OPPO เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ OPPO Reno16 Series 5G อย่างทางการในประเทศไทย พร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ OPPO Reno16 Pro 5G, OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G โดยทั้งหมดได้รับการอัปเกรดการถ่ายภาพและวิดีโอจากรุ่นก่อน เพื่อมอบประสบการณ์ถ่ายคนสวย ให้สีผิวเป็นธรรมชาติ คมชัดด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ 50 ล้านพิกเซล “เก็บครบทุกโมเมนต์ เทรนดี้ทุกช็อต” นอกจากนี้ ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริม OPPO Bubble ที่จะเปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นเพื่อนซี้ เป็นได้ทั้งจอแสดงผลที่สอง และรีโมตสั่งถ่ายภาพจากระยะไกล เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาย Vlog ไม่ควรพลาด

แกะกล่อง OPPO Reno16 Series 5G และ OPPO Bubble

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G จัดส่งมาในกล่องสีเทา หน้ากล่องระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน ใต้โลโก้ OPPO AI Phone และมีตัวเลข 16 ขนาดใหญ่ อยู่ในกรอบสีเงินที่มีลวดลายดวงดาว 3D แบบเดียวกับที่พบบนฝาหลังสีขาว Pop White ของสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G



หลังจากเปิดกล่องขึ้นมาจะพบกับ กล่องแบนๆ สีขาว ที่บรรจุคู่มือฉบับเร่งด่วน, คู่มือความปลอดภัย และ แถมเคสใสมา 1 อัน
ใต้กล่องเก็บเอกสารจะพบสมาร์ตโฟนซึ่งถูกห่อหุ้มไว้อย่างดี และข้างใต้มีเข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด, สายชาร์จ และ หัวชาร์จ 80W SUPERVOOC

สำหรับ OPPO Bubble มาในกล่องขนาดกะทัดรัด คล้ายกล่องสมาร์ตวอทช์แต่แบนกว่า ภายในกล่องจะพบซองกระดาษที่พับไว้จนดูเหมือนกล่องแบนๆ ข้างในสติกเกอร์แม่เหล็กสำหรับติดกับเคสสมาร์ตโฟนแถมมาให้ด้วย
ดีไซน์ดวงดาว 3D ครั้งแรกของอุตสาหกรรม

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ผลิตออกมาให้เลือก 3 สีเหมือนกัน ได้แก่ สีขาว Pop White, สีม่วงเข้ม Twilight Violet และ สีม่วง Dream Purple ซึ่งทั้งสองรุ่นแชร์ดีไซน์ร่วมกัน แตกต่างที่ OPPO Reno16 F 5G มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย และเพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนมากขึ้น ทีมงาน @flashfly ได้รับ OPPO Reno16 5G สีม่วง Dream Purple มารีวิว ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G มาในสีขาว Pop White

OPPO Reno16 Series 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในอุตสาหกรรมที่มาพร้อมดีไซน์ดวงดาว 3D สุดล้ำ โดดเด่นไม่เหมือนใคร พบได้ในตัวเครื่องสีขาว Pop White ซึ่งผู้ใช้งานจะมองเห็นลวดลายดวงดาว 3D ลอยเด่นอย่างมีมิติบนฝาหลัง โดยลวดลายจะพลิ้วไหวเปลี่ยนองศาเล็กน้อยไปตามการเคลื่อนไหว และแสงที่ตกลงมากระทบในมุมมองที่แตกต่างกัน มอบประสบการณ์การมองเห็นหลากหลายมิติที่สวยล้ำไม่ซ้ำใคร

ดีไซน์ดวงดาว 3D เกิดจากเทคโนโลยีภาพ 3D เสมือนจริง ที่ประกอบด้วย โครงสร้าง 3 ชั้น ซ้อนทับกันอย่างเหนือชั้น ได้แก่ ชั้นลวดลายกราฟิก (Graphic Pattern Layer), ชั้นฐานรองรับ (Substrate Layer) และ ชั้นไมโครเลนส์ (Microlens Layer)

ภายใต้ฝาหลังของ OPPO Reno16 Series 5G มีเลนส์ขนาดจิ๋วนับล้านชิ้นที่ทำงานร่วมกันเหมือนเครื่องฉายภาพขนาดเล็ก เมื่อแสงตกกระทบลงบนชั้นไมโครเลนส์ด้านล่าง แสงจะสะท้อนและหักเหผ่านลวดลายด้านบนในมุมที่แตกต่างกัน และเมื่อแสงสะท้อนมายังดวงตามนุษย์ ภาพดวงดาวแบบ 3D จะปรากฏขึ้นอย่างสวยงามสมจริง มองเห็นภาพลอยเด่นเป็นมิติ มีความตื้นลึกหนาบางต่างระดับกันตั้งแต่ 5 ถึง 15 มิลลิเมตร เหนือพื้นผิวฝาหลัง


