REDMI ต้อนรับปีใหม่ 2026 ด้วย REDMI Note 15 Pro Series ซึ่งต่อยอดมาจาก REDMI Note 14 Pro Series ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2025 ในฐานะสมาร์ตโฟนระดับกลางที่มีสเปกระดับเรือธง โดยทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิวพร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ทั้งคู่ได้รับการปรับปรุงให้มีความทนทานมากยิ่งขึ้น จากรุ่นก่อนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว มาพร้อมขุมพลังที่ใหม่กว่า และมีความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเดิม

แกะกล่อง

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G มีการเปลี่ยนดีไซน์กล่องใหม่ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดยยังคงเป็นกล่องสีขาว แต่ไม่มีรูปภาพสมาร์ตโฟนบนหน้ากล่องอีกต่อไปแล้ว แทนที่ด้วยกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงที่ระบุชื่อรุ่นด้วยตัวอักษรสีขาว ใต้กรอบสีแดงบอกขนาดแบตเตอรี่ ซึ่งมีความจุแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ได้รับกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซลเหมือนกัน

ภายในกล่อง แน่นอนว่าจะพบกับสมาร์ตโฟนที่มีแบตเตอรี่ในตัว ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้แล้วจากโรงงาน ผู้ใช้งานยังได้รับคู่มือ เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด และ แถมเคสมาให้ 1 อัน
นอกจากนี้ ยังมีสายชาร์จ USB-C และหัวชาร์จ Power Adapter โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G ได้รับหัวชาร์จ 100W ขณะที่ REDMI Note 15 Pro 5G ได้รับหัวชาร์จ 45W สอดคล้องกับความเร็วสูงสุดในการชาร์จที่ทั้งคู่รองรับ
ดีไซน์พรีเมี่ยม เน้นความทนทาน ป้องกันน้ำระดับ IP69K

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G แชร์ดีไซน์ร่วมกัน ขนาดตัวเครื่องก็ใกล้เคียงกัน แต่มีสีสันแตกต่างกันเล็กน้อย REDMI Note 15 Pro 5G มาในสี Titanium, Mist Purple และ Black (ทีมงาน @flashfly ได้รับสี Titanium มารีวิว) ขณะที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black (ทีมงาน @flashfly ได้รับสี Glacier Blue มารีวิว)

ถึงแม้ทั้งสองรุ่น จะดูคล้ายกันมาก ทั้งดีไซน์ด้านหน้าและด้านหลัง แต่จะเห็นว่าส่วนขอบมุมของ REDMI Note 15 Pro+ 5G มีความโค้งมนเล็กน้อย ขณะที่ขอบมุมของ REDMI Note 15 Pro 5G มีสันเหลี่ยมที่เด่นชัดกว่า แต่ดีไซน์โดยรวมของทั้งคู่ต่างก็ให้สัมผัสที่หรูหราพรีเมี่ยมไม่แพ้กัน
ด้านหลังของทั้งคู่ดูสวยงามโดดเด่นด้วยดีไซน์กล้อง Volcanic Deco แบบลอยตัว จัดวางโมดูลกล้องได้อย่างสมดุล มอบภาพลักษณ์ที่หรูหราและกลมกลืนในทุกมิติ

มุมมองด้านหน้าของทั้งคู่ จะพบกับจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว มีช่องเจาะวงกลมเล็กๆ สำหรับติดตั้งกล้องเซลฟี่ และยังซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ อีกทั้งยังได้รับการป้องกันด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus 2 ระดับเรือธงที่ช่วยเสริมความทนทานให้กับหน้าจอ เพิ่มประสิทธิภาพความทนทานต่อรอยขีดข่วน และการตกกระแทกจากอุบัติเหตุเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังรองรับเทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ช่วยตรวจจับน้ำ น้ำมัน โฟม เหงื่อ และของเหลวอื่นๆ ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การสัมผัสหน้าจอยังคงลื่นไหล แม่นยำ และตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสถานการณ์ ขณะที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังมาพร้อม AI Water State Detection ช่วยปรับความไวในการสัมผัสโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทุกการแตะและปัดยังคงลื่นไหล แม่นยำ และตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาวะ

ส่วนขอบด้านข้าง REDMI Note 15 Pro 5G มีความบางกว่าเล็กน้อย จนแยกไม่ออกด้วยสายตา แต่ถ้าชั่งน้ำหนัก REDMI Note 15 Pro+ 5G เบากว่าเล็กน้อย

