Thursday, March 19, 2026
  • Contact us
Flashfly Dot Net
  • Home
    • Flashfly Online Channel
    • Feature
    • Tips&Tricks
  • NEWS
    • PR News
    • Lifestyle
  • Samsung
  • Vivo
  • OPPO
  • iPhone
  • Smartphone
    • App Free
    • Nokia
    • Windows 10
    • Android
    • BlackBerry 10
  • Games
    • Playstation
    • Nintendo
  • Review & Preview
  • Contact us
No Result
View All Result
  • Home
    • Flashfly Online Channel
    • Feature
    • Tips&Tricks
  • NEWS
    • PR News
    • Lifestyle
  • Samsung
  • Vivo
  • OPPO
  • iPhone
  • Smartphone
    • App Free
    • Nokia
    • Windows 10
    • Android
    • BlackBerry 10
  • Games
    • Playstation
    • Nintendo
  • Review & Preview
  • Contact us
No Result
View All Result
Flashfly Dot Net
No Result
View All Result
Home NEWS

รีวิว realme 16 Pro Series 5G มาพร้อมกล้อง 200MP Portrait Master ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ และ realme 16 5G ดีไซน์ Aurora Wings มีกระจกเซลฟี่ในตัว

Jackrich T. by Jackrich T.
March 19, 2026
in NEWS, PR News, Recommended, Review & Preview
0
SHARES
7
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

realme เริ่มต้นปี 2026 ด้วยสมาร์ตโฟน realme 16 5G, realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G โดยทั้งหมดได้เดินทางมาอยู่ในมือของทีมงาน @flashfly เรียบร้อยแล้ว จึงถือโอกาสจัดรีวิวพร้อมกัน 3 รุ่น ในบทความเดียว เพื่อให้เห็นความเหมือนและแตกต่างที่ชัดเจน โดยแรกเห็นพบว่า realme 16 Pro 5G กับ realme 16 Pro+ 5G มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่ดีไซน์ของ realme 16 5G จะฉีกออกไปอย่างสิ้นเชิง 

แกะกล่อง realme 16 Series 5G

realme 16 5G, realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G จัดส่งมาในกล่องสีเทา แทนที่กล่องสีเหลืองที่คุ้นตา หน้ากล่องระบุเลข 16 ไว้อย่างเด่นชัด โดยมีตัวอักษร Pro และ Pro+ กำกับอยู่หน้ากล่อง realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G ทั้ง 3 กล่องมีสัญลักษณ์ 5G ที่มุมล่าง และ AI ที่มุมบน ตอกย้ำถึงความสามารถด้าน AI ที่ได้รับการพัฒนามาแล้วหลายรุ่นก่อนหน้านี้

หลังกล่อง realme 16 5G บอกจุดเด่นไว้ 6 รายการ ได้แก่ กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX852, กล้องเซลฟี่ 50 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh, จอแสดงผล AMOLED ความสว่างสูงสุด 4200 นิต ให้อัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz, ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 6400 Turbo 5G และได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่น-น้ำระดับ IP69 Pro

หลังกล่อง realme 16 Pro 5G บอกจุดเด่นไว้ 4 รายการ ได้แก่ กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล, กล้องเซลฟี่ 50 ล้านพิกเซล, ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7300-Max 5G และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge

หลังกล่อง realme 16 Pro+ 5G บอกจุดเด่นไว้ 4 รายการ ได้แก่ กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล, กล้อง Telephoto 50 ล้านพิกเซล ซูม 3.5 เท่า, ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge

นอกจากจุดเด่น ด้านหลังทั้ง 3 กล่อง ยังติดฉลากระบุหมายเลขรุ่น, หมายเลขอีมี่, สีสันตัวเครื่อง, ความจำ (RAM+ROM) และ มาตรฐานเครือข่ายมือถือที่สนับสนุน ซึ่งแน่นอนว่ารองรับทั้ง 5G / 4G / 3G

ภายในกล่องทั้ง 3 รุ่น ได้รับอุปกรณ์ครบถ้วนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเคส, สายชาร์จ, หัวชาร์จ (Power Adapter), เข็มช่วยถอดช่องใส่ซิมการ์ด, คู่มือ และ บัตรรับประกัน 

realme 16 Pro+ 5G

realme 16 Pro+ 5G โดดเด่นด้วยกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล จับคู่กับกล้อง Portrait Telephoto 3.5x ที่เก็บรายละเอียดคมชัดทุกระยะ ตั้งแต่ภาพหมู่ไปจนถึงโบเก้ระดับเส้นผม รองรับวิดีโอ 4K HDR ผสานงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซโดย Naoto Fukasawa เข้ากับนวัตกรรมรักษ์โลกอย่าง Bio-Organic Silicone มอบสัมผัสที่หรูหราและประณีตด้วยงานฝีมือ PVD พร้อมประสิทธิภาพทรงพลังจากชิป Snapdragon 7 Gen 4 ความจำ RAM LPDDR5X ใช้งานได้ยาวนานข้ามวันด้วยแบตเตอรี่ความจุสูง 7000mAh และทำงานได้อย่างลื่นไหลบน realme UI 7.0 

สเปก realme 16 Pro+ 5G

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 144Hz
  • กล้องหลัง 200MP Main + 50MP Telephoto + 8MP Ultra Wide
  • กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4
  • ความจำ RAM 12GB (LPDDR5X) + ROM 256GB (UFS 3.1)
  • ขยายความจำ RAM ได้อีก 14GB ผ่านฟีเจอร์ Dynamic RAM Expansion 
  • การเชื่อมต่อ 5G, Dual Nano SIM, WI-Fi 6, Bluetooth 5.4, USB-C
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Optical Fingerprint Sensor)
  • เซ็นเซอร์ Proximity sensor, Ambient light sensor, Color temperature sensor, E-compass, Accelerometer, Gyroscope, Infrared remote control
  • ระบุตำแหน่ง GPS, GLONASS, Galileo, QZSS, Beidou
  • ระบบปฏิบัติการ realme UI 7.0 (บนพื้นฐาน Android 16)มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP69 Pro-level (IP69K, IP69, IP68 และ IP66)
  • แบตเตอรี่ Titan 7000mAh 
  • ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Master Gold และ Master Grey
  • ขนาดตัวเครื่อง 162.5 x 76.3 x 8.49 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 203 กรัม

ดีไซน์เรียบหรู วัสดุรักษ์โลก

เป็นอีกครั้งที่ realme ทำงานร่วมกับ Naoto Fukasawa นักออกแบบชื่อดังแห่งวงการอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น กวาดมาแล้วมากกว่า 50 รางวัล จากเวที IF, Red Dot, IDEA (International Design Excellence Awards) และเป็นครั้งแรกที่ Naoto Fukasawa มีส่วนร่วมในการออกแบบ Number Series ของ realme พร้อมนำปรัชญาการออกแบบ Without Thought มาผสานรวมอยู่ใน realme 16 Pro+ 5G ถ่ายทอดออกมาในดีไซน์ Urban Wild Design เริ่มต้นจากพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ สู่กระบวนการผลิตสมัยใหม่