สำหรับ OPPO Reno16 5G ที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิว มาในสี Dream Purple (โทนสีม่วงอ่อน) มีขนาดตัวเครื่องกะทัดรัดกว่า เมื่อเทียบกับ OPPO Reno16 F 5G และให้ความรู้สึกพรีเมียมแข็งแรงกว่า เนื่องจากกรอบตัวเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับอากาศยาน ดีไซน์แบบชิ้นเดียว ไร้รอยต่อ ช่วยให้ตัวเครื่องทนทานจากการบิดงอ และมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวกกว่า


ถึงแม้จะมีขนาดแตกต่างกัน แต่ในแง่ของดีไซน์ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G มีความคล้ายกันมาก จะแตกต่างที่วัสดุ เนื่องจาก OPPO Reno16 5G ใช้กรอบโลหะ ทำให้ตามขอบรอบด้านมีเส้นเสาอากาศ เพื่อให้สัญญาณไร้สายส่งผ่านได้สะดวก

ดีไซน์กล้องหลังของทั้งคู่ มีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อยที่ตำแหน่งแฟลช จะเห็นว่าแฟลชของ OPPO Reno16 F 5G ขยับลงมาอยู่ใต้ข้อความ AI Camera System ขณะที่แฟลชของ OPPO Reno16 5G ขยับขึ้นไปชิดกับโมดูลกล้อง

มุมมองด้านหน้าของทั้งสองรุ่น แทบจะไม่มีความแตกต่าง โดยมีดีไซน์ขอบหน้าจอบางเป็นพิเศษ และบางเท่ากันรอบด้าน ติดตั้งกล้องเซลฟี่ไว้ในช่องเจาะวงกลมเล็กๆ และมีขนาดจอแสดงผลแตกต่างกันเล็กน้อย OPPO Reno16 F 5G มีขนาด 6.57 นิ้ว ขณะที่ OPPO Reno16 5G มีขนาด 6.32 นิ้ว ส่วนความคมชัดนั้นรับรองว่าดูไม่ออก เพราะจอแสดงผลของทั้งคู่ ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน มีความลึกสีเท่ากันระดับ 10-bit หรือประมาณ 1 พันล้านสี

OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอมาให้เหมือนกัน หรือจะใช้วิธียืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าก็ทำได้เช่นกัน

ขอบด้านข้างทั้งสองรุ่น มาพร้อมปุ่ม AI Snap Key ครั้งแรกของ Reno Series (ปกติมีใน Find Series) สำหรับเรียกใช้งาน AI Mind Space เมื่อกดสองครั้งติดกัน หรือ กดครั้งเดียว เพื่อบันทึกเนื้อหาบนหน้าจอ และสามารถกดค้างไว้ เพื่อบันทึกเสียงได้ทันที นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงานของปุ่ม AI Snap Key ให้เปิดฟีเจอร์อื่น เช่น กล้อง หรือ ไฟฉาย ได้ที่แอป Settings

อีกข้างมีปุ่มปรับระดับเสียง ติดตั้งอยู่เหนือปุ่มเพาเวอร์

ด้านบนดูเหมือนว่ามีรูไมโครโฟนตัวที่สอง

ด้านล่างประกอบด้วย ลำโพง, ไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และ ถาดใส่ซิมการ์ด (Dual Nano-SIM)

ขณะที่สมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์หลายแบรนด์ ผ่านการรับรองมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำสูงสุดที่ระดับ IP68 แต่ OPPO Reno16 5G และ OPPO Reno16 F 5G ได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับสูงในอุตสาหกรรม IP69K (แน่นอนว่ารวมถึง IP69, IP68, IP66) หมายความว่า OPPO Reno16 Series 5G สามารถป้องกันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ และทนน้ำที่ความลึกสูงสุด 2 เมตร นาน 30 นาที รวมถึงป้องกันน้ำที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 80 องศาเซลเซียส และทนต่อแรงดันน้ำสูงระดับ 8 ถึง 10 MPa
OPPO Reno16 5G

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน จะพบว่า OPPO Reno16 5G ได้รับการอัปเกรดกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ให้มีความละเอียดสูงขึ้นเป็น 50 ล้านพิกเซล (กล้อง Ultra Wide ของ OPPO Reno15 5G ทำให้ OPPO Reno16 5G มีความละเอียดกล้องหลังเท่ากันทั้ง 3 ตัว ไม่ว่าจะเป็น กล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP + กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x + กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP อีกทั้งยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ด้วยมุมมองกว้างพิเศษ 0.6x ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
สเปก OPPO Reno16 5G

