Nothing เปิดตัวสมาร์ทโฟน Phone (4a) Pro และ Phone (4a) ครั้งแรกในตลาดโลก ใมีนช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยไม่ปล่อยให้แฟนๆ ชาวไทยรอนาน เพราะตอนนี้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่พร้อมหูฟัง เตรียมบุกตลาดในไทยแล้วโดยมีกำหนดการเปิดในไทย 24 มีนาคมนี้ และทีมงาน @flashfly ก็ไม่รอช้า ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสตัวจริงอย่างใกล้ชิดกับรุ่น Nothing Phone (4a) Pro สีดำสุดเท่

สเปก Nothing Phone (4a) Pro

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz
- กล้องหลัก 50MP + 50MP Telephoto + 8MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 32MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4
- ความจำ RAM LPDDR5x + ROM UFS3.1 สูงสุด 12GB + 256GB
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB Type-C, OTG
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS (L1), GLONASS (G1), BDS (B1I), GALILEO (E1), QZSS (L1)
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Proximity, Ambient Light Sensor, E-compass, Gyroscope
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (In-Display Fingerprint Sensor)
- ลำโพงสเตอริโอ, ไมโครโฟน 2 ตัว
- ระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 บนพื้นฐาน Android 16
- มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP65
- แบตเตอรี่ 5080mAh
- รองรับชาร์จเร็ว 50W
- ขนาดตัวเครื่อง 163.6 x 76.6 x 7.9 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 210 กรัม
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีชมพู, สีเงิน และ สีดำ
แกะกล่อง Nothing Phone (4a) Pro

Nothing Phone (4a) Pro ผลิตออกมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีชมพู, สีเงิน และ สีดำ ซึ่งสีของกล่องจะบ่งบอกถึงสีสันตัวเครื่องด้วย อย่างเช่นเครื่องที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิว เป็นสีดำ ตัวกล่องภายนอกก็จะใช้สีดำเช่นกัน ขณะที่สีเงิน จะบรรจุไว้ในกล่องสีเทา ในทำนองเดียวกัน ตัวเครื่องสีชมพู ก็จะมาพร้อมกล่องสีชมพู แต่ไม่ว่าจะเลือกสีอะไร หน้ากล่องจะมีลวดลายเดียวกัน เป็นรูปภาพที่แสดงให้เห็นดีไซน์กล้องหลังของ Nothing Phone (4a) Pro
ข้างใต้กล่องให้ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขอีมี่, สีสันตัวเครื่อง, ตัวเลือกความจำ และ ปิดผนึกด้วยแถบกระดาษ ภายในกล่อง จะได้รับสมาร์ทโฟน Nothing Phone (4a) Pro ที่มีแบตเตอรี่ในตัว, สายชาร์จ USB-C ยาว 1 เมตร, เคสใส, เข็มจิ้มถาดซิม, เอกสารความปลอดภัยและใบรับประกัน นอกจากนี้ ยังติดตั้งฟิล์มกันรอยหน้าจอ หรือ Screen Protector มาให้แล้ว ส่วนหัวชาร์จ หรือ Power Adapter ไม่ได้แถมมาให้
ดีไซน์โลหะแบบ Unibody โดดเด่นด้วย Glyph Matrix

ดีไซน์โดยรวมของ Nothing Phone (4a) Pro ไม่เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นไหนของ Nothing แม้แต่ Nothing Phone 4a ที่เปิดตัวพร้อมกัน โดยเปลี่ยนจากฝาหลังแบบโปร่งใส เป็นฝาหลังทึบ แต่ยังคงดีไซน์เปลือยที่บริเวณโมดูลกล้องหลัง และมาพร้อม Glyph Matrix แบบเดียวกับที่พบใน Nothing Phone (3)

กรอบตัวเครื่อง Nothing Phone (4a) Pro ทำมาจากวัสดุอะลูมิเนียมแบบ Unibody เกรดเดียวกับที่ใช้ในอากาศยาน ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้โครงโลหะชิ้นเดียวที่บางที่สุดในตลาด เพียง 7.95 มิลลิเมตร และยังทนทานต่อการบิดงอได้ดีขึ้น 42% เมื่อเทียบกับ Nothing Phone (3a) Pro

ดีไซน์โปร่งใสของโมดูลกล้องหลัง ใช้เทคนิคการฉีดขึ้นรูประดับนาโน ผสานเข้ากับโครงอะลูมิเนียมหลัก ทำให้เห็นรายละเอียดโครงสร้างเชิงกลที่ซ่อนอยู่ภายใน และมาพร้อม Glyph Matrix ทรงกลม