Urban Wild Design ได้แรงบันดาลใจมาจากสัมผัสอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ตั้งแต่ก้อนหินที่ถูกขัดเกลาโดยสายน้ำ ไปจนถึงคลื่นรวงข้าวสีทอง ผสานจิตวิญญาณดิบจากธรรมชาติ เข้ากับงานคราฟต์แบบเมืองที่ประณีต เป็นที่มาของเส้นโค้งที่ต่อเนื่องเชื่อมแผงด้านหลัง กรอบตัวเครื่อง และหน้าจอ เข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล 

ดีไซน์ด้านหลังของ realme 16 Pro+ 5G มีความพิเศษที่ใช้วัสดุซิลิโคนออร์แกนิกจากชีวภาพ (Bio-Organic Silicone) ผลิตจากฟางพืชหมุนเวียน ผ่านกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกขั้นตอน ให้สัมผัสนุ่มต่อผิว ทนทานต่อการใช้งาน คงรูปลักษณ์เหมือนใหม่แม้ใช้งานมาเป็นเวลานาน และสะท้อนนวัตกรรมด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง

นอกจากวัสดุที่ให้สัมผัสนุ่มนวล ฝาหลังของ realme 16 Pro+ 5G ยังมีขอบมุมโค้งรับฝ่ามือ ช่วยให้จับถือได้อย่างสบาย โดยมีตัวเครื่องที่บางเพียง 8.49 มิลลิเมตร ทำให้พกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น

realme 16 Pro+ 5G ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีทอง Master Gold และ สีเทา Master Grey ทั้ง 2 สี ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันโดยทีมออกแบบของ realme และ Naoto Fukasawa โดยมองหาแรงบันดาลใจจากสีสันอันแปลกตาที่เกิดจากธรรมชาติ ก่อนจะนำมาขัดเกลาในกระบวนการสร้างสีแบบหลายมิติ จนได้ออกมาเป็นสีที่บริสุทธิ์ที่สุด

ทีมงาน @flashfly ได้รับสี Master Gold มารีวิว ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแสงทองอ่อนของทุ่งข้าวสุก ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล พร้อมเอฟเฟกต์แสงระยิบระยับเบาๆ เหมือนคลื่นแสงทอดตัวอยู่บนทุ่งข้าว ขณะที่ Master Grey มาในเฉดสีเทา ที่ได้แรงบันดาลใจจากผิวเรียบและสีหม่นของก้อนหินริมแม่น้ำ ให้ความรู้สึกเรียบหรู และนุ่มนวล 

ดีไซน์กล้องหลังของ realme 16 Pro+ 5G ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยใช้วัสดุโลหะขัดเงา ผ่านการเคลือบ PVD แบบงานนาฬิการะดับไฮเอนด์ และเคลือบผิวกล้องด้วยนาโนโค้ท เพื่อป้องกันเหงื่อ ฝน และการกัดกร่อน ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และทนทานต่อรอยขีดข่วน 

มุมมองด้านหน้ามอบความหรูหราพรีเมี่ยม ด้วยดีไซน์หน้าจอแบบ Deep 4-Curve ทำให้ขอบมุมทั้ง 4 ด้านมีความโค้งมน โดยมีความโค้งลึกมากขึ้นที่ขอบด้านข้าง ทำให้ถือจับได้ถนัดมือ มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ให้อัตราการรีเฟรช 144Hz และความสว่างสูงสุด 6500 นิต ติดตั้งกล้องหน้าไว้บนหน้าจอ สำหรับถ่ายเซลฟี่ หรือสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก และยังซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอด้วย (In-Display Optical Fingerprint Sensor)

ขอบด้านข้างใช้กรอบโลหะชุบเงาแบบ Electroplating ให้ความรู้สึกพรีเมียม และเข้ากับดีไซน์ของกล้องหลังอย่างลงตัว โดยมีความบางเพียง 8.49 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่ามีความบางพอสมควร เมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่ 7000mAh 

ปุ่มปรับระดับเสียง ถูกวางไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์ และมีดีไซน์เป็นหนึ่งเดียวกับกรอบตัวเครื่อง ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 และเซ็นเซอร์อินฟราเรด

ด้านล่างประกอบด้วยถาดใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และ ลำโพง

ที่สำคัญ realme 16 Pro+ 5G ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่น-น้ำที่ระดับ IP69 Pro-level ซึ่งหมายถึงรองรับทุกระดับตั้งแต่ IP66, IP68, IP69 จนถึง IP69K หมายความว่า realme 16 Pro+ 5G สามารถป้องกันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ และทนน้ำที่ความลึกสูงสุด 2 เมตร นาน 30 นาที รวมถึงป้องกันน้ำที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 80 องศาเซลเซียส และทนต่อแรงดันน้ำสูงระดับ 8 ถึง10 MPa

กล้องหลัง 200MP Portrait Master

realme 16 Pro+ 5G ชูจุดเด่นที่การถ่ายภาพด้วยกล้องหลักความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล และยังมีกล้อง Telephoto ซูม 3.5 เท่า ซึ่งหาได้ยากในเซกเมนต์เดียวกัน อีกทั้งยังมีกล้อง Ultra Wide สำหรับเก็บภาพมุมมองกว้างพิเศษ และเทคโนโลยีภาพ LumaColor IMAGE ใหม่ล่าสุด

  • กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 มีระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบเต็มพิกเซล ระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS รองรับการซูมออปติคัล 3.5 เท่า ซูมดิจิทัล 10 เท่า และ  Super Zoom สูงสุด 120 เท่า
  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ให้มุมมองกว้าง 115.5 องศา มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ รองรับการถ่ายภาพมาโคร

เปิดเข้ามาในแอปกล้องของ realme 16 Pro+ 5G จะพบกับโหมดถ่ายภาพ Night, AI Landscape, Video, Photo, Portrait, Hi-Res, Panorama, Pro Video, Slow-motion, Time-lapse, Long Exposure, Dual-View Video, Underwater, Text Scanner, Breeno Scan, Starry Mode และ Tilt-shift

โหมด Photo รองรับการซูมที่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 3.5x, 10x จนสูงสุด 120x เมื่อแตะที่ชื่อโหมด Photo จะพบกับฟีเจอร์ Smart Scenes ช่วยปรับค่ากล้องตามฉากที่ต้องการถ่าย ได้แก่ Party, Stage, Silhouette และ Firework ส่วนแถบเครื่องมือด้านบนของโหมด Photo มีฟีเจอร์ปรับค่าชดเชยแสงในช่วง -2.0 ถึง +2.0 ข้างกันเป็นฟิลเตอร์สี (Vibrant และ Natural) ตามด้วยโหมดถ่ายภาพ Motion Photo 