ปุ่มด้านข้างของทั้งคู่มีปุ่มปรับระดับเสียง วางอยู่เหนือปุ่มพาวเวอร์

ด้านบนมีลำโพงสเตอริโอเหมือนกันทั้งสองรุ่น สามารถเพิ่มพลังเสียงให้ดังขึ้นได้สูงสุด 400% พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos และสนับสนุนเสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Res Audio

ด้านล่างของทั้งคู่ ประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด รองรับ 2 ซิมการ์ด (nano SIM + nano SIM หรือ nano SIM + eSIM) พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C ลำโพงและไมโครโฟนตัวหลัก

REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันน้ำได้อย่างแม่นยำถึง 17 จุด ตั้งแต่พอร์ตที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนา ไปจนถึงช่องเปิดที่ทนต่อการกัดกร่อน ช่วยปกป้องตัวเครื่องได้อย่างมั่นใจแม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งสองรุ่นได้รับมาตรฐานความทนทานต่อฝุ่นและน้ำระดับ IP66, IP68, IP69 และ IP69K สามารถอยู่รอดจากการแช่น้ำลึก 2 เมตร นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง พร้อมผ่านการรับรองความทนทานด้านการกันน้ำจาก TÜV SÜD เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบ REDMI Titan Durability ที่เสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเครื่องในทุกชั้นด้วยมาตรฐานระดับเรือธง ผสานเมนบอร์ดความแข็งแรงสูงเข้ากับเฟรมกลางที่ได้รับการเสริมความทนทานเป็นพิเศษ พร้อมคุณสมบัติการนำความร้อนสูงและการดูดซับแรงกระแทกใน 7 องค์ประกอบสำคัญ เพื่อความทนทานเชิงโครงสร้างที่เหนือระดับ ทำให้ทั้งคู่มีความทนทานต่อการตกกระแทก การบีบอัด และการบิดงอที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทนต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร
REDMI Note 15 Pro+ 5G

REDMI Note 15 Pro+ 5G โดดเด่นกว่าด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 100W HyperCharge ชาร์จเต็มเร็วทันใจ มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh ดีไซน์ทนทานระดับพรีเมี่ยมด้วยกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2 ทนทานต่อการขีดข่วนและการตกกระแทก ป้องกันฝุ่นและน้ำครอบคลุมทุกระดับ IP66 / IP68 / IP69 / IP69K มั่นใจได้ในทุกสภาพแวดล้อม กล้องถ่ายภาพอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด 200 ล้านพิกเซล เก็บทุกรายละเอียดได้คมชัด หน้าจอ AMOLED แบบ CrystalRes ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.83 นิ้ว สีสันสดใส สบายตา และขับเคลื่อนด้วยขุมพลังประสิทธิภาพสูง Snapdragon 7s Gen 4 ลื่นไหลทุกการใช้งาน
สเปก REDMI Note 15 Pro+ 5G

- จอแสดงผล CrystalRes AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz
- กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4
- ความจำ RAM 12GB (LPDDR4X) + ROM 256GB / 512GB (UFS 2.2)
- ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res Audio
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor)
- สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค (AI Face Unlock)
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C
- ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos
- ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS
- ฟีเจอร์ AI: AI Writing, AI Speech Recognition, AI Interpreter, AI Search, AI Dynamic Wallpapers, AI Creativity Assistant, Google Gemini, Circle to Search with Google
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66 / IP68 / IP69 / IP69K
- แบตเตอรี่ 6500mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 100W HyperCharge
- รองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging สูงสุด 22.5W
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black
กล้องหลัก 200MP เซ็นเซอร์ใหม่ล่าสุด

REDMI Note 15 Pro+ 5G ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยกล้องหลัก 200MP ใช้เซ็นเซอร์ HPE รุ่นใหม่ล่าสุด มอบความคมชัดขั้นสูงสุดในทุกรายละเอียด พร้อมรองรับการซูมแบบ In-sensor 2x และ 4x ที่ให้รายละเอียดคมชัดเทียบเท่าระยะออปติคัล ผสานเทคโนโลยี DAG HDR แบบ 3 ระยะโฟกัส และพลัง AI ขั้นสูง ช่วยเก็บทุกรายละเอียดและสีสันได้อย่างสดใสสมจริงในทุกเฟรม เสริมพลงให้เซ็นเซอร์ด้วย AI Engine 200MP รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นระบบประมวลผลภาพบนตัวเครื่องที่ช่วยยกระดับความคมชัดในทุกสภาพแสงและทุกระดับการซูม โดยเลนส์หลักรองรับระยะโฟกัสได้ถึง 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. ให้สีสันและโทนภาพที่แม่นยำสม่ำเสมอ ตั้งแต่ระยะใกล้ไปจนถึงระยะไกลโดยไม่เกิดการเพี้ยนของสี

- กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4″ ขนาดพิกเซล 2.24μm 16-in-1 pixel binning ชุดเลนส์ 7P รูรับแสง f/1.7 และมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล (Optical Image Stabilization)
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

แอปกล้องของ REDMI Note 15 Pro+ 5G รองรับโหมดถ่ายภาพ Ultra HD, Video, Photo, Portrait, Pro





โหมด Photo สามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.6x (ซึ่งเป็นการเปิดใช้งานกล้อง Ultra Wide),1x, 2x, 4x และไกลสุดได้ 30x
โหมด Portrait สามารถซูมได้ 2 ระยะ 1x และ 2x สำหรับการถ่ายภาพบุคคลทั้งตัว หรือ เฉพาะช่วงบน โดยการแตะไอคอนรูปคน และสามารถปรับค่า F เพื่อละลายหรือเบลอพื้นหลังได้ตามความต้องการ อีกทั้งยังมีโหมด Beauty ช่วยปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น และมี Filters ให้เลือกหลายแบบ เพื่อเปลี่ยนโทนสีหรืออารมณ์ของภาพถ่าย

โหมด Pro เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีทักษะการถ่ายภาพเป็นพิเศษ สามารถปรับค่ากล้องได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นค่าชดเชยแสง EV, ความเร็วชัตเตอร์, ความไวแสง ISO, สมดุลสีขาว, ระบบโฟกัส สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูง 200MP ได้ที่โหมดนี้เลือกเซฟได้ทั้ง JPG หรือ DNG

โหมด Video สามารถซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.6x,1x, 2x, 4x ถึง 6x เมื่อแตะลูกศรชี้ลง (ในแถบเครื่องมือด้านบน) จะพบกับฟังก์ชันการถ่ายวิดีโอเพิ่มเติม ซึ่งสามารถตั้งค่าอัตราส่วนภาพ ระบบป้องกันภาพสั่นไหว และ เข้าสู่การตั้งค่ากล้องทั้งหมด

กล้องหลังของ REDMI Note 15 Pro+ 5G รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DAG ให้ภาพวิดีโอที่เคลียร์ชัดและมีมิติ นอกจากนี้ยังพัฒนาการถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ให้รายละเอียดบนใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมฟีเจอร์ Dynamic Shots 2.0 ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์ และรองรับการแชร์ภาพไปยัง Instagram ได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว

ผู้ใช้งานยังสามารถสร้างสรรค์ภาพสวยง่ายๆ ด้วย AI Creativity Assistant ช่วยให้การปรับแต่งภาพหลังถ่ายเป็นเรื่องง่ายดายด้วยเครื่องมืออัจฉริยะ เช่น AI Imaging Enhancement, AI Beautify และ AI Erase Pro ทำให้ทุกภาพถ่ายและวิดีโอมีความสมบูรณ์แบบ พร้อมแชร์สู่โลกโซเชียลได้ทันที

- AI Imaging Enhancement ช่วยเพิ่มความคมชัดให้ภาพถ่ายโดยอัตโนมัติ
- AI Beautify ปรับสีผิวและรายละเอียดให้สวยงามลงตัวได้ในคลิกเดียว
- AI Erase Pro ลบวัตถุหรือเงาสะท้อนที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้อย่างแนบเนียน
กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

REDMI Note 15 Pro+ 5G ซ่อนกล้องหน้าไว้ในช่องเจาะวงกลมบนหน้าจอ โดยมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 สามารถซูมได้ 2 ระยะ 0.8x และ 1x สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่คนเดียว หรือ ถ่ายเซลฟี่มุมกว้างเพื่อเก็บรายละเอียดฉากหลัง

โหมดถ่ายภาพ Portrait ของกล้องหน้า สามารถเบลอพื้นหลัง ปรับ Beauty เพิ่ม Filters ได้

กล้องหน้าของ REDMI Note 15 Pro+ 5G รองรับการถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที พร้อมเครื่องมือ Beauty สำหรับเพิ่มความงามบนใบหน้า และ Filters สำหรับเปลี่ยนโทนสีหรืออารมณ์ให้กับภาพเคลื่อนไหว
ตัวอย่างภาพถ่าย