ด้านหน้ามาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ติดตั้งกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล ไว้ในช่องเจาะวงกลมตรงกึ่งกลางหน้าจอ ซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบออปติคัลไว้ใต้จอแสดงผล และได้รับการป้องกันด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 7i ซึ่งให้ความทนต่อรอยขีดข่วนมากขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน


ขอบด้านข้างมีปุ่มเพิ่มระดับเสียง ปุ่มลดระดับเสียง และ ปุ่มพาวเวอร์

อีกข้างมีปุ่ม Essential Key สามารถกดสั้นๆ ครั้งเดียว เพื่อจับภาพหน้าจอ, กด 2 ครั้งติดกัน เพื่อเข้าถึง Essential Space หรือกดค้างไว้เพื่อบันทึกเสียง

ด้านบนพบตำแหน่งของไมโครโฟนตัวที่ 2 ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง ขณะบันทึกเสียงและระหว่างคุยโทรศัพท์

ด้านล่างประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด (Dual Nano-SIM), ไมโครโฟนตัวหลัก, พอร์ต USB-C และ ลำโพง

นอกจากนี้ ตัวเครื่อง Nothing Phone (4a) Pro ยังผ่านการทดสอบมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP65 สามารถต้านทานน้ำที่มีความลึก 25 เซนติเมตร นานสูงสุด 20 นาที
Glyph Matrix

Nothing เคยนำอินเทอร์เฟซ Glyph Matrix มาใช้ครั้งแรกกับ Nothing Phone (3) ที่เปิดตัวในปีที่แล้ว ก่อนจะนำมาใช้กับ Nothing Phone (4a) Pro เป็นรุ่นที่ 2 ของแบรนด์ แต่ว่า Glyph Matrix ของ Phone (4a) Pro ประกอบด้วย mini-LED ความแม่นยำ 137 ดวง มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น 57% และให้ความสว่างมากกว่า 2 เท่า
Glyph Matrix สามารถใช้งานเป็นจอที่ 2 เพื่อแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ตัวจับเวลา, นาฬิกาดิจิทัล, สถานะแบตเตอรี่ รวมถึงใช้เป็นกระจกช่วยถ่ายเซลฟี่จากกล้องหลัง และตัวนับถอยหลังกล้อง

Glyph Matrix มาพร้อมฟีเจอร์ Essential Notifications สามารถปรับแต่งไอคอนให้กับรายชื่อผู้โทรของบุคคลสำคัญ และสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าได้ เช่น Uber, Google Calendar, Zomato, Just Eat และ Google Maps
กล้องหลัง 3 ตัว ระดับโปร

Nothing Phone (4a) Pro ติดตั้งระบบกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักจาก Sony พร้อมชัตเตอร์ความเร็วสูง 1 วินาที รองรับการซูมแบบ In-Sensor สูงสุด 2x, กล้อง Telephoto แบบ Periscope รองรับการการซูมแบบออปติคัล 3.5x ซูมแบบ In-Sensor สูงสุด 7x ไปจนถึงอัลตร้าซูม 140x และ กล้อง Ultra Wide สำหรับถ่ายภาพที่ระยะ 0.6x ช่วยให้กล้องหลังจับภาพได้ทุกรายละเอียด ไม่ว่าใกล้หรือไกล กลางวันหรือกลางคืน

- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony Lytia 700C ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.88 ระบบกันสั่น OIS และ EIS
- กล้อง Telephoto แบบ Periscope ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว รูรับแสง f/2.88 ระบบกันสั่น OIS และ EIS
- กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX355 ขนาด 1/4 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ให้มุมมองกว้าง 120 องศา
แอปกล้องของ Nothing Phone (4a) Pro รองรับโหมดถ่ายภาพ Portrait, Photo, Video, Night, Slo-mo, Time-lapse, Panorama และ Expert


โหมด Photo รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x ซึ่งเป็นการเปิดใช้งานกล้อง Ultra Wide ตามด้วยระยะ 1x, 2x, 3.5x, 7x จนสูงสุด 140x เมื่อแตะลูกศรชี้ขึ้น (ใต้ปุ่มชัตเตอร์) จะพบกับ Preset ซึ่งเป็นเหมือน Filter ที่ได้รับการปรับแต่งโดยช่างภาพมืออาชีพ เช่น Cold Retro Future, Urban, Cine Amber, Amber, Stretch, B&W Film, Retro, Soft Focus, Wide Angle, และ Lenticular แต่ละแบบมีการตั้งค่ากล้องมาให้แล้ว ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพแบบมือโปรได้อย่างง่ายดาย แม้ไม่มีทักษะด้านการถ่ายภาพมาก่อนเลย


