์ดแซนด์วิช เพื่อส่งผ่านความร้อนไปยังระบบระบายความร้อนได้โดยตรง ขณะเดียวกันระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ก็มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยขยายขนาดแผ่นระบายความร้อนครอบคลุมเกือบเต็มพื้นที่ตัวเครื่อง

ในส่วนของแบตเตอรี่ iPhone 18 Pro (เวอร์ชัน eSIM) มีขนาด 16.758 Wh (4,288 mAh) ขณะที่ iPhone 18 Pro Max (เวอร์ชัน eSIM) มีขนาด 21.751 Wh (5,567 mAh) ทั้งคู่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากถูกยึดด้วยถาดโลหะและน็อต สามารถปลดกาวด้วยกระแสไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม การเปิดเครื่องต้องถอดผ่านหน้าจอ ซึ่งกาวติดแน่นมาก และเสี่ยงต่อการทำให้กรอบพลาสติกของหน้าจอแตกเสียหาย แต่เนื่องจากแบตเตอรี่และโมดูลกล้องเปลี่ยนได้ง่าย iFixit จึงให้คะแนนการซ่อมแซมที่ 7 เต็ม 10