ไอคอนทั้ง 5 ในโหมด Photo ประกอบด้วย AI Framing Master (ไอคอนรูปตาราง) อาศัย AI ช่วยจัดฉากและองค์ประกอบโดยรวมให้อัตโนมัติ ถัดลงมาเป็นฟีเจอร์ Light Effect ทำให้ภาพถ่ายในงานปาร์ตี้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยการใส่เอฟเฟกต์ให้ดวงไฟ มีให้เลือก 2 แบบ Starburst และ Heart ตามมาด้วยฟีเจอร์ Soft Light ประกอบด้วยเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy ถัดลงมาเป็น Filters เช่น Lively, Festival และสุดท้าย ไอคอนรูปใบหน้าเป็นฟีเจอร์ Retouch สำหรับปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น

โหมด Portrait สามารถซูมได้ที่ระยะ 1x (23mm), 1.5x (35mm), 2x (45mm), 3.5 (80mm), 4x (92mm) รองรับฟีเจอร์ Soft Light, Filters, Retouch แบบเดียวกับโหมด Photo แต่เพิ่มฟีเจอร์ Portrait Lenses ปรับค่ากล้องอัตโนมัติตามฉากหรือสถานการณ์ที่หลากหลาย โดยมี 5 ตัวเลือกตามระยะถ่าย ได้แก่ Environmental, Street, Classic, Headshot และ Close-up นอกจากนี้ ยังสามารถแตะไอคอน F เพื่อละลายฉากหลังได้

โหมด AI Landscape ยังสามารถซูมได้ที่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 3.5x, 10x และมี Filters ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Lively, Festival, Ceremony, Mountain, Island และ City

โหมด Night สามารถซูมได้ในช่วง 0.6x, 1x, 2x, 3.5x, 10x จนสูงสุด 120x มีฟีเจอร์ Soft Light ที่มาพร้อมเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy ขณะที่ Filters มีเอฟเฟกต์ต่างออกไป โดยปรับให้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืน เช่น Neon, Golden, Warm & Cool, Pink & Teal และ Night City

โหมด Hi-Res สามารถถ่ายภาพในความละเอียดสูงสุด 200 ล้านพิกเซลที่ระยะ 1x ไม่สามารถซูมได้ หากเลือกซูมที่ระยะ 3.5x ความละเอียดจะลดลงเหลือ 50 ล้านพิกเซล

โหมด Video รองรับการซูมที่ระยะ 1x, 2x, 3.5x จนสูงสุด 18x สามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที มีไอคอน F สำหรับละลายฉากหลัง, ฟีเจอร์ Filters และ Retouch เหมือนโหมด Photo แถบเครื่องมือด้านบนในโหมด Video มีฟีเจอร์ปรับค่าชดเชยแสง EV แบบโหมด Photo ถัดมาเป็นฟีเจอร์ Ultra Steady ซึ่งเป็นการเปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหว และฟีเจอร์ HDR เพิ่มความคมชัดให้กับวิดีโอ

โหมด Pro Video สามารถปรับการตั้งค่ากล้องได้ละเอียดมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีทักษะด้านการถ่ายภาพเป็นพิเศษ สามารถปรับความไวแสง ISO, ความเร็วชัตเตอร์, ค่าชดเชยแสง EV, ปรับระยะโฟกัส และ สมดุลสีขาว

LumaColor IMAGE

LumaColor IMAGE เป็นมาตรฐานใหม่ด้านการถ่ายภาพ ที่พัฒนาร่วมกับ TÜV Rheinland ผ่านห้องปฏิบัติการ LumaColor IMAGE LAB โดยมีการทดสอบภายใต้แหล่งกำเนิดแสงหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานความแม่นยำ และคุณภาพสีให้สูงยิ่งขึ้น ซึ่ง realme 16 Pro+ 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในอุตสาหกรรม ที่ได้รับกล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล โดยใช้ใช้เซ็นเซอร์ระดับเรือธงอย่าง Samsung ISOCELL HP5

กล้องหลัก LumaColor ช่วยให้ภาพถ่ายมีสีสันที่แม่นยำมากขึ้น เก็บรายละเอียดมิติความลึกได้ดีกว่า โดยเฉพาะการถ่ายภาพในเวลากลางคืน สามารถรับแสงและไล่เฉดสีได้เหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน

นอกจากภาพถ่ายในที่แสงน้อย กล้องหลัก LumaColor ยังรองรับการถ่ายภาพแบบกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะแสงกลางวันหรือกลางคืน ก็มอบความสว่าง คมชัด สดใส ถ่ายถอดรายละเอียดได้ครบถ้วน โดยอาศัยอัลกอริทึมประมวลผลภาพรุ่นแรกของเซกเมนต์ ได้แก่ HyperRAW และ Anti-Distortion 

  • อัลกอริทึม HyperRAW เป็นการประมวลผลไฟล์ RAW ความละเอียดสูงแบบหลายเฟรม มอบความคมชัดที่มากขึ้น และรายละเอียดที่ละเอียดกว่าเดิม
  • อัลกอริทึม Anti-Distortion หรือลดการบิดเบือน ถูกนำมาใช้ในโหมด HI-RES เพื่อแก้ปัญหาความผิดเพี้ยนของบุคคลบริเวณขอบภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล้องหน้า 50MP Selfie Camera

realme 16 Pro+ 5G ได้รับกล้องหน้า 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ OmniVision OV50D ขนาด 1/2.88 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 ให้มุมมองภาพ 87 องศา และสามารถถ่ายวิดีโอในความละเอียดสูง 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกับกล้องหลัง

โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถปรับระยะการซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x ขณะที่ฟีเจอร์ Smart Scenes ของกล้องหน้า มีให้เลือกเฉพาะ Party แถบเครื่องมือด้านบนมีฟีเจอร์ปรับค่าชดเชยแสง EV ในช่วง -2.0 ถึง +2.0 ข้างกันเป็นโหมดถ่ายภาพ Motion Photo

โหมด Portrait ของกล้องหน้า รองรับการซูมที่ระยะ 0.8x และ 1x  สามารถปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลังได้ มีฟีเจอร์ Soft light ประกอบด้วยเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy, Dreamy ขณะที่ Filters มีตัวเลือกมากมาย เช่น Lively, Festival, Ceremony, Mountain, Island, City, Neon, Fresh, Vintage และ Retouch เหมือนโหมด Photo โดยฟีเจอร์ Retouch สามารถปรับแต่งความงามบนใบหน้าได้ละเอียดกว่ากล้องหลัง

โหมด Video ของกล้องหน้า รองรับการซูมที่ระยะ 0.8x, 1x และ 2x สามารถถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที มาพร้อมฟีเจอร์ Filters และ Retouch รวมถึงปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลัง ขณะที่แถบเครื่องมือด้านบนมีไอคอนสำหรับปรับค่าชดเชยแสง EV, เปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหว และเปิดใช้งาน HDR

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Dual-View Video เหมาะสำหรับการถ่าย Vlog หรือรีวิวอะไรสักอย่าง สามารถเปิดใช้งานกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันได้ โดยมีเลย์เอาต์ให้เลือกแบ่งการแสดงวิดีโอได้ 3 แบบ ได้แก่ Split (แบ่งวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังในสัดส่วนเท่ากัน), Bubble (แสดงภาพจากกล้องหน้าในกรอบวงกลม ส่วนที่เหลือเป็นภาพจากกล้องหลัง) และ Rectangle (คล้ายกับ Bubble แต่เป็นกรอบสี่เหลี่ยม)

