มาแล้วรีวิว vivo V80 สมาร์ตโฟน V Series รุ่นที่ยอดนิยมที่สุดโดยชูจุดเด่นที่ระบบกล้องความละเอียดสูง ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังหรือกล้องหน้า ล้วนได้รับเลนส์คุณภาพจาก ZEISS ช่วยเสกทุกช็อตให้สวยงามเหมือนพระเจ้าตั้งใจสร้าง รองรับการถ่ายภาพพอร์ตระดับโปรด้วยกล้อง 50MP ZEISS Super Telephoto อีกทั้งยังมีดีไซน์สวยงามสะดุดตา มาพร้อมฝาหลังดีไซน์ดวงดาว 3D แบบใหม่ (สำหรับสี Starwish Purple) แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7200mAh ชาร์จไว 90W FlashCharge และยังเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด OriginOS 7

สเปก vivo V80

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 144Hz ความสว่างสูงสุด 5000nits
- กล้องหลัง 50MP Telephoto + 50MP Main + 8MP Ultra Wide Camera
กล้องหน้า 50MP Selfie Camera - ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4
- ความจำ RAM 8GB (LPDDR4X) + ROM 512GB / 256GB / 128GB (UFS 3.1)
- ขยายความจำ RAM ได้สูงสุด 16GB ผ่านฟีเจอร์ Extended RAM
- การเชื่อมต่อ 5G, e-SIM, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB Type-C (USB 2.0), OTG
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass, Gyroscope, Infrared
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0)
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
- ระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 บนพื้นฐาน Android 17
- ลำโพงคู่ ให้เสียงสเตอริโอ
- มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 + IP69
- แบตเตอรี่ BlueVolt 7200mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 90W FlashCharge
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Starwish Purple, Wander Green และ Vast Gray
- น้ำหนัก 203 กรัม
แกะกล่อง vivo V80

vivo V80 จัดส่งมาในกล่องสีดำ หน้ากล่องระบุชื่อรุ่น V80 ขนาดใหญ่ภายในกรอบวงแหวน ที่ดูเหมือนขอบเลนส์กล้อง พร้อมข้อความ Co-engineered with ZEISS บ่งบอกว่ามีการทำงานด้านวิศวกรรมร่วมกับ ZEISS ผู้ผลิตเลนส์ระดับโลกจากเยอรมนี และยังมีโลโก้ AI กำกับอยู่ข้างใต้ เมื่อยกฝากล่องขึ้นมา จะพบกับสมาร์ตโฟนเป็นอย่างแรก โดยติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้แล้วจากโรงงาน

ภายในกล่อง vivo V80 แถมเคสมาให้ 1 อัน (ตัวเครื่องสี Starwish Purple และ Wander Green จะได้เคสใส ส่วนเครื่องสี Vast Gray ได้เคสสีเทา) นอกจากนี้ ยังมีคู่มือฉบับเริ่มต้น รวมถึงข้อมูลสำคัญและใบรับประกัน

ด้านล่างสุดจะมีหัวชาร์จ 90W Power Adapter, สายชาร์จแบบ USB-A to USB-C , เข็มช่วยถอดช่องใส่ซิมการ์ด



ด้วยของแถมที่ครบถ้วน โดยเฉพาะเคสและฟิล์มกันรอยหน้าจอ ทำให้ vivo V80 พร้อมใช้งานทันทีตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องเสียเวลา (หรือเสียเงิน) ไปเดินหาซื้อเคสและติดฟิล์มเพิ่มเติม
ออกแบบใหม่ สวยงามทั้ง 3 สี

vivo V80 ได้รับการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะโมดูลกล้องหลังแบบลอยตัว (Floating) จัดวางกล้องหลังทั้ง 3 ตัว เป็นรูปตัว L ในกรอบสี่เหลี่ยมที่มีขอบมุมโค้งมน ฝาหลังเป็นกระจกชิ้นเดียวใช้เทคโนโลยี Cold-Carved ในการขึ้นรูป ช่วยให้สัมผัสเรียบเนียน ไร้รอยต่อ