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.32 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz
- กล้องหลัง 50MP Main + 50MP Telephoto + 50MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4
- ความจำ RAM 12GB + ROM 256GB / RAM 8GB + ROM 256GB
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi, Bluetooth 5.4, USB Type-C
- ระบบความปลอดภัย Optical Under-Screen Fingerprint Sensor, Face Recognition
- ลำโพงคู่สเตอริโอ
- ระบุตำแหน่ง GPS, Beidou, GLONASS, Galileo, QZSS
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 บนพื้นฐาน Android 16
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66, IP68, IP69 และ IP69K
- แบตเตอรี่ 6700mAh
- รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Pop White, Twilight Violet และ Dream Purple
- ขนาดตัวเครื่อง 151.21 x 72.42 x 8.36 มิลลิเมตร (Pop White)
- น้ำหนักประมาณ 193 กรัม (Pop White)
- ขนาดตัวเครื่อง 151.21 x 72.42x 8.22 มิลลิเมตร (Twilight Violet และ Dream Purple)
- น้ำหนักประมาณ 182 กรัม (Twilight Violet และ Dream Purple)
กล้องหลัง 50MP AI Triple Camera

OPPO Reno16 5G ชูจุดเด่นที่ระบบกล้องหลัง 3 ตัว AI Camera System ประกอบด้วย กล้องหลัก, กล้อง Telephoto และ กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เท่ากันทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะกล้อง Ultra Wide ที่ได้รับการอัปเกรดจากรุ่นก่อนที่มีความละเอียดเพียง 8 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพและวิดีโอในมุมมองกว้างพิเศษมีความคมชัดมากขึ้น

- กล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP (26 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ Sony LYT-600 ขนาด 1/1.95” รูรับแสง f/1.8 ชุดเลนส์ 5P มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (80 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75” รูรับแสง f/2.8 ชุดเลนส์ 4P มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP (15 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ GalaxyCore GC50F6 ขนาด 1/2.88” รูรับแสง f/2.0 ชุดเลนส์ 6P รองรับออโต้โฟกัส

แอปกล้องของ OPPO Reno16 5G รองรับโหมดถ่ายภาพ Pop Cam, Video, Photo, Portrait, Night, Hi-res, Panorama, Pro Video, Slo-motion, Time-lapse, Underwater, Sticker, Text และ AI Scan
โหมด Photo รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x (ซึ่งเป็นการใช้งานกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP), 1x ,2x ,3.5x และ 7x จากนั้นสามารถซูมได้สูงสุด 120x



มาพร้อม Filters (ไอคอนมุมล่างขวา) สำหรับเปลี่ยนโทนสีหรืออารมณ์ภาพถ่าย เช่น Neon (เหมาะสำหรับถ่ายภาพภายใต้แสงไฟนีออนตามท้องถนนหรือในเมืองยามค่ำคืน), Cold flash (เหมาะสำหรับถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วยไฟแฟลชภายใต้สภาวะแสงน้อย), Warm flash (คล้ายกับ Cold flash แต่ให้แสงโทนอุ่น), Fresh (เหมาะสำหรับถ่ายภาพตามชายหาด สวนสาธารณะ รวมถึงในร่ม), Clear (เหมาะสำหรับถ่ายภาพพอร์ตเทรตเมื่ออยู่นอกอาคาร) และมีฟีเจอร์ Retouch (ไอคอนมุมล่างซ้าย) สำหรับปรับแต่งใบหน้าให้ดูดียิ่งขึ้น

ตรงชื่อโหมด Photo จะเห็นว่ามีลูกศรชี้ขึ้น เมื่อแตะจะเป็นการเปิดฟีเจอร์ Smart Scenes ช่วยถ่ายภาพในฉากที่ซับซ้อน โดยระบบจะตั้งค่ากล้องให้อัตโนมัติ ตามฉากที่ต้องการถ่าย ได้แก่ Stage (สำหรับถ่ายภาพการแสดงบนเวที), Silhouette (ภาพเงาเบื้องหน้าฉาก) และ Fireworks (ภาพการจุดพลุหรือดอกไม้ไฟ) ส่วนแถบเครื่องมือด้านบนของโหมด Photo มีฟีเจอร์ใช้งานแฟลช, ปรับค่าชดเชยแสง EV และ เปิดหรือปิด Motion Photo (ภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ ทำให้รูปภาพดูมีชีวิตชีวา)