ชิป Snapdragon 7s Gen 4 พร้อมระบบระบายความร้อน


REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 7s Gen 4 ของ Qualcomm ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก Snapdragon 7s Gen 3 ที่ใช้ใน REDMI Note 14 Pro+ 5G ถูกสร้างขึ้นบนโหนดกระบวนการ 4 นาโนเมตร ของ TSMC ประกอบด้วย CPU แบบ Octa Core (1+3+4 Core) ได้แก่ Prime Core (Cortex-A720 ทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2.7 GHz) + Performance Cores (Cortex-A720 ความเร็วสูงสุด 2.4 GHz) + Efficiency Cores (Cortex-A520 สูงสุด 1.8 GHz) ทั้ง CPU และ GPU ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น 7% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อน

นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังมาพร้อมระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop โซลูชันระบายความร้อนแบบ LHP เพียงหนึ่งเดียวในสมาร์ตโฟนระดับนี้ โดยใช้ปั๊มลูปสแตนเลส (Stainless Steel Loop Pump) ขนาดใหญ่พิเศษถึง 5,200 ตร.มม. มอบประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนได้สูงกว่าระบบปกติถึง 3 เท่า เมื่อผสานการทำงานเข้ากับชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 ทำให้ REDMI Note 15 Pro+ 5G มอบประสิทธิภาพการทำงานในระดับเรือธง โดยยังคงรักษาอุณหภูมิของตัวเครื่องให้เย็นอยู่เสมอแม้ภายใต้การใช้งานที่หนักหน่วงที่สุด
แบตใหญ่ 6500mAh ชาร์จไว 100W HyperCharge

REDMI Note 15 Pro+ 5G มีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6500mAh โดยใช้แบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอนรุ่นใหม่ ซึ่งมีส่วนผสมของซิลิคอน-คาร์บอน 10% ทำให้สามารถบรรจุความจุแบตเตอรี่ได้มากขึ้นภายใต้ตัวเครื่องที่ยังคงความบางเบาและกะทัดรัด ขณะที่รุ่นก่อนอย่าง REDMI Note 14 Pro+ 5G มีความจุ 5110mAh แต่แลกมาด้วยความเร็วในการชาร์จที่ลดลง แต่ก็ถือว่าเร็วกว่าคู่แข่งหลายรุ่นในตลาด ด้วยเทคโนโลยีชาร์ไว 100W HyperCharge ซึ่งสามารถเติมพลังงานคืนกลับแบตเตอรี่ได้ 100% ในเวลาไม่ถึง 40 นาที แถมอุปกรณ์ชาร์จเร็ว 100W Power Adapter มาให้แล้วในกล่อง ไม่ต้องซื้อแยกต่างหาก และยังรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นได้สูงสุด 22.5W

แบตเตอรี่ของ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังถูกยกระดับด้วยระบบจัดการพลังงาน Xiaomi Surge ที่ช่วยดูแลรักษาเซลล์แบตเตอรี่อย่างอัจฉริยะ ทำให้ REDMI Note 15 Pro+ 5G สามารถคงความจุแบตเตอรี่ไว้ได้มากกว่า 80% แม้ผ่านการชาร์จไปแล้วกว่า 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้งานปกติยาวนานถึง 6 ปี มั่นใจได้ในความคุ้มค่าและทนทานตลอดอายุการใช้งาน
จอแสดงผลระดับเรือธง

REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมจอแสดงผล CrystalRes AMOLED ความละเอียด 2772 x 1280 พิกเซล ขนาด 6.83 นิ้ว ให้สีสันคมชัดสมจริงด้วยความลึกสี 12-bit อัตราส่วนคอนทราสต์ 8,000,000:1 ความสว่างสูงสุด 3200 นิต ขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 สนับสนุน Dolby Vision, HDR10+ รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 480Hz (หรือ 2560Hz ในโหมด Instant Touch Sampling Rate)

จอแสดงผลของ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังถนอมดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความถี่สูงสุด 3840Hz อีกทั้งยังผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ในด้านปราศจากการกะพริบ (Flicker Free), แสงสีฟ้าต่ำ (Low Blue Light) และการเป็นมิตรทางชีวภาพตลอดทั้งวันกับผู้ใช้งาน (Circadian Friendly)
นอกจากให้ภาพที่คมชัด ระบบเสียงของ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังได้รับการอัปเกรดให้ดังกว่าเดิมถึง 400% มอบพลังเสียงที่หนักแน่นและมีมิติ ช่วยให้ภาพยนตร์ เพลง และการเล่นเกมมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ผ่านลำโพงคู่สเตอริโอ พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos
พร้อมเชื่อมต่ออยู่เสมอ