vivo V80 ผลิตออกมาให้เลือก 3 สี ได้แก่ Starwish Purple, Wander Green และ Vast Gray ซึ่งทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิวทั้ง 3 สี โดยสีเขียว Wander Green กับ สีเทา Vast Gray มีความบางเพียง 7.69 มิลลิเมตร น้ำหนัก 203 กรัม ขณะที่สี Starwish Purple มีความบาง 7.89 มิลลิเมตร น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพียง 3 กรัม เมื่อเทียบกับอีก 2 ตัวเลือก



vivo V80 สี Starwish Purple มีความโดดเด่นกว่าสีอื่นๆ ที่ลวดลายดวงดาว 3D แบบใหม่บนฝาหลัง พร้อมเอฟเฟกต์เปล่งประกายเมื่อมีแสงตกลงมากระทบในองศาต่างๆ ตามการเอียงตัวเครื่อง สื่อถึงความฝันที่สามารถคว้ามาได้


สำหรับสี Wander Green และ Vast Gray เน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ไม่มีลวดลายบนฝาหลัง โดยสีเขียวสะท้อนถึงตัวตนผู้ใช้งานที่เติบโตอย่างอิสระ ขณะที่สีเทาให้ความรู้สึกสุขุม บ่งบอกถึงความมั่นใจในแบบที่ตัวเองเป็น

ด้านหน้ามาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว มีขอบหน้าจอบางเฉียบ 1.25 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่การแสดงผลให้กว้างขึ้น โดยไม่ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่เกินไป อีกทั้งยังซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic ไว้บนหน้าจอ และติดตั้งกล้องหน้า 50 ล้านพิกเซล ไว้บนหน้าจอตรงกลางด้านบน

กรอบตัวเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยคุณภาพสูง ให้ความแข็งแรงทนทาน ภาพลักษณ์พรีเมียม และทำขอบมุมโค้ง 12.5 มิลลิเมตร เพื่อให้ผู้ใช้งานจับถือได้อย่างสบายมือ

ปุ่มปรับระดับเสียง ถูกวางไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์ โดยมีเส้นเสาอากาศพาดอยู่ 2 เส้น เพื่อให้สัญญาณไร้สายส่งผ่านกรอบตัวเครื่องโลหะได้อย่างราบรื่นและเสถียร

ด้านบนเป็นตำแหน่งของไมโครโฟนตัวที่ 2 และสัญญาณอินฟราเรด

ด้านล่างพบลำโพงตัวหลัก, ไมโครโฟนแบบคู่, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ ถาดใส่ซิมการ์ด

นอกจากนี้ vivo V80 ยังถูกสร้างมาให้มีความทนทานป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP68 และ IP69 ซึ่งหมายความว่า สามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างเต็มรูปแบบ และต้านทานน้ำได้นาน 30 นาที ที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร รวมถึงต้านทานน้ำที่มีความร้อนสูงได้ (ประมาณ 80 องศา) ช่วยให้คลายความกังวลเมื่อพกพาไปใช้งานใกล้แหล่งน้ำ หรือกลางแจ้งในวันที่มีฝนตก
กล้องหลัง 3 ตัว ZEISS Camera

vivo V80 ชูจุดเด่นที่ระบบกล้องหลังคุณภาพสูง โดยเฉพาะกล้องซูม 50MP ZEISS Super Telephoto Camera มาพร้อมกล้องหลัก 50MP ZEISS OIS Main Camera และ กล้อง 8MP ZEISS Ultra Wide Camera

- กล้อง 50MP ZEISS Telephoto Camera โครงสร้างแบบ W-Shape ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX882 ขนาด 1/1.95 นิ้ว รูรับแสง f/2.65 ซูมออปติคัล 3x มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้องหลัก 50MP ZEISS Main Camera ใช้เซ็นเซอร์ LYTIA 700V ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.88 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้อง 8MP ZEISS Ultra Wide Camera ใช้เซ็นเซอร์ OmniVision OV08F10 ขนาด 1/4 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ให้มุมมองกว้าง 115 องศา

กล้องหลังของ vivo V80 รองรับโหมดถ่ายภาพ AI Creation, Night, Portrait, Photo, Video, High Resolution, Pano, Ultra HD Document, Slo-mo, Time-lapse, Supermoon, Stage, Astro, Pro, Snapshot, Food, Underwater Photography และ Fisheye