โหมด Pop (Pop Cam) เป็นโหมดถ่ายภาพใหม่ล่าสุดของ OPPO ช่วยในการถ่ายภาพสไตล์เรโทรได้อย่างหลากหลาย ให้ความรู้สึกเหมือนภาพถ่ายจากกล้องคลาสสิกไม่ว่าจะเป็นแนว Digicam, Instant Film, Light Leak และยังมีโทนฟิล์มที่เป็นเอกลักษณ์อีก 5 แบบ




Pop Cam สามารถใช้ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว รองรับทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า ซูมได้ตั้งแต่ระยะ 0.6x ถึง 10x และโทนฟิล์มบางสไตล์อาจทำงานร่วมกับ AI Flash Photography 3.0 (เปิดแฟลชโดยอัตโนมัติ) เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

โหมด Portrait รองรับการซูม 3 ระยะ 1x, 2x และ 3.5x มีฟีเจอร์ Retouch และ Filters (ไอคอนที่มุมล่างซ้ายและขวา) ส่วนแถบเครื่องมือด้านบน จะมีฟีเจอร์ใช้งานแฟลช, ปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลัง และ ปรับค่าชดเชยแสง EV
โหมด Hi-res สำหรับถ่ายภาพความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมที่ระยะ 0.6x, 1x และ 3.5x

โหมด Video รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 3.5x, 7x จนสูงสุด 18x มาพร้อมฟีเจอร์ Filters (เหมือนโหมด Photo) และ Retouch ส่วนแถบเครื่องมือด้านบนมีไอคอนสำหรับใช้งานแฟลช, ปรับค่าชดเชยแสง EV และ ตั้งค่าความละเอียดของวิดีโอ ซึ่งสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที สำหรับโหมด Dual-View Video 2.0 สามารถเปิดใช้งานได้โดยการเลื่อนมาอยู่ในโหมด Video แล้วปัดนิ้วจากขอบหน้าจอด้านล่างขึ้นมา จะพบกับเครื่องมือที่สามารถเปิดโหมด HDR และ Steady ได้ด้วย
กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP

กล้องหน้าของ OPPO Reno16 5G มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (18 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ GalaxyCore GC50F6 ขนาด 1/2.88” รูรับแสง f/2.0 ชุดเลนส์ 5P รองรับออโต้โฟกัส

โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 2 ระยะ 0.6x และ 1x มาพร้อม Filters ที่มีตัวเลือกหลากหลาย เช่น Neon, Fresh, Vintage ขณะที่เครื่องมือ Retouch สำหรับปรับแต่งใบหน้าให้ดูดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานยังสามารถปรับค่าชดเชยแสง EV ได้จากแถบเครื่องมือด้านบน และข้างกันเป็นฟีเจอร์ Motion Photo

โหมด Portrait ของกล้องหน้า สามารถถ่ายได้ 2 ระยะ 0.6x และ 1x มีฟีเจอร์ Filters และ Retouch แบบเดียวกับโหมด Photo (แต่ไม่มีฟิลเตอร์ Neon แบบที่พบในโหมด Photo) และสามารถปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลัง รวมถึงปรับค่าชดเชยแสง EV ได้จากแถบเครื่องมือด้านบน

โหมด Video ของกล้องหน้า สามารถถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที รองรับการซูม 3 ระยะ 0.6x, 1x และ 2x พร้อมด้วยฟีเจอร์ Filters และ Retouch เมื่อปัดนิ้วจากขอบหน้าจอด้านล่างขึ้นมา จะพบกับเครื่องมือเปิดใช้งาน HDR, Steady (ระบบป้องกันภาพสั่นไหว) และโหมด Dual-view video เปิดใช้งานกล้องหลังและกล้องหน้าในเฟรมเดียวกัน เหมาะสำหรับถ่ายทำ Vlog หรือ นักรีวิว
AI คอลลาจภาพและวิดีโอ

นอกจากการอัปเกรดฮาร์ดแวร์กล้อง OPPO Reno16 5G ยังได้รับซอฟต์แวร์ใหม่สุดล้ำอย่าง AI คอลลาจภาพและวิดีโอ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างสรรค์ภาพถ่ายและวิดีโอแบบสนุกๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว AI Remix Collage สามารถคัดลอกบุคคลหรือวัตถุในภาพถ่ายหรือวิดีโอ ไปวางในภาพถ่ายอีกหรือในวิดีโออีกคลิปได้ง่ายๆ โดยอาศัย AI ช่วยระบุตัวบุคคลหรือวัตถุได้อย่างแม่นยำ จากนั้นให้บันทึกเก็บไว้ในรูปแบบสติกเกอร์ เพื่อนำไปแทรกหรือวางในในวิดีโอหรือภาพถ่ายอีกใบได้
วิธีใช้งาน AI คอลลาจและวิดีโอ
AI Remix Collage เป็นเครื่องมือ AI ที่อยู่ในแอป Photos เมื่อเข้ามาแล้วให้แตะ Create ที่แถบเมนูด้านล่าง จากนั้นเลือก AI Remix Collage