โหมด Night ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 2 ระยะ 0.8x และ 1x มีฟีเจอร์ Soft Light ประกอบด้วยเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy และฟีเจอร์ Retouch สามารถปรับแต่งความงามบนใบหน้าได้ละเอียดกว่ากล้องหลัง

AI Edit Genie เวอร์ชันใหม่

ถึงแม้ realme 16 Pro+ 5G จะถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงามคมชัด โดยไม่ต้องตกแต่งแก้ไขใดๆ เพิ่มเติม แต่ผู้ใช้งานก็ยังสามารถเพิ่มความสนุกให้ภาพถ่ายได้ง่ายๆ ด้วย AI Edit Genie ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นก่อน 

AI Edit Genie ที่พบในรุ่นก่อน สามารถตกแต่งแก้ไขภาพได้ง่ายๆ เพียงพูดในสิ่งที่ต้องการแก้ไข หรือป้อนคำอธิบาย แต่ในรุ่นใหม่ ได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาด้วย ได้แก่ AI LightMe, AI StyleMe และ AI Inspiration

  • AI LightMe ช่วยปรับแสงและเงาให้กับภาพถ่ายพอร์ตเทรตให้ออกมาสวยงามตามเทมเพลตที่มีให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ Random Light, Spotlight, Party Neon และ Window Shadow
  • AI StyleMe สามารถตกแต่งแก้ไขภาพให้น่าสนใจได้ง่ายๆ เพียงสัมผัสเดียว ไม่ว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นฤดูกาลต่างๆ อยากให้หิมะตกในเมืองไทยก็ทำได้ และยังมีเอฟเฟกต์เปลี่ยนภาพถ่ายเป็นตัวการ์ตูน, เพิ่มอิโมจิ 3D และ ปรับภาพให้ดูเหมือนถ่ายในสตูดิโอ เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นนางแบบหรือนายแบบได้ทันที

AI Inspiration ปล่อยให้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพ และนำเสนอไอเดียปรับแต่งภาพให้อัตโนมัติ

Snapdragon 7 Gen 4 5G ชิป 4 นาโนเมตร 

realme 16 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 7 Gen 4 5G ของ Qualcomm ซึ่งสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีการผลิต 4 นาโนเมตร ของ TSMC พร้อมระบบระบายความร้อน AirFlow VC จับคู่กับ RAM ความเร็วสูงพิเศษ Rocket LPDDR5X ที่ตอบสนองไวขึ้น ทำความเร็วในการอ่าน/เขียน สูงสุดถึง 8400Mbps ที่ 4200MHz

ทั้งนี้ realme 16 Pro+ 5G ที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิว เป็นรุ่น RAM 12GB รองรับฟีเจอร์ Dynamic RAM Expansion สามารถยืมความจุ ROM มาใช้เป็นความจำ RAM ได้สูงสุด 14GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 26GB จึงตอบสนองการทำงานหลายแอปอย่างพร้อมกัน (Multitasking) ได้อย่างราบรื่น โดยมีพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 256GB 

จากการทดสอบประสิทธิภาพพบว่า realme 16 Pro+ 5G สามารถทำคะแนนจากแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 1,422,455 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 502,074 คะแนน, GPU ทำได้ 325,936 คะแนน, Memory ทำได้ 226,375 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 368,070 คะแนน

แบตใหญ่ 7000mAh ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge

realme 16 Pro+ 5G รองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ Titan ขนาดใหญ่ 7000mAh โดยยังคงรักษาขนาดตัวเครื่องให้มีความบางเป็นพิเศษ 8.49 มิลลิเมตร ช่วยให้พกพาได้อย่างสะดวก และถือจับได้เป็นเวลานาน สามารถดูวิดีโอ YouTube ได้นานสูงสุด 21 ชั่วโมง หรือ ฟังเพลงบน Spotify ได้นานถึง 125.5 ชั่วโมง  และในโหมดประหยัดพลังงาน Super Power Saving สามารถสแตนด์บายต่อเนื่องได้ถึง 7.5 ชั่วโมง ถึงแม้ระดับแบตเตอรี่เหลือเพียง 1% 

นอกจากนี้ realme 16 Pro+ 5G ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge แถมสายชาร์จ และหัวชาร์จ 80W Power Adapter มาให้แล้ว พร้อมรองรับชาร์จแบบ Bypass สามารถจ่ายไฟเข้าเมนบอร์ดโดยตรง เหมาะสำหรับการชาร์จระหว่างเล่นเกม ช่วยถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และลดความร้อนตัวเครื่องได้ดีกว่าการชาร์จแบบปกติ ที่สำคัญแบตเตอรี่ของ realme 16 Pro+ 5G ยังมีความทนทาน สามารถรักษาความจุแบตเตอรี่ในระดับ 80% แม้ผ่านการใช้งานนาน 5 ปี 

จอแสดงผล HyperGlow 4D Curve+ 144Hz

จอแสดงผลของ realme 16 Pro+ 5G ใช้ดีไซน์ HyperGlow 4D Curve+ มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมด้วยขอบจอโค้งรอบด้าน ให้ความสว่างสูงสุดถึง 6500 นิต และรองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 144Hz 

realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ที่มีความลึกสี 10-bit (1.07 พันล้านสี) ความละเอียด 1280 x 2800 พิกเซล ขนาด 6.8 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 453 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) และถนอมดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความถี่สูง 4608Hz จึงเป็นจอภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับการรับชมความบันเทิง เล่นเกม และเลื่อนดูแอปโซเชียลมีเดียได้อย่างลื่นไหล

realme 16 Pro 5G 

realme 16 Pro 5G มีรายละเอียดหลายอย่างแบบเดียวกับที่พบใน realme 16 Pro+ 5G ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สวยงามพรีเมียม กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ขนาดใหญ่  7000mAh ชาร์จไว 80W และยังทำงานบน realme UI 7.0 เช่นเดียวกัน โดยมีความแตกต่างที่ชิปประมวลผล และไม่มีกล้อง Telephoto แต่ในภาพรวมถือว่า 2 รุ่นนี้ มีความใกล้เคียงกันอย่างมาก