โหมด AI Creation ช่วยเพิ่มแสงและสร้างเอฟเฟกต์แสงให้ภาพพอร์ตเทรตดูโดดเด่นและมีมิติมากขึ้น เช่น แสงจากด้านบน แสงเรืองรอง และแสงแดด พร้อมเอฟเฟกต์สร้างสรรค์อีกกว่า 30 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งภาพท่องเที่ยว ภาพบนเวที สไตล์อนิเมะ และภาพวิวทิวทัศน์ ช่วยให้ผู้ใช้สร้างสรรค์ภาพได้หลากหลายสไตล์ง่าย ๆ เพียงคลิกเดียว (ใช้งานกับกล้องหน้าได้ด้วย)

โหมด Photo รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 3x, 10x และซูมได้สูงสุด 100x เมื่อแตะที่ไอคอน 6 จุด (ใต้ไอคอน Color Style) จะพบกับฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น แฟลช, Live Photo, Styles, HDR, เปลี่ยนอัตราส่วนภาพ, นับถอยหลัง, Google Lens

โหมด Photo มาพร้อมฟิลเตอร์ Basic ได้แก่ B&W, Texture, Vivid และ Natural ถัดมาจะเป็น Custom ประกอบด้วย Negative, Positive, Clear blue และยังมีฟิลเตอร์มาตรฐานของ vivo เช่น Grapefruit, Night breeze, Macarons, Yogurt

แต่ละฟิลเตอร์มีฟีเจอร์ Color Palette ที่สามารถปรับโทนสีและอารมณ์ของภาพ ผ่าน Contrast และ Saturation ที่ออกแบบมาให้เลื่อนปรับได้ง่ายๆ เพื่อสร้างสไตล์ภาพที่หลากหลาย


โหมด Portrait สามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นระยะ 23mm, 35mm, 50mm, 85mm, 100mm และเพิ่มความโดดเด่นด้วยเอฟเฟกต์ละลายฉากหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเลนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEISS ได้แก่ Biotar, B-speed, Sonnar, Planar, Distagon และ Cinematic

เมื่อแตะที่ไอคอน 6 จุด จะพบกับฟีเจอร์เพิ่มเติมรวมถึง Portrait lens kit ที่ช่วยให้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก เนื่องจากมีการปรับแต่งมาให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 23mm landscape portrait, 35mm street portrait, 50mm natural portrait, 50mm classic portrait, 85mm portrait และ 100mm close-up



โหมด Portrait มีฟิลเตอร์ หรือ Color Style แบบเดียวกับโหมด Photo รวมถึงฟีเจอร์ Color Palette และยังมี AI Styles สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศโดยรอบให้เป็นฤดูกาลต่างๆ ได้แก่ Spring, Summer, Autumn, Winter และมีตัวเลือก Animation สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายจากโลกให้กลายเป็นโลกอนิเมะ


vivo V80 มาพร้อมฟีเจอร์ CCD Flash Portrait สำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตในเวลากลางคืน โดยทำงานร่วมกับแฟลช LED ช่วยเพิ่มความสว่างให้ใบหน้า พร้อมโทนภาพสไตล์วินเทจที่ให้สีสันและแสงเงาตัดกับฉากหลังอย่างลงตัว ทำให้ตัวแบบโดดเด่นและภาพดูมีมิติมากขึ้น สามารถเปิดใช้งานได้ที่โหมด Portrait แตะไอคอนด้านขวา และเลือก CCD


โหมด Night สำหรับถ่ายภาพยามค่ำคืน รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 3x, 10x มาพร้อม Color Style และฟีเจอร์ Color Palette แบบเดียวกับโหมด Photo และยังมีโหมด Supermoon สำหรับถ่ายภาพดวงจันทร์บนท้องฟ้าโดยเฉพาะ