ผู้ใช้งานจะไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร ด้วยเทคโนโลยี Xiaomi Offline Communication ที่ช่วยให้ REDMI Note 15 Pro+ 5G สามารถสื่อสารด้วยเสียงระหว่างอุปกรณ์ได้ในระยะไกลหลายกิโลเมตร แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณเครือข่าย เหมาะสำหรับขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง งานอีเวนต์ที่มีคนพลุกพล่าน หรือพื้นที่อับสัญญาณ

REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปปรับแต่งสัญญาณอัจฉริยะ Xiaomi Surge T1S Tuner ซึ่งช่วยให้สมาร์ตโฟนมอบสัญญาณที่แรงและเสถียรยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้ง Wi-Fi, Bluetooth, GPS และ Cellular (เครือข่ายมือถือ) ช่วยให้การสตรีมมิ่งมีความเสถียร การนำทางที่แม่นยำ และการเชื่อมต่อที่มีความหน่วงต่ำ (Low Latency) แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายหรือมีสัญญาณรบกวนสูง
REDMI Note 15 Pro 5G

REDMI Note 15 Pro 5G มีจุดเด่นคล้ายกับ REDMI Note 15 Pro+ 5G ทั้งกระจกหน้าจอสุดแกร่ง Corning Gorilla Glass Victus 2 มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66 / IP68 / IP69 / IP69K จอแสดงผล AMOLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.83 นิ้ว กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล แตกต่างที่ขุมพลังเลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7400-Ultra และมีขนาดแบตเตอรี่ใหญ่กว่าเล็กน้อยด้วยความจุ 6580mAh มอบพลังงานเหลือล้นสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ใช้งานได้ยาวนานข้ามวัน และรองรับชาร์จเร็ว 45W Turbo Charging
สเปก REDMI Note 15 Pro 5G

- จอแสดงผล CrystalRes AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz
- กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล
- กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล
- ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7400-Ultra
- ความจำ RAM 8GB / 12GB (LPDDR4X) + ROM 256GB / 512GB (UFS 2.2)
- ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res Audio
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor)
- สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค (AI Face Unlock)
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C
- ลำโพงคู่ รองรับระบบเสียง Dolby Atmos
- ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS
- ฟีเจอร์ AI: AI Writing, AI Speech Recognition, AI Interpreter, AI Search, AI Dynamic Wallpapers, AI Creativity Assistant, Google Gemini, Circle to Search with Google
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66 / IP68 / IP69 / IP69K
- แบตเตอรี่ 6580mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 45W Turbo Charging
- รองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging สูงสุด 22.5W
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium, Mist Purple และ Black
กล้องหลัก 200MP เซ็นเซอร์ใหม่ล่าสุด

REDMI Note 15 Pro 5G ให้ประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพแบบเดียวกับ REDMI Note 15 Pro+ 5G เนื่องจากได้รับกล้องหลังชุดเดียวกันทั้งกล้องตัวหลัก และกล้อง Ultra Wide โดยเฉพาะกล้องหลักที่ใช้เซ็นเซอร์ HPE รุ่นใหม่ล่าสุด ความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล อีกทั้งยังทำงานบนซอฟต์แวร์แบบเดียวกัน ส่งผลให้กล้องหลังของ REDMI Note 15 Pro 5G และ REDMI Note 15 Pro+ 5G ไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด ไม่ว่าจะถ่ายภาพนิ่งหรือบันทึกวิดีโอ



กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล
สำหรับกล้องหน้าของ REDMI Note 15 Pro 5G มีความละเอียดน้อยกว่า REDMI Note 15 Pro+ 5G แต่ก็เทียบเท่า REDMI Note 14 Pro+ 5G ด้วยความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที

ตัวอย่างภาพถ่าย


ชิป Dimensity 7400-Ultra




REDMI Note 15 Pro 5G ตอบสนองการใช้งานได้อย่างราบรื่นจากชิปประมวลผล Dimensity 7400-Ultra ของ MediaTek ซึ่งถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU แบบ Octa Core ความเร็วสูงสุด 2.6GHz GPU เป็น Mali-G615 ด้านความจำใช้มาตรฐานเดียวกับ REDMI Note 15 Pro+ 5G ด้วย RAM LPDDR4X จับคู่กับ UFS 2.2 โดยทีมงาน @flashfly ได้รับรุ่น RAM 8GB + ROM 256GB มารีวิว