สเปก realme 16 Pro 5G 

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 144Hz
  • กล้องหลัง 200MP Main + 8MP Ultra Wide
  • กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
  • ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7300 Max 5G
  • ความจำ RAM 12GB (LPDDR4X) + ROM 256GB (UFS 3.1)
  • ขยายความจำ RAM ได้อีก 14GB ผ่านฟีเจอร์ Dynamic RAM Expansion 
  • การเชื่อมต่อ 5G, Dual Nano SIM, WI-Fi 5, Bluetooth 5.4, USB-C
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Optical Fingerprint Sensor)
  • เซ็นเซอร์ Proximity sensor, Ambient light sensor, Color temperature sensor, E-compass, Accelerometer, Gyroscope, Infrared remote control
  • ระบุตำแหน่ง GPS, GLONASS, Galileo, QZSS, Beidou
  • ระบบปฏิบัติการ realme UI 7.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP69 Pro-level (IP69K, IP69, IP68 และ IP66)
  • แบตเตอรี่ Titan 7000mAh 
  • ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Pebble Grey และ Orchid Purple
  • ขนาดตัวเครื่อง 162.60 x 77.60 x 7.79 มิลลิเมตร (Pebble Grey)
  • ขนาดตัวเครื่อง 162.60 x 77.60 x 7.75 มิลลิเมตร (Orchid Purple)
  • น้ำหนักประมาณ 192 กรัม  

ดีไซน์แกร่ง ให้ภาพลักษณ์พรีเมียม 

realme 16 Pro 5G ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Master Grey และ สีม่วง Orchid Purple โดยทีมงาน @flashfly ได้รับสีเทามารีวิว ซึ่งมีโทนสีเดียวกับ Master Grey ของ realme 16 Pro+ 5G อีกทั้งยังมีดีไซน์คล้ายกันที่เรียกว่า Urban Wild Design 

ความแตกต่างก็คือ ดีไซน์โดยรวมของ realme 16 Pro 5G มีขอบมุมที่คมกว่า ด้วยกรอบเหลี่ยม หน้าจอแบน แต่วัสดุที่ใช้ยังให้สัมผัสสบายมือ นุ่มนวลคล้ายหนัง จับถือได้ง่าย นอกจากนี้  realme 16 Pro 5G ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP69 Pro-level เช่นเดียวกับ realme 16 Pro+ 5G จึงให้ความแข็งแรงทนทานไม่แพ้กัน

ดีไซน์ด้านหลังให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมียม โดยเฉพาะกล้องหลังที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก realme 16 Pro+ 5G จะแตกต่างก็ตรง ไม่มีกล้อง Telephoto 

ด้านหน้ามีขอบหน้าจอบางเฉียบ แต่ใช้ดีไซน์จอแบน มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ติดตั้งกล้องหน้าไว้ในช่องเจาะวงกลม และซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ (In-Display Optical Fingerprint Sensor)

ส่วนขอบด้านข้างมีความบาง 7.79 มิลลิเมตร สำหรับสี Pebble Grey หากเป็นสี Orchid Purple จะบางลงไปอีกเล็กน้อย แต่ทั้ง 2 สี มีน้ำหนักไม่ต่างกันประมาณ 192 กรัม ซึ่งเบากว่า realme 16 Pro+ 5G ประมาณ 11 กรัม

ปุ่มด้านข้าง ติดตั้งอยู่ทางฝั่งเดียวกัน ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และ ปุ่มพาวเวอร์ 

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 และ เซ็นเซอร์อินฟราเรด

ด้านล่างมีถาดใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และ ลำโพง

กล้องหลัก 200MP Portrait Master

realme 16 Pro 5G ได้รับกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล เช่นเดียวกัน รวมถึงกล้อง Ultra Wide แต่ขาดกล้อง Telephoto อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี LumaColor IMAGE ที่พบใน  realme 16 Pro+ 5G ก็ถูกนำมาใช้กับรุ่นนี้ด้วย จึงมั่นใจได้ว่า realme 16 Pro 5G สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัด ด้วยคุณภาพระดับเดียวกัน 

  • กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 มีระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบเต็มพิกเซล ระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ให้มุมมองกว้าง 112 องศา มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ 

โหมดการถ่ายภาพต่างๆของ realme 16 Pro 5G นั้นใช้งานได้แทบไม่แตกต่างจาก realme 16 Pro+ 5G เลยเพียงแต่ถูกลดความสามารถในการซูมออกไปเล็กน้อย อย่างในโหมด Photo รองรับการซูมในช่วง 0.6x, 1x, 2x, 4x จนสูงสุด 30x โหมด Portrait ถ่ายได้ที่ระยะ 1x (23mm), 1.5x (35mm), 2x (46mm), 3.5 (81mm), 4x (92mm) และมีโหมด Portrait Lenes ให้ใช้งานแบบรุ่นโปร

โหมด AI Landscape และ โหมด Night สามารถซูมได้ที่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 4x จนสูงสุด 30x โหมด Hi-Res สามารถถ่ายภาพในความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล และ 200 ล้านพิกเซล ได้ระยะ 1x เดียว

โหมด Video รองรับการซูมที่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 4x จนสูงสุด 10x สามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที หรือ Full HD 1080p ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที มี

กล้องหน้า 50MP Selfie Camera

กล้องหลังของ realme 16 Pro 5G ให้ประสบการณ์การถ่ายภาพแบบเดียวกับ realme 16 Pro+ 5G เนื่องจากใช้กล้องหน้าตัวเดียวกัน โดยมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.88 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 ให้มุมมองกว้าง 86.7 องศา และสามารถถ่ายวิดีโอในความละเอียดสูง 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที 

โหมด Video ของกล้องหน้า รองรับการซูมที่ระยะ 0.8x, 1x และ 2x สามารถถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที มาพร้อมฟีเจอร์ Filters และ Retouch รวมถึงปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลัง ขณะที่แถบเครื่องมือด้านบนมีไอคอนสำหรับปรับค่าชดเชยแสง EV และเปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหว

ชิป Dimensity 7300 Max 5G

realme 16 Pro 5G ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7300 Max 5G ที่ผลิตขึ้นบนเทคโนโยี 4 นาโนเมตร ของ TSMC ประกอบด้วย CPU แบบ 8-core พร้อมด้วย GPU – Arm Mali-G615 มีระบบระบายความร้อน AirFlow VC สามารถทำคะแนนจากการทดสอบประสิทธิภาพบนแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 579,064 คะแนน 

ด้านความจำ ได้รับ RAM 12GB จับคู่กับ ROM 256GB พร้อมรองรับฟีเจอร์ Dynamic RAM Expansion สามารถยืมความจุ ROM มาใช้เป็นความจำ RAM ได้สูงสุด 14GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 26GB

แบตใหญ่ 7000mAh ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge

realme 16 Pro 5G มีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh เช่นเดียวกับ realme 16 Pro+ 5G รวมถึงเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge รองรับชาร์จแบบ Bypass และ สามารถรักษาความจุแบตเตอรี่ในระดับ 80% แม้ผ่านการใช้งานนาน 5 ปี 

ด้วยแบตเตอรี่ Titan ขนาดใหญ่ 7000mAh ทำให้ realme 16 Pro 5G รองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดทั้งวัน สามารถดูวิดีโอ YouTube ได้นานสูงสุด 20.7 ชั่วโมง และในโหมดประหยัดพลังงาน Super Power Saving สามารถสแตนด์บายต่อเนื่องได้ถึง 6.8 ชั่วโมง ถึงแม้ระดับแบตเตอรี่เหลือเพียง 1% 