โหมด Stage เหมาะสำหรับการบันทึกภาพคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี หรือ ละครเวที ทำงานร่วมกับกล้อง 50MP ZEISS Telephoto Camera ที่ซูมได้ถึง 10 เท่า ให้ภาพคมชัดแม้อยู่แถวหลัง สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ผสานเทคโนโลยี Nice 2.0 ช่วยเก็บรายละเอียดตัวศิลปิน รวมถึงแสงสีบรรยากาศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีไมโครโฟน 3 ตัว ช่วยเก็บเสียงและซูมเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม


โหมด Video สามารถบันทึกได้สูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที รองรับการซูมในช่วง 1x, 2x, 3x สูงสุด 15x มีฟีเจอร์ Beauty สำหรับปรับความงามบนใบหน้า ไอคอนถัดลงมาเป็น Color Style หรือฟิลเตอร์ และไอคอน 6 จุด จะพบกับการตั้งค่าเพิ่มเติม เช่น อัตราส่วนภาพ, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว, ความละเอียดวิดีโอ, แฟลช, ไมโครโฟน, Teleprompter

นอกจากนี้ vivo V80 ยังเพิ่มความสนุกได้มากขึ้นกับฟีเจอร์ Creative Sticker Collage ที่ไดคัทตัดรูปคนหรือสัตว์เลี้ยงจาก Live Photo ให้เป็นสติกเกอร์ แล้วนำไปวางบน Live Photo อีกภาพได้อย่างอิสระ สามารถย่อ ขยาย หมุน และปรับตำแหน่งได้ตามต้องการ
กล้องหน้า 50MP ZEISS Group Selfie Camera

กล้องหน้าของ vivo V80 ได้รับเลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS เช่นเดียวกับกล้องหลัง มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN1 ขนาด 1/2.76 นิ้ว รูรับแสง f/2.0 ให้มุมมองกว้าง 92 องศา รองรับระบบออโต้โฟกัส พร้อมเทคโนโลยี AI Facial Contouring ช่วยปรับรูปหน้า และ AI Professional Portrait GTR 2.0 ช่วยเกลี่ยผิวใบหน้าให้สวยงามเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ


โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x มาพร้อมฟิลเตอร์ Color Style และฟีเจอร์ Color Palette แบบเดียวกับกล้องหลัง เมื่อแตะที่ไอคอน 6 จุด จะพบกับฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น Live Photo, Styles, HDR, เปลี่ยนอัตราส่วนภาพ, นับถอยหลัง

ด้วยมุมมองกว้าง 92 องศา ของกล้องหน้า ทำให้ vivo V80 เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่แบบกลุ่มหรือถ่ายร่วมกับเพื่อนๆ หลายคน และถ้าถ่ายด้วยโหมด Live Photo จะสามารถแก้ไขใบหน้าได้ง่ายๆ ในสัมผัสเดียว โดยเข้าไปแก้ไขภาพเซลฟี่ที่อัลบั้มภาพ และใช้เครื่องมือ AI Best Face เพื่อทำให้ใบหน้าทุกคนออกมาดูดี แม้มีใครเผลอหลับตา AI Best Face ก็สามรถแก้ไขให้ลืมตาได้



โหมด Portrait ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะเช่นกัน และมีเอฟเฟกต์โบเก้จาก ZEISS ได้แก่ Biotar, Sonnar, Planar, Distagon และ Cinematic มีฟีเจอร์ Beauty สำหรับเสริมความงามให้กับใบหน้าก็ปรับแต่งได้อย่างละเอียด พร้อมด้วยฟิลเตอร์ Color Style

โหมด Video ของกล้องหน้าซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที มีฟีเจอร์ Beauty สำหรับเสริมความงามบนใบหน้า และฟิลเตอร์ Color Style






















ตัวอย่างภาพถ่าย
































ชิป Snapdragon 7 Gen 4



vivo V80 ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 ของ Qualcomm ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU แบบ 64-bit Octa Core ที่มี Arm Cortex-A720 เป็นแกนหลัก ทำงานที่ความเร็วสูงสุดถึง 2.8GHz + Arm Cortex-A720 แบบ 4-core ทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2.4GHz + Arm Cortex-A520 แบบ 3-core ทำงานที่ความเร็วสูงสุด 1.8GHz ตอบสนองกราฟิกด้วย GPU Adreno 722

