Garmin เปิดตัวสมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ Forerunner 170 Music พร้อมด้วย Forerunner 170 และ Forerunner 70 ทั้ง 3 รุ่นถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งมือใหม่ ช่วยให้การออกวิ่งก้าวแรกเป็นเรื่องที่ง่าย สนุก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาพร้อมฟีเจอร์ครบครันสำหรับการติดตามสุขภาพ การฝึกซ้อม รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยทีมงาน @flashfly ได้รับรุ่น Forerunner 170 Music มารีวิวแล้ว

ดีไซน์

Garmin Forerunner 170 Music มีดีไซน์เหมือนกับ Forerunner 170 แตกต่างที่รุ่น Music มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ตัวเรือนสี Black จับคู่กับสายสี Black/Amp Yellow, ตัวเรือนสี Whitestone จับคู่กับสายสี Whitestone/Cloud Blue, ตัวเรือนสี Teal Green จับคู่กับสายสี Teal Green/Citron และ ตัวเรือนสี Red Pink จับคู่กับสายสี Red Pink/Mango

กรอบตัวเรือน Forerunner 170 Music ผลิตจากวัสดุผสมโพลิเมอร์เสริมแรงเส้นใย โดยมีขนาดตัวเรือน 42.6 x 42.6 x 11.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 41 กรัม ได้รับมาตรฐานป้องกันน้ำระดับ 5 ATM จึงสามารถสวมใส่เพื่อติดตามการว่ายน้ำได้อย่างไร้กังวล


แผงหน้าปัดมาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อใช้งานในที่กลางแจ้ง โดยมีความละเอียดหน้าจอ 390 x 390 พิกเซล ขนาด 1.2 นิ้ว และป้องกันหน้าจอด้วยกระจกเสริมความแข็งแรงทางเคมี
Forerunner 170 Music มาพร้อมปุ่มควบคุมด้านข้างทั้งหมด 5 ปุ่ม ที่ใช้งานสะดวกและแม่นยำ โดยซ้ายมือจะประกอบไปด้วยปุ่ม Light, Up, Down ด้านขวามือมีปุ่ม Start-Stop และ Back-Lap
สำหรับสายนาฬิกา Forerunner 170 Music เป็นแบบซิลิโคน สำหรับข้อมือที่มีขนาดเส้นรอบวง 125-190 มิลลิเมตร ความกว้างสาย 20 มิลลิเมตร ตามมาตรฐานทั่วไป จึงสามารถหาซื้อสายนาฬิกามาสลับเปลี่ยนได้ไม่ยาก
สมาร์ตวอตช์สำหรับนักวิ่ง

สมาร์ตวอตช์ Garmin Forerunner 170 Music ออกแบบมาเพื่อนักวิ่งโดยเฉพาะ ตั้งแต่นักวิ่งมือใหม่ไปจนถึงระดับมืออาชีพ อัดแน่นฟีเจอร์สำหรับการวิ่งไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา ระยะทาง เพซ วัดอัตราการเต้นหัวใจ และยังมี GPS ในตัว ช่วยให้ติดตามการวิ่งกลางแจ้งได้อย่างแม่นยำ
Quick Workouts
Garmin Forerunner 170 Music มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Quick Workouts ช่วยให้การเริ่มต้นฝึกซ้อมเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เพียงตั้งค่าความเข้มข้นของการฝึกซ้อมได้ 4 ระดับ และกำหนดระยะเวลาการฝึกซ้อม 30 / 45 / 60 นาที สมาร์ตวอตช์ก็จะแนะนำโปรแกรมสำหรับการออกกำลังกายให้อัตโนมัติ
Garmin Run Coach

Garmin Coach รองรับแผนการฝึกซ้อมที่ปรับเปลี่ยนในแต่ละวันตามข้อมูลสุขภาพและการฟื้นตัว อีกทั้งยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ Garmin Coach Adaptive Training Plans ที่เหมาะสำหรับนักวิ่งมือใหม่ นำเสนอแผนการฝึกซ้อมแบบ Run-walk หรือ วิ่งสลับเดิน เช่น วิ่ง 4 นาที สลับกับเดิน 2 นาที และจะค่อยๆ ปรับแผนให้เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างอิงจากผลการซ้อมและการฟื้นตัวของร่างกาย

โหมดกีฬากว่า 80 รายการ

Garmin Forerunner 170 Music รองรับโหมดกีฬากว่า 80 รายการ เช่น ว่ายน้ำ พายเรือ ปั่นจักรยาน ขี่ม้า ปีนเขา เวตเทรนนิง เทนนิส ปิงปอง มวย เบสบอล บาสเกตบอล ฟุตบอล และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ครอบคลุมทั้งกีฬาทางน้ำ กิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง

ที่น่าสนใจก็คือ Forerunner 170 Music ยังมีฟีเจอร์เพื่อการฝึกซ้อมขั้นสูง ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจาก Garmin Human Performance Lab อาทิ คะแนนความพร้อมในการฝึกซ้อม สถานะการฝึกซ้อม การวัดพลังงานขณะวิ่งจากข้อมือ (Running Power) และไดนามิกการวิ่ง (Running Dynamics)
ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง



นอกเหนือจากติดตามการวิ่งและการออกกำลังกายที่หลากหลาย Garmin Forerunner 170 Music ยังสามารถติดตามสุขภาพและสุขภาวะตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น ติดตามการนอนหลับขั้นสูง, วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด, วัดอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน, ติดตามความเครียด, ความแปรปรวนของการหายใจ และอีกหลายฟีเจอร์
- Sleep Coach ติดตามขั้นตอนการนอนหลับและรับข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ
- HRV Status ตรวจสอบความแตกต่างของระยะเวลาในแต่ละจังหวะการเต้นของหัวใจที่ต่อเนื่องกันในขณะนอนหลับ
- Recovery Time สามารถบอกได้ว่าต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานเท่าไหร่
- Health Status สามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงในข้อมูลสุขภาพ ที่อาจบ่งชี้ถึงความเครียดที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์บันทึกไลฟ์สไตล์ (บันทึกพฤติกรรมต่างๆ เช่น การบริโภคคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ และดูรายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพของคุณในแอป Garmin Connect) และ Morning Report รับข้อมูลภาพรวมการนอนหลับ การฟื้นตัว ปฏิทินประจำวัน สถานะ HRV และอื่นๆ อีกมากมายทันทีที่ตื่นนอน
Forerunner 70 vs Forerunner 170 Music

นอกจาก Forerunner 170 และ Forerunner 170 Music ยังมีรุ่นเริ่มต้นอย่าง Forerunner 70 ที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.2 นิ้ว มีฟีเจอร์ติดตามการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพได้ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Garmin Coach Adaptive Training Plans, Quick Workouts, โหมดกีฬากว่า 80 รูปแบบ, Garmin Coach, GPS ในตัว พร้อมบันทึกความเร็ว ระยะทาง และอัตราการเต้นหัวใจ

Forerunner 170 Music ได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดที่มีอยู่ในรุ่น Forerunner 70 เช่นกัน แต่ยังรองรับ Garmin Pay ระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัสด้วยสมาร์ตวอตช์ผ่านบัตรและเครือข่ายการชำระเงินที่รองรับ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหยุดซื้อของว่างหรือเครื่องดื่มระหว่างการวิ่ง และชำระเงินจากข้อมือได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ Forerunner 170 Music ยังมีความสามารถในการฟังเพลงระหว่างออกกำลังกาย ผ่านการเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สาย โดยไม่ต้องพกพาสมาร์ตโฟนติดตัวไปด้วย รองรับการดาวน์โหลดเพลง พอดแคสต์ และคอนเทนต์เสียงอื่นๆ จากบริการเพลงยอดนิยมของผู้ให้บริการภายนอกที่รองรับ เช่น Spotify หรือ YouTube Music โดยต้องสมัครแพ็กเกจการใช้งานเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถฟังเพลงได้อย่างอิสระ

สำหรับ Forerunner 170 มีสเปกและดีไซน์แบบเดียวกับ Forerunner 170 Music รวมถึงรองรับฟีเจอร์ Garmin Pay แต่ไม่รองรับการฟังเพลงโดยตรงจากสมาร์ตวอตช์ และมีตัวเลือกสีน้อยกว่า
อายุการใช้งานแบตเตอรี่


Forerunner 170 และ Forerunner 170 Music ให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่นานพอกัน สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 วัน ในสมาร์ตวอตช์ และมีโหมดประหยัดแบตเตอรี่ ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 19 วัน แต่ถ้าเปิดโหมด Always-on จะอยู่ได้นาน 4 วัน

สำหรับ Forerunner 70 ให้อายุการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 13 วัน ในสมาร์ตวอตช์ และมีโหมดประหยัดแบตเตอรี่ ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 28 วัน แต่ถ้าเปิดโหมด Always-on จะอยู่ได้นาน 5 วัน
สรุปราคาและการจำหน่าย

Garmin Forerunner 70, Forerunner 170 และ Forerunner 170 Music ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์นักวิ่งรุ่นใหม่ ที่ต้องการอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายที่มีความแม่นยำเชื่อถือได้ รวมถึงติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง และยังรองรับฟีเจอร์ที่หลากหลายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัย สวมใส่สบายได้ตลอดทั้งวัน

สมาร์ตวอตช์ทั้ง 3 รุ่นล่าสุดของ Garmin มีความสามารถในด้านติดตามการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพที่ใกล้เคียงกัน แตกต่างที่ Forerunner 170 Music จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครบถ้วนกว่าที่ฟีเจอร์ฟังเพลงจากในอุปกรณ์ได้โดยตรงไม่ต้องพกพาสมาร์ตโฟนให้เป็นภาระระหว่างทำกิจกรรม

ทั้งนี้ Forerunner 70 รวบรวมฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับนักวิ่งไว้อย่างครบครัน มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ Citron, Soft Pink, Tidal Blue, Cool Lavender, Black และ Whitestone วางจำหน่ายในราคา 8,990 บาท
ขณะที่ Forerunner 170 ได้รับฟีเจอร์แบบเดียวกับ Forerunner 70 เพิ่มเติมด้วยระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัส Garmin Pay มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ตัวเรือนสี Black จับคู่กับสายสี Black/Amp Yellow และ ตัวเรือนสี Whitestone จับคู่กับสายสี Whitestone/Cloud Blue วางจำหน่ายในราคา 9,990 บาท
สำหรับ Forerunner 170 Music สามารถฟังเพลงผ่านหูฟังไร้สายได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟน มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ตัวเรือนสี Black จับคู่กับสายสี Black/Amp Yellow, ตัวเรือนสี Whitestone จับคู่กับสายสี Whitestone/Cloud Blue, ตัวเรือนสี Teal Green จับคู่กับสายสี Teal Green/Citron และ ตัวเรือนสี Red Pink จับคู่กับสายสี Red Pink/Mango วางจำหน่ายในราคา 12,490 บาท