หน้าจอ 10-bit AMOLED รีเฟรชเรตสูง 144Hz

realme 16 Pro 5G มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ที่มีความลึกสี 10-bit (1.07 พันล้านสี) ความละเอียด 1272 x 2772 พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 450 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) ให้ความสว่างสูงสุดถึง 6500 นิต และรองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 144Hz เรียกได้ว่าเป็นจอแสดงผลที่ให้สีสันสวยงามคมชัด ไม่แพ้ realme 16 Pro+ 5G แตกต่างก็เพียงดีไซน์ที่เป็นจอแบน แทนที่ขอบมุมโค้งรอบด้าน

realme 16 5G

ขณะที่ realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G แชร์ดีไซน์ร่วมกัน realme 16 5G กลับมีดีไซน์ที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ AI Portrait Master ที่เน้นการถ่ายภาพพอร์ตเทรตเช่นเดียวกัน โดดเด่นที่แถบกล้องหลังแบบแนวนอน พร้อมกระจกช่วยเซลฟี่ วางอยู่บนฝาหลังแบบ Aurora Wings แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh ภายใต้ดีไซน์บางเบา

สเปก realme 16 5G

  • จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.57 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz
  • กล้องหลัก 50MP (Sony IMX852)
  • กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
  • ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 6400 Turbo
  • ความจำ RAM 8GB + ROM 256GB
  • ขยายความจำ RAM ได้อีก 10GB ผ่านฟีเจอร์ Dynamic RAM Expansion 
  • การเชื่อมต่อ 5G, Dual Nano SIM, WI-Fi 5, Bluetooth 5.3, USB-C
  • ระบบปฏิบัติการ realme UI 7.0 (บนพื้นฐาน Android 16)
  • มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP69 Pro-level (IP69K, IP69, IP68 และ IP66)
  • แบตเตอรี่ Titan 7000mAh
  • ชาร์จเร็ว 60W  
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.30 x 75.13 x 8.10 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักประมาณ 183 กรัม  

ดีไซน์ Aurora Wings + Air Compact 

realme 16 5G มาในดีไซน์ที่เรียกว่า Air Compact เน้นความบางเบา ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก และให้ภาพลักษณ์ที่หรูหราพรีเมียม โดดเด่นที่แถบกล้องด้านหลัง จัดวางโมดูลกล้องในแนวนอน พร้อมด้วยกระจกวงกลม ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลังได้

ด้านหลังของ realme 16 5G ใช้ดีไซน์ Aurora Wings ซึ่งเป็นเอฟเฟกต์ไล่ระดับสีที่เกิดจากผสานอนุภาคหลากหลายสีซ้อนกันเป็นชั้นๆ จนเกิดเป็นเฉดสีน้ำเงินและสีทองแบบไล่เฉดสี เมื่อมีแสงตกกระทบ สะท้อนความงามของขนนกที่ดูเหมือนเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต บนตัวเครื่องสีขาว Air White

ด้านหน้าเป็นพื้นที่ของจอแสดงผล 6.57 นิ้ว ขนาดกำลังพอดี และมีขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ขอบจอด้านล่างบางเพียง 2.23 มิลลิเมตร

ขอบด้านข้างมีความบาง 8.1 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา 183 กรัม ถึงแม้จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh ก็ยังคงจับถือได้อย่างสบายมือ

ด้านข้างวางปุ่มปรับระดับเสียง ไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์

ด้านบนเห็นตำแหน่งของไมโครโฟนตัวที่ 2 และเซ็นเซอร์อินฟราเรด

ด้านล่างมีถาดใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ตชาร์จหรือพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C และ ลำโพง

นอกจากนี้ realme 16 5G ยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP69 Pro-level เช่นเดียวกับ realme 16 Pro Series 5G สามารถป้องกันน้ำได้อย่างดี และใช้ถ่ายภาพใต้น้ำได้เหมือนกัน

กล้องหลัง AI Portrait จาก Sony

กล้องหลังของ realme 16 5G ติดตั้งอยู่ในแถบแนวนอน โดยกล้องหลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX852 ขนาด 1/2.93 นิ้ว ชุดเลนส์ 5P ให้มุมมองกว้าง 75 องศา รูรับแสง f/1.8 รองรับระบบโฟกัสอัตโนมัติ และยังมีกล้องรอง 2 ล้านพิกเซล แต่ที่พิเศษก็คือ กระจกวงกลมที่ล้อมรอบด้วยแฟลชแบบวงแหวน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้กล้องหลังถ่ายเซลฟี่ได้ 

โหมด Photo ซูมได้ในช่วง 1x, 2x จนสูงสุด 10x แถบเครื่องมือด้านบนมีฟิลเตอร์สี (Vibrant และ Natural) ตามด้วยโหมดถ่ายภาพ Motion Photo เมื่อแตะที่ชื่อโหมด Photo จะพบกับฟีเจอร์ Smart Scenes ช่วยปรับค่ากล้องตามฉากที่ต้องการถ่าย ได้แก่ Party, Stage, Silhouette และ Firework  

โหมด Photo ของ realme 16 5G มีฟีเจอร์ Lighting Effect ทำให้ภาพถ่ายในงานปาร์ตี้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยการใส่เอฟเฟกต์ให้ดวงไฟในฉากหลัง มีให้เลือก 2 แบบ Starburst และ Heart ถัดลงมาเป็นฟีเจอร์ Soft Light ประกอบด้วยเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy ตามมาด้วย Filters เช่น Lively, Festival, Ceremony, Mountain, Island, City, Fresh, Vintage, Clear, Tone of Light, Vivid, Film 2, Cool, Gray, B&W และไอคอนรูปใบหน้าเป็นฟีเจอร์ Retouch สำหรับปรับใบหน้าให้ดูดีขึ้น มีแถบให้เลื่อนปรับได้สูงสุด 100 ระดับ

โหมด Vibe ช่วยสร้างภาพถ่ายพอร์ตเทรตที่มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟิลเตอร์ 3 โทนสีใหม่ ได้แก่ Lively, Festival และ Ceremony แต่ละแบบยังสามารถปรับค่าสีได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ความอิ่มตัวของสี, ค่าเนื้อสีแท้, คอนทราสต์ อีกทั้งยังมีโหมด Pro ที่สามารถปรับการตั้งค่ากล้องได้อย่างละเอียด

โหมด Portrait รองรับฟีเจอร์ Soft Light, Filters, Retouch แบบเดียวกับโหมด Photo และสามารถแตะไอคอน F เพื่อละลายฉากหลังได้

โหมด AI Landscape สามารถซูมได้ที่ระยะ 1x, 2x จนสูงสุด 10x และมี Filters ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Lively, Festival, Ceremony, Mountain, Island และ City

โหมด Night สามารถซูมได้ในช่วง 1x, 2x จนสูงสุด 10x มีฟีเจอร์ Soft Light ที่มาพร้อมเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy ขณะที่ Filters ถูกปรับให้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืน เช่น Golden, Warm & Cool, Pink & Teal และ Night City