CPU ของ Snapdragon 7 Gen 4 ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพขึ้น 27% ขณะที่ GPU มีประสิทธิภาพดีขึ้น 30% ช่วยให้การประมวลผลกราฟิกทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมี Qualcomm AI Engine ที่ให้ประสิทธิภาพด้าน AI เหนือกว่ารุ่นก่อนถึง 65% ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานบนอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า vivo V80 (รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB) ทำได้ 1,342,360 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 497,136 คะแนน, GPU ทำได้ 294,151 คะแนน, Memory ทำได้ 225,581 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 325,492 คะแนน

vivo V80 รองรับ 5G ทั้ง 2 ซิม (5G + 5G Dual SIM Dual Standby) อีกทั้งยังเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ vivo V Series ที่รองรับ eSIM
แบต 7200mAh ชาร์จไว 90W FlashCharge

ถึงแม้ vivo V80 จะมีตัวเครื่องบางเพียง 7.69 มิลลิเมตร แต่มาพร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุสูงถึง 7200mAh ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานเป็นพิเศษ สามารถใช้นำทางบนแผนที่ได้นานต่อเนื่อง 14 ชั่วโมง สามารถเดินทางไกลเป็นเวลานานตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาจุดชาร์จแบตเตอรี่ หรือ ดูวิดีโอแบบออฟไลน์นานสูงสุด 39.5 ชั่วโมง



vivo V80 ยังรองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 90W FlashCharge ชาร์จถึงระดับ 50% ภายในเวลา 30 นาที จึงใช้เวลาชาร์จไม่กี่นาที ก็สามารถพกพา vivo V80 ไปใช้งานได้ตลอดทั้งวัน พร้อมสนับสนุนการชาร์จแบบ Bypass สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างเล่นเกมที่ยาวนาน ทำให้ตัวเครื่องไม่ร้อนเกินไป
จอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว 144Hz



vivo V80 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED (ใช้วัสดุเปล่งแสง VM9) ความละเอียด 2750 x 1260 พิกเซล ขนาด 6.59 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 459 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ความลึกสี 1.07 พันล้านสี รองรับขอบเขตสีกว้าง P3 ให้ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 5000nits และผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Certification ด้านการปล่อยแสงสีฟ้าตํ่า ช่วยถนอมดวงตา



จอแสดงผลของ vivo V80 ซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0 ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง สามารถปลดล็อกได้เร็ว แม่นยํา และปลอดภัยมากขึ้น โดยติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ปลดล็อกได้อย่างสะดวก พร้อมเก็บลายนิ้วมือแบบ 3D มั่นใจได้ในเรื่องความแม่นยำและปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถอ่านลายนิ้วมือได้แม้มือเปียกหรือทาโลชั่นดูแลผิว

นอกเหนือจากหน้าจอที่สวยงามคมชัด ด้านเสียง vivo V80 ก็สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยลำโพงคู่สเตอริโอ และยังรองรับระบบเสียง Spatial Audio ให้มิติเสียงที่กว้างและสมจริง ไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม หรือ ฟังเพลง
Pet Pals Theme

vivo V80 ได้รับวอลเปเปอร์แบบไดนามิก เรียกว่า Pet Pals Theme ช่วยเติมความน่ารักให้หน้าจอด้วยธีมสัตว์เลี้ยง ซึ่งผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับสัตว์เลี้ยงบนหน้าจอได้ง่ายๆ เพียงแตะหรือเขย่าตัวเครื่อง ก็จะพบกับแอนิเมชัน และเอฟเฟกต์น่ารักๆ ช่วยสร้างสีสันให้กับการใช้งาน เหมือนมีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเป็นเพื่อนคู่ใจไปด้วยทุกที่

เนื่องจากเป็นวอลเปเปอร์แบบไดนามิก Pet Pals Theme จึงสามารถแสดงท่าทางตามกิจวัตรประจําวัน ไม่ว่าจะตื่นนอน ทานอาหาร พักผ่อน ทําให้หน้าจอดูมีชีวิตชีวา


นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงใน Pet Pals Theme ยังตอบสนองต่อสถานะการใช้งานของสมาร์ตโฟน เช่น เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด ขณะชาร์จแบตเตอรี่ หรือ ระหว่างฟังเพลง พร้อมเปลี่ยนแอนิเมชันให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่หลากหลาย
OriginOS 7

vivo V80 เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ vivo ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 บนพื้นฐาน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่อง ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ตโฟนที่ลื่นไหล ทันสมัย และมาพร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ มากมาย ครอบคลุมตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ฟีเจอร์เด่นที่มาพร้อม OriginOS 7

– Wiggle Theme ปรับแต่งหน้าจอ Lock Screen ให้เป็นสไตล์ของตัวเอง และสามารถโต้ตอบได้ เช่น แตะหรือขยับตัวเครื่องแล้วเกิดแอนิเมชัน โดยสามารถเลือกใช้ภาพที่ชื่นชอบหรือภาพส่วนตัว และกำหนดพื้นที่ในภาพที่ต้องการให้โต้ตอบได้

– StickIt ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างสติกเกอร์ในแบบของตัวเอง จากภาพนิ่ง ภาพถ่าย และ Live Photo พร้อมปรับแต่งสไตล์ด้วย AI เพื่อเพิ่มความหลากหลายและความเป็นเอกลักษณ์ รองรับสติกเกอร์แบบเคลื่อนไหวบน Wallpaper และ Always-On Display สามารถใช้สติกเกอร์ทั้งแบบภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวร่วมกัน รวมถึงเพิ่มสติกเกอร์เคลื่อนไหวหลายชิ้นในวอลเปเปอร์เดียวได้

– Capture to Note สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายจากกระดาน บันทึกที่เขียนด้วยลายมือ และสไลด์นำเสนอ ให้กลายเป็นเอกสารที่จัดรูปแบบแล้ว และสามารถแก้ไขเนื้อหาโดยอัตโนมัติด้วย AI ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ข้อมูลใหม่ พร้อมจัดเรียงข้อความ ตาราง แผนภูมิ และโครงสร้างเนื้อหาให้อ่านง่าย

– AI Recorder ช่วยบันทึกเสียง ถอดเสียง และสรุปเนื้อหาอัตโนมัติพร้อมเทมเพลตสรุป 6 รูปแบบ ครอบคลุมทั้งการเรียน การประชุม การโทรศัพท์ และการสัมภาษณ์ รวมถึงแยกประเด็นตามผู้พูดได้อย่างชัดเจน

OriginOS 7 ยังปรับปรุงการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Apple ให้ราบรื่นยิ่งขึ้น สามารถเปิดดูและดาวน์โหลดไฟล์จากสมาร์ตโฟน vivo บน iPad รวมถึงส่งต่องานจาก vivo ไปยัง iPad เช่น ภาพถ่าย ภาพหน้าจอ และการถ่ายภาพผ่านแอป Notes เพื่อแทรกรูปลงในบันทึกได้โดยตรง รองรับการแชร์หน้าจอมือถือ vivo ไปยัง iPad และซิงก์ Notes รวมถึงรายการสิ่งที่ต้องทำระหว่างอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ สามารถแก้ไขและจัดการบันทึกได้จากทั้ง 2 อุปกรณ์

เมื่อจับคู่สมาร์ตโฟน vivo กับ Apple Watch สามารถซิงก์การแจ้งเตือน SMS และสายเรียกเข้า รวมถึงนำข้อมูลสุขภาพ และ Fitness จาก Apple Watch มาแสดงใน Origin Health และถ้าเชื่อมต่อกับ AirPods สมาร์ตโฟน vivo ก็พร้อมใช้งานระบบเสียง Spatial Audio อีกด้วย

นอกจากนี้ vivo V80 ยังออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน และสนับสนุนการอัปเดตซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยนานต่อเนื่อง 6 ปี ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้มากขึ้น แม้ใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน
สรุปราคาและการจำหน่าย

vivo V80 ได้ผสานเทคโนโลยีการถ่ายภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ vivo เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเลนส์ และการถ่ายภาพจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง ZEISS เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่โดดเด่นภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสกช็อตลูกพระเจ้า” ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่รักการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟนที่มีคุณภาพเทียบเท่าเรือธงทั้งดีไซน์และประสิทธิภาพ