หลังจากเข้ามาใน AI Remix Collage แอปจะแนะนำให้เลือกรูปภาพหรือวิดีโอที่จะใช้เป็นฉากหลังก่อน ซึ่ง OPPO Reno16 5G สามารถสร้าง AI Remix Collage ได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เมื่อเลือกรูปภาพหรือวิดีโอที่ต้องการใช้เป็นฉากหลังได้แล้ว ให้แตะ Create collage ที่มุมล่างขวา

ใช้เวลานำเข้าวิดีโอหรือรูปภาพสักครู่ ก็จะเข้าสู่โหมดการปรับแต่ง ซึ่งในขั้นตอนผู้ใช้งานสามารถแทรกสติกเกอร์ วาดลายเส้น อีโมจิ และ รูปภาพสัตว์น่ารักๆ ลงในรูปภาพหรือวิดีโอที่ใช้เป็นฉากหลังได้

ในหมวดสติกเกอร์ สามารถแทรกรูปภาพหรือวิดีโอตัวบุคคลลงในฉากหลังได้ แต่ถ้ายังไม่มีการทำสติกเกอร์มาก่อน สามารถแตะปุ่ม + Add เพื่อสร้างสติกเกอร์ใหม่ได้ เมื่อแตะปุ่ม + ให้เลือกวิดีโอหรือรูปภาพที่ต้องการใช้เป็นสติกเกอร์ แล้วแตะปุ่ม Add ที่มุมล่างขวา จากนั้นเลือกเครื่องมือ AI Video Cutout เพื่อแยกบุคคลออกจากพื้นหลัง เสร็จแล้วสามารถขยับเปลี่ยนตำแหน่งหรือปรับขนาดสติกเกอร์ได้ตามต้องการ

AI คอลลาจและวิดีโอ ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างภาพถ่ายหรือวิดีโอได้เหมือนใช้เครื่องมือตัดต่อระดับมืออาชีพบนคอมพิวเตอร์ แต่ทั้งหมดทำได้ง่ายๆ บนสมาร์ตโฟน OPPO Reno16 5G ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ตัวอย่างเช่น สร้างคลิปวิดีโอที่มีบุคคลตัวจิ๋วกำลังเต้นอยู่บนฝ่ามือ หรือ จะแทรกภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวในกรอบรูปสวยๆ รวมอยู่ในภาพเดียว
Popout 2.0

Popout เป็นเครื่องมือตัดต่อภาพถ่ายให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการปรับแต่งภาพภาพถ่ายพอร์ตเทรต ผสานรวมกับภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยว หรือ จะรวมภาพถ่ายอาคารงานสถาปัตยกรรมสวยๆ ไว้ในภาพเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น ไปเที่ยวคาเฟ่กับเพื่อนๆ แล้วมีมุมให้ถ่ายภาพสวยๆ ก็สามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตและมุมสวยๆ เก็บไว้ จากนั้นไปที่แอป Photos แตะเครื่องมือ Collage ที่ด้านล่าง แล้วเลือกรูปภาพหรือภาพเคลื่อนไหว (3 ภาพกำลังดี) เสร็จแล้วเลือกวัตถุหรือบุคคลที่ต้องการให้โดดเด่นเหนือภาพอื่น และแตะเครื่องมือ Popout จะเห็นว่าตัวบุคคลหรือวัตถุถูกแยกออกจากพื้นหลังและลอยเหนือภาพด้านบน ในตอนนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือก Popout direction ปรับทิศทาง เพื่อให้ตัวบุคคลหรือวัตถุลอยเหนือภาพอื่นๆ ที่วางอยู่ทางด้านล่างหรือด้านข้าง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ตัวบุคคลหรือวัตถุ จะลอยเด่นทะลุเฟรมอย่างมีมิติ สามารถแชร์ภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ มุม รวมในภาพเดียวกันได้
นอกจากจะมี AI คอลลาจภาพและวิดีโอ และ Popout 2.0 ยังจัดเต็มด้วยฟีเจอร์ AI

Al Portrait Glow: ปรับแสงพอร์ตเทรตสวยปังระดับสตูดิโอ

Al Eraser: ลบคนหรือสิ่งของที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้อย่าง ง่ายดาย