โหมด Video รองรับการซูมที่ระยะ 1x, 2x จนสูงสุด 10x สามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด Full HD 1080p ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที มีฟีเจอร์ Filters และ Retouch เหมือนโหมด Photo

นอกจากนี้ realme 16 5G ยังได้รับเทคโนโลยี LumaColor IMAGE แบบเดียวกับ realme 16 Pro Series 5G รวมถึงฟีเจอร์แต่งภาพอัจฉริยะจาก AI Edit Genie ไม่ว่าจะเป็น AI LightMe, AI StyleMe และ AI Inspiration

กล้องหน้า 50MP Selfie Camera

กล้องหน้าของ realme 16 5G มีความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล ประกอบด้วยชุดเลนส์ 5P ให้มุมมองกว้าง 86 องศา รูรับแสง f/2.4 สามารถถ่ายวิดีโอสูงสุด Full HD 1080p ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที

โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถปรับระยะการซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x มีฟีเจอร์ Lighting Effect แบบเดียวกับกล้องหลัง สามารถใส่เอฟเฟกต์ให้ดวงไฟในฉากหลัง มีให้เลือก 2 แบบ Starburst และ Heart ถัดลงมาเป็นฟีเจอร์ Soft Light ประกอบด้วยเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy ตามมาด้วย Filters และ Retouch ซึ่งสามารถปรับความงามบนใบหน้าได้ละเอียดกว่าฟีเจอร์ Retouch ของกล้องหลัง ขณะที่ฟีเจอร์ Smart Scenes ของกล้องหน้า มีให้เลือกเฉพาะ Party 

โหมด Portrait ของกล้องหน้า รองรับการซูมที่ระยะ 0.8x และ 1x  สามารถปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลังได้ มีฟีเจอร์ Soft light, Filters และ Retouch เหมือนโหมด Photo 

โหมด Night ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 2 ระยะ 0.8x และ 1x มีฟีเจอร์ Soft Light ประกอบด้วยเอฟเฟกต์ Deja vu, Retro, Misty, Glowy และ Dreamy และฟีเจอร์ Retouch สามารถปรับแต่งความงามบนใบหน้าได้ละเอียดกว่ากล้องหลัง

โหมด Video ของกล้องหน้าสามารถถ่ายวิดีโอสูงสุด Full HD 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที มาพร้อมฟีเจอร์ Filters และ Retouch 

ประสิทธิภาพ Dimensity 6400 Turbo

realme 16 5G ตอบสนองการใช้งานด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 6400 Turbo ประกอบด้วย CPU แบบ 8-core พร้อมด้วย GPU – Mali G57 MC2 และมีระบบระบายความร้อน AirFlow VC ขนาดใหญ่ 6050 ตารางมิลลิเมตร

ด้านความจำ ได้รับ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB พร้อมรองรับฟีเจอร์ Dynamic RAM Expansion สามารถยืมความจุ ROM มาใช้เป็นความจำ RAM ได้สูงสุด 10GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 18GB สามารถทำคะแนนจากการทดสอบประสิทธิภาพบนแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 611,892 คะแนน 

แบตเตอรี่ Titan 7000mAh 

ด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ realme 16 5G ไม่เป็นรองรุ่นพี่ เพราะมีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh เช่นเดียวกัน สามารถเล่นเกม MLBB ได้นานต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมง หรือ ฟังเพลงผ่าน Spotify ได้นานสูงสุด 118 ชั่วโมง (ใช้หูฟังมีสาย) และยังมี  AI BatteryBoost Engine ช่วยให้แบตเตอรี่มีสุขภาพดี รักษาความจุแบตเตอรี่ในระดับ 80% แม้ผ่านการชาร์จถึง 1,600 รอบ เทียบได้กับการใช้งานนาน 6 ปี 

realme 16 5G ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 60W สามารถชาร์จถึงระดับ 50% ในเวลาเพียง 28 นาที และชาร์จจนเต็ม 100% ภายในเวลา 66 นาที อีกทั้งยังรองรับชาร์จแบบ Bypass ที่เหมาะสำหรับการชาร์จระหว่างเล่นเกม เพราะเป็นการชาร์จไฟไปยังเมนบอร์ดโดยตรง ทำให้เครื่องไม่ร้อน และช่วยถนอมแบตเตอรี่ให้เสื่อมสภาพช้าลง

จอแสดงผล AMOLED สู้แสงแดดได้ดี

realme 16 5G มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ความละเอียด  2372 x 1080 พิกเซล ขนาดกำลังดี 6.57 นิ้ว ให้ความลึกสี 10-bit หรือ 1.07 พันล้านสี รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120Hz และมีความสว่างสูงสุด 4200 นิต จึงมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่ออยู่กลางแจ้งหรือนอกอาคาร

realme UI 7.0

realme 16 5G, realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G ทำงานบนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย realme UI 7.0 มาพร้อม Flux Engine ช่วยให้เอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวสวยงามสมจริง ตอบสนองการใช้งานได้เร็วขึ้น 15% และ เลื่อนแอปได้ลื่นกว่าเดิม 29% 

realme UI 7.0 ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี AI เช่น AI Framing Master ในแอปกล้อง ช่วยจัดเฟรมและซูมอัตโนมัติ สามารถถ่ายภาพแบบมืออาชีพได้ทันที, AI Gaming Coach ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะอยู่เคียงข้างตลอดเวลาระหว่างเล่นเกม คอยให้คำแนะนำ แจ้งเตือนเป้าหมายแบบเรียลไทม์ และควบคุมเกมได้ตลอดเวลา, AI Recording + AI Translate บันทึกเสียงเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ พร้อมแปลภาษาได้ทันที ไม่ว่าจะประชุม สัมภาษณ์ หรือ เดินทางไปต่างแดน นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Gemini Live ช่วยให้สื่อสารกับ AI ของ Google อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถสอบถามสิ่งที่เห็นรอบตัวได้ทันที เพียงแชร์กล้องกับ Gemini Live

สรุปราคาและการจำหน่าย

สรุปแล้ว realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G ได้รับการอัปเกรดทั้งดีไซน์ และคุณภาพกล้อง ให้เทียบเท่าเรือธง ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความหรูหราพรีเมียม โดดเด่นที่กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพใต้น้ำ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7000mAh ชาร์จไว 80W ช่วยให้ realme 16 Pro Series 5G พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนสเปกเรือธง แต่มีราคาคุ้มค่ากว่า ขณะที่  realme 16 Pro+ 5G เหนือกว่าด้วยกล้อง Telephoto ซูม 3.5x ดีไซน์ขอบมุมโค้ง และใช้วัสดุพรีเมียมกว่า

สำหรับ realme 16 5G ถูกสร้างมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานระดับเดียวกับ realme 16 Pro Series 5G ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เท่ากับกล้องตัวหลัก และสามารถถ่ายเซลฟี่ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เนื่องจากแถบกล้องหลังติดกระจกมาให้ด้วย นอกจากนี้ realme 16 5G ยังมีดีไซน์บางเบากว่า และขนาดกะทัดรัดกว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่เน้นดีไซน์สวยงาม และพกพาได้อย่างสะดวก