แบตใหญ่ 6580mAh ชาร์จไว 45W Turbo Charging
REDMI Note 15 Pro 5G ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Silicon-Carbon รุ่นใหม่ ที่มีความจุสูงถึง 6,580mAh ให้อายุการใช้งานอย่างยาวนานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังขับเคลื่อนด้วยระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge ที่ยกระดับทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานอย่างอัจฉริยะ โดยสามารถคงความจุแบตเตอรี่ไว้ได้มากกว่า 80% แม้จะผ่านการชาร์จไปแล้วกว่า 1,600 รอบ มอบอายุการใช้งานที่เชื่อถือได้ยาวนานสูงสุดถึง 6 ปี นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro 5G ยังรองรับชาร์จเร็ว 45W Turbo Charging และรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging สูงสุด 22.5W เช่นเดียวกัน

ภาพและเสียง

REDMI Note 15 Pro 5G มีสเปกจอแสดงผลแบบเดียวกับ REDMI Note 15 Pro+ 5G แตกต่างที่ดีไซน์ของหน้าจอ โดย REDMI Note 15 Pro 5G มีหน้าจอแบน ขณะที่หน้าจอของ REDMI Note 15 Pro+ 5G ใช้ดีไซน์ที่เรียกว่า All-Around Liquid Display แต่ทั้งคู่มีขนาดหน้าจอเท่ากัน และมีพื้นที่ขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ให้ประสบการณ์การรับชมแบบไร้กรอบไม่ต่างกัน


REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมจอแสดงผล CrystalRes AMOLED ความละเอียด 2772 x 1280 พิกเซล ขนาด 6.83 นิ้ว ให้สีสันคมชัดสมจริงด้วยความลึกสี 12-bit อัตราส่วนคอนทราสต์ 8,000,000:1 ความสว่างสูงสุด 3200 นิต ขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 สนับสนุน Dolby Vision, HDR10+ รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 480Hz (หรือ 2560Hz ในโหมด Instant Touch Sampling Rate)
จอแสดงผลของ REDMI Note 15 Pro 5G ยังถนอมดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความถี่สูงสุด 3840Hz อีกทั้งยังผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ในด้านปราศจากการกะพริบ (Flicker Free), แสงสีฟ้าต่ำ (Low Blue Light) และการเป็นมิตรทางชีวภาพตลอดทั้งวันกับผู้ใช้งาน (Circadian Friendly)

REDMI Note 15 Pro 5G เสริมประสบการณ์ความบันเทิงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย พลังเสียงที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 400% ในสถานการณ์แบบไดนามิก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในสมาร์ตโฟนของ Xiaomi ที่มอบพลังเสียงหนักแน่นเต็มอารมณ์ ช่วยให้การรับชมภาพยนตร์ การฟังเพลง และการเล่นเกมของคุณเป็นไปอย่างดื่มด่ำและสมจริงที่สุด
สรุปราคาและการจำหน่าย

REDMI Note 15 Pro 5G หรือ REDMI Note 15 Pro+ 5G ได้ทลายขีดจำกัดของสมาร์ตโฟนระดับกลาง ทั้งหน้าจอ AMOLED 1.5K ที่สว่างที่สุดถึง 3,200 นิต กล้องพลัง AI ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล และมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นที่ทนทานที่สุดในอุตสาหกรรมอย่าง IP69K อย่างไรก็ตาม REDMI Note 15 Pro+ 5G เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่เน้นประสิทธิภาพเป็นพิเศษ จากชิป Snapdragon 7s Gen 4 ระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop ระดับเรือธง และการชาร์จไวทันใจ 100W HyperCharge ที่ชาร์จเต็มใน 40 นาที เหมาะสำหรับการเล่นเกมหนักๆ และการใช้งานระดับโปร ขณะที่ REDMI Note 15 Pro 5G เน้นความคุ้มค่าและความอึดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่า แต่ได้รับหน้าจอดีไซน์แบนเรียบที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างลงตัว

REDMI Notes 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 69 – 31 ม.ค. 69
REDMI Notes 15 Pro+ 5G
ความจุ 12GB+512GB ราคา 14,990 บาท
REDMI Note 15 Pro 5G
ความจุ 12GB+512GB ราคา 12,990 บาท
ความจุ 8GB+256GB ราคา 9,990 บาท
ประกันทั้ง 4 ตัว ลูกค้าจะได้รับต่อเมื่อซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ 15 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด | ของแถมมีจำนวนจำกัด โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขายอีกครั้ง | Pre-order เฉพาะที่ Xiaomi Store และร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น