นอกจากนี้ยังมี Al Motion Photo Slow- Mo: ทำวิดีโอสโลว์โมชันได้ลื่นไหล และ ดูเป็นภาพยนตร์ยิ่งขึ้น เครื่องมือตัดต่อวิดีโอที่อัปเกรดใหม่ มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดี ยิ่งขึ้น

- OPPO Reno16 Series 5G ทำงานบนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย ColorOS 16 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ทำงานได้ลื่นไหลและฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมด้วยฟีเจอร์ AI มากมาย ที่ช่วยให้การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันราบรื่นยิ่งขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดกว่าเดิม
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 มาพร้อม AI Mind Space ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็วในคลิกเดียว ทุกความทรงจำจะถูกจัดระเบียบอย่างชาญฉลาด เพื่อการใช้งานที่ง่ายและรวดเร็ว โดยระบบจะตรวจจับ วิเคราะห์ และจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ พร้อมให้ผู้ใช้งานเรียกดูหรือถามคำถามกับ Gemini ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นบทความ ย่อหน้า รูปภาพ หรือเสียง

ส่งไฟล์ฟหรือรูปภาพไปยัง iPhone, iPad, Mac ได้อย่างง่ายดาย เหมือนอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน เพียงติดตั้งแอปพลิเคชัน O+ Connect บน iPhone ก่อนเท่านั้น

OPPO Reno16 Series 5G รองรับการอัปเดต ColorOS 5 เวอร์ชัน และการอัปเดตความปลอดภัยนาน 6 ปี
หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.32” สว่างสูงสุด 3600nits

OPPO Reno16 5G มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ที่มีความลึกสี 10-bit (1.07 พันล้านสี) ความละเอียด 2640 x 1216 พิกเซล ขนาด 6.32 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 460 พิกเซลต่อนิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3600nits อีกทั้งยังปกป้องดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความสว่าง 70nits หรือต่ำกว่า และ DC Dimming ที่ความสว่าง 70 นิต ขึ้นไป)

ชิป Snapdragon 7 Gen 4

ด้านประสิทธิภาพ OPPO Reno16 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 ของ Qualcomm ความจำ RAM 8GB หรือสูงสุด 12GB จับคู่กับ ROM 256GB แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6700mAh ให้อายุการใช้งานยาวนานตลอดทั้งวัน และสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC แถมอุปกรณ์ชาร์จเร็วมาให้แล้วในกล่อง


ตัวอย่างภาพถ่าย







































OPPO Reno16 F 5G

กล้องของ OPPO Reno16 F 5G ก็ได้รับการอัปเกรดอย่างมาก เมื่อเทียบกับ OPPO Reno15 F 5G โดยแทนที่กล้อง Macro ด้วยกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ทำให้กล้องหลังของ OPPO Reno16 F 5G รองรับการซูมออปติคัล 3.5x ขณะที่กล้องหน้าก็สามารถถ่ายเซลฟี่ในมุมมองกว้างพิเศษ 0.6x
สเปก OPPO Reno16 F 5G

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.57 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz
- กล้องหลัง 50MP Main + 50MP Telephoto + 8MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7300
- ความจำ RAM 8GB + ROM 256GB / RAM 8GB + ROM 128GB
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi, Bluetooth 5.4, USB Type-C
- ระบบความปลอดภัย Optical Under-Screen Fingerprint Sensor, Face Recognition
- ระบุตำแหน่ง GPS, Beidou, GLONASS, Galileo, QZSS
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 บนพื้นฐาน Android 16
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66, IP68, IP69 และ IP69K
- แบตเตอรี่ 7000mAh
- รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Pop White, Twilight Violet และ Dream Purple
- ขนาดตัวเครื่อง 158.16 x 74.93 x 8.58 มิลลิเมตร (Pop White)
- น้ำหนักประมาณ 197 กรัม (Pop White)
- ขนาดตัวเครื่อง 158.16 x 74.93 x 8.44 มิลลิเมตร (Twilight Violet และ Dream Purple)
- น้ำหนักประมาณ 195 กรัม (Twilight Violet และ Dream Purple)
กล้องหลัง 3 ตัว AI Camera System

OPPO Reno16 F 5G ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อสานต่อ OPPO Reno15 F 5G โดยมีการอัปเกรดระบบกล้องหลังให้รองรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ดียิ่งขึ้น โดยแทนที่กล้อง Macro จากรุ่นก่อนด้วยกล้อง Telephoto สามารถซูมออปติคัล 3.5x แบบเดียวกับ OPPO Reno16 5G