ราคา realme 16 Series 5G  

  1. realme 16 Pro+ 5G (12+256GB) ราคา 17,499 บาท 
  2. realme 16 Pro+ 5G (12+512GB) ราคา 19,999 บาท 
  3. realme 16 Pro 5G (12+256GB) ราคา 14,999 บาท  
  4. realme 16 5G  (8+256GB) ราคา 11,999 บาท 

พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19-27 มีนาคม และวางจำหน่ายพร้อมกัน 28 มีนาคม ผ่าน realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ราคาโอเปอเรเตอร์  

สำหรับช่องทาง AIS ราคาเริ่มต้นดังนี้

  1. realme 16 Pro+ 5G
    • ราคาเริ่มต้น 11,499 บาท (12+256GB)
    • ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท (12+512GB)
  2. realme 16 Pro 5G
    • ราคาเริ่มต้น 9,799 บาท (12+256GB)
  3. realme 16 5G
    • ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท (8+256GB)

พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19-27 มีนาคม และวางจำหน่ายพร้อมกัน 28 มีนาคม

รับฟรี

  • จองเพียง 500 บาท และหากใช้ AIS Point 10 คะแนน รับส่วนลดสูงสุดทันที 1,000 (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  • realme TechLife Buds
  • realme Handheld Fan
  • ประกันจอแตก 1 ปี 1 ครั้ง
  • ขยายประกันตัวเครื่อง 2 ปี

สั่งซื้อผ่านช่องทาง Shopee 

  1. realme 16 Pro+ 5G
  • 17,499 บาท  (12+256GB)
  • 19,999 บาท (12+512GB) 
  1. realme 16 Pro 5G
  • 14,999 บาท (12+256GB) 
  1. realme 16 5G
  • 11,999 บาท (8+256GB)

พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19-26 มีนาคม และจำหน่ายพร้อมกันวันที่ 27 มีนาคม 2569

รับฟรี 

  • realme TechLife Buds 
  • realme Speaker
  • ประกันจอแตก 1 ปี 1 ครั้ง
  • ขยายประกันตัวเครื่องเป็น 2 ปี 





Tags: 200MP Portrait MasterAurora Wingsnaoto fukasawarealme 16 5Grealme 16 Pro 5Grealme 16 Pro+ 5GReview
ShareTweetShare

Related Posts

รีวิว realme Pad 3 5G แท็บเล็ต AI จอใหญ่ 11.6 นิ้ว ลำโพง 4 ตัว แบตเตอรี่ 12200mAh ดีไซน์บางเบา รองรับปากกา และคีย์บอร์ด
Feature

รีวิว realme Pad 3 5G แท็บเล็ต AI จอใหญ่ 11.6 นิ้ว ลำโพง 4 ตัว แบตเตอรี่ 12200mAh ดีไซน์บางเบา รองรับปากกา และคีย์บอร์ด

March 19, 2026
realme 16 5G ชูดีไซน์ “Camera Bar” พร้อม Selfie Mirror ครั้งแรกในอุตสาหกรรม อัดแบตเตอรี่ 7,000 mAh เครื่องบางเพียง 8.1 มม. สวยจัดทุกองศาด้วย Aurora Wings Design เปลี่ยนสีได้ตามมุมมอง
NEWS

realme 16 5G ชูดีไซน์ “Camera Bar” พร้อม Selfie Mirror ครั้งแรกในอุตสาหกรรม อัดแบตเตอรี่ 7,000 mAh เครื่องบางเพียง 8.1 มม. สวยจัดทุกองศาด้วย Aurora Wings Design เปลี่ยนสีได้ตามมุมมอง

March 16, 2026
รีวิว Samsung Galaxy Buds4 Pro สี Pink Gold สุดหรู เมทัลดีไซน์ขับเสียงด้วย Dual Driver เบสแน่น เสียงใส คมชัดทุกมิติ มาพร้อม AI สุดล้ำ
Feature

รีวิว Samsung Galaxy Buds4 Pro สี Pink Gold สุดหรู เมทัลดีไซน์ขับเสียงด้วย Dual Driver เบสแน่น เสียงใส คมชัดทุกมิติ มาพร้อม AI สุดล้ำ

February 26, 2026
Load More
  • ยินดีต้อนพับ!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy Z Fold5, Galaxy Z Flip5, Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series พร้อมบุกตลาดประเทศไทยแล้ว

    ยินดีต้อนพับ!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy Z Fold5, Galaxy Z Flip5, Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series พร้อมบุกตลาดประเทศไทยแล้ว

    356 shares
    Share 0 Tweet 0
  • วาร์ปสู่โลกใหม่!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy S24 Series ครบทุกรุ่นทุกสี พร้อมใช้งาน Galaxy AI สุดล้ำ

    101 shares
    Share 0 Tweet 0
  • รีวิว Samsung Galaxy Tab A9+ แท็บเล็ตสุดคุ้มจอ 11 นิ้วรีเฟรช 90Hz ใช้ชิป Snapdragon 695 รองรับ 5G ระบบเสียง Dolby Atmos ราคา 8,990 บาท

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • รีวิว Samsung Galaxy S23 FE มาอย่างพี๊คคค สเปกแฟล็กชิป ในราคาเป็นมิตร จอ 120Hz กล้องหลัง 3 ตัว 50MP ซูม 3x คมกริบ แบต 4,500mAh

    502 shares
    Share 0 Tweet 0
  • เปรียบเทียบ 2 เรือธงแห่งปี Galaxy S25 Ultra vs iPhone 17 Pro Max

    788 shares
    Share 0 Tweet 0

Browse by Category

  • AIS
  • Android
  • App Free
  • BlackBerry 10
  • dtac
  • EV Car
  • Feature
  • Flashfly Online Channel
  • Games
  • iPhone
  • Lifestyle
  • NEWS
  • Nintendo
  • Nokia
  • OPPO
  • Playstation
  • PR News
  • Recommended
  • Review & Preview
  • Samsung
  • Smartphone
  • Tips&Tricks
  • Truemove H
  • Windows Phone

Recent News

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะได้รับการอัปเกรดกล้องเป็นพิเศษ

March 19, 2026
รีวิว realme 16 Pro Series 5G มาพร้อมกล้อง 200MP Portrait Master  ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ และ realme 16 5G ดีไซน์ Aurora Wings มีกระจกเซลฟี่ในตัว

รีวิว realme 16 Pro Series 5G มาพร้อมกล้อง 200MP Portrait Master ดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ และ realme 16 5G ดีไซน์ Aurora Wings มีกระจกเซลฟี่ในตัว

March 19, 2026
  • About
  • Advertise
  • Privacy & Policy
  • Contact

© 2021 FlashFly.net. window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-6SFV8YRF40');

No Result
View All Result
  • NEWS
  • Review & Preview
  • iPhone
  • Android
  • Smartphone
  • Games

© 2021 FlashFly.net. window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-6SFV8YRF40');