- กล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP (26 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ SmartSens SC532HS ขนาด 1/2.0” รูรับแสง f/1.8 ชุดเลนส์ 5P มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (92 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ Samsung S5KKN1 ขนาด 1/3.13” รูรับแสง f/2.8 ชุดเลนส์ 4P มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (15 มม.) ใช้เซ็นเซอร์ GalaxyCore GC08A8 ขนาด 1/4” รูรับแสง f/2.2 ชุดเลนส์ 5P รองรับออโต้โฟกัส

ระบบกล้องหลังของ OPPO Reno16 F 5G เทียบเท่า OPPO Reno16 5G แตกต่างที่ความละเอียดของกล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP จึงให้ประสบการณ์การใช้งานไม่แตกต่างกันมากนัก โดยการถ่ายภาพนิ่งสามารถซูมออปติคัล 3.5x และซูมดิจิทัลได้สูงสุด 60x ส่วนการถ่ายวิดีโอ ซูมได้สูงสุด 10x ความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที

นอกจากนี้ OPPO Reno16 F 5G ยังรองรับเครื่องมือ AI คอลลาจภาพ เช่นเดียวกับ OPPO Reno16 5G แต่สามารถปรับแต่งแก้ไขได้เฉพาะภาพนิ่งเท่านั้น

โหมดถ่ายภาพ Pop Cam สไตล์กล้องฟิลม์ก็มาให้ใช้งานใน OPPO Reno16 F 5G ด้วย
กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP
กล้องหน้าของ OPPO Reno16 F 5G ใช้เซ็นเซอร์ GalaxyCore GC50F6 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (18 มม.) ขนาด 1/2.88” รูรับแสง f/2.0 ชุดเลนส์ 5P รองรับออโต้โฟกัส

เนื่องจาก OPPO Reno16 F 5G ได้รับกล้องหน้าแบบเดียวกับ OPPO Reno16 5G จึงให้ประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่เหมือนกัน โดดเด่นทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอในมุมมองกว้างพิเศษ 0.6x และสามารถถ่ายวิดีโอในความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที












จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.57 นิ้ว พันล้านสี

OPPO Reno16 F 5G มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ที่มีความลึกสี 10-bit (1.07 พันล้านสี) ความละเอียด 2372 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.57 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 397 พิกเซลต่อนิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz ให้ความสว่างสูงสุดถึง 1400 นิต ในโหมด HBM (High Brightness Mode)
ชิป MediaTek Dimensity 7300



ด้านประสิทธิภาพ OPPO Reno16 F 5G ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 7300 ของ MediaTek มีความจุ 8+128 และ 256GB แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC แถมอุปกรณ์ชาร์จเร็วมาให้เช่นกัน ไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม

OPPO Bubble เพื่อนซี้เทรนดี้ทุกช็อต

นอกจากสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ OPPO Reno16 Series 5G ยังมีอุปกรณ์เสริมใหม่ OPPO Bubble เป็นไอเท็มทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 58 มิลลิเมตร บาง 7 มิลลิเมตร เบาเพียง 27.5 กรัม ได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 สามารถแนบติดกับด้านหลังสมาร์ตโฟนด้วยแม่เหล็ก (ในกล่องแถมสติกเกอร์แม่เหล็กมาให้สำหรับติดกับเคสหรือด้านหลังของสมาร์ตโฟน)
OPPO Bubble ช่วยยกระดับการถ่ายภาพให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น เพราะทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลที่สอง จึงสามารถแสดงภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ สำหรับใช้กล้องหลังถ่ายภาพเซลฟี่ และกดชัตเตอร์สั่งถ่ายภาพได้จากหน้าจอของ OPPO Bubble โดยตรง
ที่สำคัญ OPPO Bubble ไม่จำเป็นต้องแนบติดกับด้านหลังสมาร์ตโฟนเสมอไป สามารถใช้งานแยกห่างจากสมาร์ตโฟนได้ในระยะไกลสุด 10 เมตร ช่วยให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพได้หลากหลาย สามารถตั้งสมาร์ตโฟนเพื่อถ่าย Vlog โดยไม่ต้องให้ใครช่วยถือ

OPPO Bubble มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล ขนาด 1.73 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 266 พิกเซลต่อนิ้ว สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ (สูงสุด 600 นิต) มีความจุแบตเตอรี่ในตัว 560mAh ให้พลังงานนานสูงสุดเกือบ 50 ชั่วโมง เมื่อใช้งานเป็นรีโมตถ่ายภาพนิ่ง หรือนานสูงสุด 7.8 ชั่วโมง กรณีใช้งานเป็นจอภาพที่สอง เพื่อแสดงภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์

เมื่อจับคู่ OPPO Bubble กับ OPPO Reno16 Series 5G (ผ่าน Bluetooth) จะสามารถใช้ OPPO Bubble ควบคุมกล้องของสมาร์ตโฟนได้ ไม่ว่าจะเป็นการซูม ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้าสูงสุด 10 วินาที รวมถึงกดปุ่มชัตเตอร์เพื่อจับภาพจากระยะไกล ที่น่าสนใจก็คือ OPPO Bubble รองรับการสลับโหมดกล้องของสมาร์ตโฟนได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Pop Cam, Photo, Portrait, Night และ Video และยังช่วยจัดเฟรมให้อัตโนมัติ
เนื่องจาก OPPO Bubble สามารถใช้งานเป็นจอแสดงผลที่สองได้ จึงสามารถตั้งค่าวอลเปเปอร์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะใช้ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือวิดีโอสั้น (ความยาวไม่เกิน 5 วินาที) มีฟังก์ชันสลับรูปภาพอัตโนมัติ เลือกได้สูงสุด 20 ภาพ และรองรับ Interactive Pets ธีมภาพสัตว์น่ารักๆ ถูกใจ Gen Z

สรุปราคาและการจำหน่าย

สมาร์ตโฟน OPPO Reno16 Series 5G มุ่งเน้นไปที่การอัปเกรดระบบกล้อง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดย OPPO Reno16 5G ได้รับกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดเท่ากัน 50 ล้านพิกเซล ทั้งกล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x และ กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP เรียกได้ว่าเป็นระบบกล้องเรือธง พร้อมด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำจาก AI ที่ช่วยให้การปรับแต่งภาพมีความสนุกและทำได้ง่ายๆ เพียงแตะหน้าจอไม่กี่ครั้ง ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G ก็ได้รับการอัปเกรดกล้องหลังเช่นเดียวกัน มีกล้องหลักคมชัดพิเศษ 50MP และ กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x รวมถึงกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP ระดับเดียวกับ OPPO Reno16 5G จึงให้ประสบการณ์การถ่ายภาพที่ใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังตอบสนองความบันเทิงได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยจอแสดงผล AMOLED ที่มีสีสันคมชัดมากกว่า 1 พันล้านสี ให้อัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz แตกต่างที่ OPPO Reno16 F 5G มีขนาดหน้าจอใหญ่กว่าเล็กน้อย ทำให้ OPPO Reno16 5G พกพาได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังวัสดุคุณภาพสูงให้ภาพลักษณ์พรีเมียมกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่มีให้เลือก 3 สี เหมือนกัน รวมถึงสีขาว Pop White ที่มีดีไซน์ดวงดาว 3D เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร สรุปแล้ว OPPO Reno16 5G เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนระดับเดียวกับเรือธง ได้กล้อง 50 ล้านพิกเซล ครบทุกตัวทั้งกล้องหลังกล้องหน้า ขณะที่ OPPO Reno16 F 5G เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่เน้นจอใหญ่ และถ่ายภาพได้หลากหลายเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี OPPO Bubble คู่หูคนใหม่ที่จะเป็นเพื่อนซี้พกติดตัวไปทุกที่นำเทรนก่อนใครแน่นอน
โดย OPPO Reno16 Series 5G ทั้ง 3 รุ่นมีราคาดังต่อไปนี้
- OPPO Reno16F 5G (8+128G) ราคา 15,999 บาท
- OPPO Reno16F 5G (8+256G) ราคา 16,999 บาท
- OPPO Reno16 5G (8+256G) ราคา 19,999 บาท
- OPPO Reno16 5G (12+256G) ราคา 22,999 บาท
- OPPO Reno16 Pro 5G(12+256G) ราคา 29,999 บาท
- OPPO Bubble ราคา 2,999 บาท

พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno16 Pro 5G ในช่วงพรีออเดอร์ รับฟรี Reno16 Pro 5G | SHEEP สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จำนวนจำกัด เพื่อเติมเต็มความน่ารัก และความเป็นตัวเองให้สมาร์ตโฟนคู่ใจของคุณได้อย่างมีสไตล์ประกอบด้วย SHEEP MOMORE Phone Case Set และ SHEEP MOMOREI Phone Grip โดยทั้งสองไอเท็มได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ OPPO Reno16 Pro 5G เท่านั้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่ผสานทั้งเทคโนโลยี ความสนุก และแฟชั่นไว้ในหนึ่งเดียว
*ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
#Reno16SeriesTH #OPPOReno16SeriesxBABYMONSTER
#เก็บทุกโมเมนต์โดดเด่นเป็นตัวเอง #เพื่อนซี้เทรนดี้ทุกช็อต #oppothailand #Flashfly