โหมด Portrait รองรับการซูมที่ระยะ 1x, 2x , 3.5x สามารถปรับขนาดรูรับแสงเพื่อละลายฉากหลังได้ พร้อมเอฟเฟกต์โบเก้ 4 แบบ

โหมด Video รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x ตามด้วยระยะ 1x, 3.5x จนสูงสุด 20x รองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที หรือ 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที เมื่อทำการใช้งานไฟสีแดงด้านหลังตัวเครื่องจะกระพริบเท่ๆอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอ ผู้ใช้งานสามารถเปิดฟีเจอร์ Tuning เพื่อตั้งค่ากล้องอย่างละเอียดได้ ไม่ว่าจะเป็น ความคมชัด, ความอิ่มตัวของสี, อุณหภูมิสี, โทนสี, ความคมชัด, ความละเอียดของภาพ และ ขอบมืด
TrueLens Engine 4

นอกจากฮาร์ดแวร์กล้อง Nothing Phone (4a) Pro ยังได้รับการปรับปรุงคุณภาพกล้องด้วยระบบประมวลผล TrueLens Engine 4 โดยใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์แต่ละฉากในระดับพิกเซลสูงสุด 12 เลเยอร์ เพื่อปรับแต่งตัวแบบและฉากหลัง ให้ได้สีที่แม่นยำและสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างพื้นหน้าและพื้นหลัง ขณะที่การถ่ายภาพพอร์ตเทรต อาศัยการแบ่งส่วนด้วย AI ช่วยระบุองค์ประกอบภายในภาพพอร์ตเทรต ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงผิวหนัง แล้วค้นหารายละเอียด เช่น เส้นผม เพื่อสร้างโบเก้ที่เป็นธรรมชาติ โทนสีผิวที่แม่นยำ และรูปภาพที่สวยงาม

TrueLens Engine 4 ช่วยให้ระบบกล้องของ Nothing Phone (4a) Pro รองรับการถ่ายภาพแบบ Ultra XDR ที่มีความคมชัดสูง โดยถ่ายภาพ RAW รวม 13 เฟรม ที่มีค่าแสงแตกต่างกัน แล้วรวมเป็นภาพเดียวเพื่อเผยรายละเอียดสมจริง พร้อมเพิ่มความสว่างของทุกพิกเซลบนหน้าจอสูงสุดถึง 12 เท่า หรือถ่ายภาพ Ultra XDR แบบเคลื่อนไหว ด้วยการแตะปุ่มชัตเตอร์ได้นานสูงสุด 3 วินาที เพื่อบันทึกเสียง สี และการเคลื่อนไหว ในภาพเดียว และสามารถบันทึกภาพได้ประมาณ 90 เฟรม ไว้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ TrueLens Engine 4 ยังช่วยให้กล้องหลังของ Nothing Phone (4a) Pro สามารถถ่ายวิดีโอ 4K Ultra XDR ได้อย่างคมชัดในทุกสภาพแสง
กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

กล้องหน้าของ Nothing Phone (4a) Pro มีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.44 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 ใช้เลนส์มุมกว้างพิเศษ 89 องศา ให้พื้นที่ภาพกว้างขึ้น 10% เมื่อเทียบกับ Phone (3a) Pro เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่คนเดียว ไปจนถึงถ่ายภาพกลุ่มขนาดใหญ่
โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถปรับได้ 2 ระยะ 22mm และ 26mm สำหรับการถ่ายเซลฟี่แบบกลุ่มหรือคนเดียว ขณะที่โหมด Portrait สามารถปรับขนาดรูรับแสงเพื่อละลายฉากหลังได้ พร้อมเอฟเฟกต์โบเก้ 4 แบบ และโหมด Video ของกล้องหลัง สามารถบันทึกได้สูงสุด 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที







ชิป Snapdragon 7 Gen 4 + ระบบระบายความร้อน VC

Nothing Phone (4a) Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งใช้กระบวนการผลิต 4 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU ความเร็วสูงสุด 2.8GHz ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น 27% ขณะที่ GPU ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพเร็วขึ้น 30% ที่สำคัญก็คือ Snapdragon 7 Gen 4 มาพร้อม AI Engine ที่มีประสิทธิภาพด้าน AI เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับชิปรุ่นก่อน
นอกจากชิปประมวลผล Nothing Phone (4a) Pro ยังถูกสร้างมาให้ระบายความร้อนได้อย่างดี ด้วยกรอบอะลูมิเนียมซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบระบายความร้อนแบบรวมศูนย์ เมื่อทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อนแบบไอระเหย (Vapor Chamber) ขนาดใหญ่ 5,300 ตารางมิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่ระบายความร้อนรวมเพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับรุ่น Phone (3a) Pro ส่งผลให้ Phone (4a) Pro รองรับการใช้งานได้อย่างลื่นไหลเป็นเวลานาน โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพในระดับสูง

ขณะเดียวกัน จอแสดงผลของ Nothing Phone (4a) Pro ยังรองรับการเล่นเกมที่ใช้กราฟิกระดับ 120 FPS ได้นานต่อเนื่องกว่า 60 นาที แบบไม่มีอาการสะดุด พร้อมอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 2,500Hz ทำให้ควบคุมเกมได้แม่นยำ และด้วยมอเตอร์เชิงเส้นแกน X ช่วยเพิ่มแรงสั่นตอบสนอง ทำให้เล่นเกมได้สนุกสมจริงยิ่งขึ้น


ด้านความจำ Nothing Phone (4a) Pro ใช้ความจำ RAM ระดับเรือธง LPDDR5X และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล UFS 3.1 ช่วยให้เปิดแอปได้เร็วขึ้น ทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ลื่นไหล และรองรับภาระงานหนักๆ ได้อย่างราบรื่น โดยมีความจำ 3 ตัวเลือก ได้แก่ RAM 8GB + ROM 128GB / RAM 8GB + ROM 256GB / RAM 12GB + ROM 256GB
ทั้งนี้ ทีมงาน @flashfly ได้รับรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB มารีวิว ซึ่งได้ผลการทดสอบประสิทธิภาพจากแอปพลิเคชัน AnTuTu ได้ 1,422,219 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 486,356 คะแนน, GPU ทำได้ 313,519 คะแนน, Memory ทำได้ 251,107 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 371,237 คะแนน
แบตใหญ่ 5080mAh ชาร์จไว 50W

Nothing Phone (4a) Pro มีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5080mAh ให้อายุการใช้งานยาวนานสูงสุด 51 ชั่วโมง สำหรับการโทร หรือ ดูวิดีโอ YouTube ได้นาน 20 ชั่วโมง หรือ ฟังเพลงได้นานต่อเนื่อง 28 ชั่วโมง หรือ เลื่อนดู Instagram ได้นาน 25 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 50W ผ่านสาย USB-C ใช้เวลาชาร์จเพียง 30 นาที ก็มีพลังงานเพียงพอตลอดทั้งวัน ที่สำคัญ แบตเตอรี่ของ Nothing Phone (4a) Pro ยังสามารถรักษาความจุสูงสุดมากกว่า 90% แม้ผ่านการชาร์จไปแล้ว 1,200 รอบ จึงเป็นแบตเตอรี่ที่มีความทนทาน ให้อายุการใช้งานนานหลายปี

จอแสดงผล 10-bit AMOLED รีเฟรชเรต 144Hz

Nothing Phone (4a) Pro มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ที่มีความลึกสี 10-bit หรือ 1.07 พันล้านสี ความละเอียด 1260 x 2800 พิกเซล ขนาด 6.83 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 450 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) ให้อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 มีความสว่างทั่วไป 800 นิต ความสว่างสูงสุด 5000 นิต รองรับอัตรารีเฟรชแบบปรับอัตโนมัติสูงสุด 144Hz อัตราการตอบสนองต่อการกดของหน้าจอ 2500Hz ถนอมดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความถี่สูงสุด 2160Hz และได้รับการป้องกันหน้าจอด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 7i

สรุปราคาและการจำหน่าย

Nothing Phone (4a) Pro โดดเด่นด้วยอินเทอร์เฟซ Glyph Matrix ที่ใช้งานเหมือนเป็นจอแสดงผลรอง ตัวเครื่องโลหะแบบ Unibody ที่มีความแข็งแรงทนทาน ให้สัมผัสพรีเมียม ตอบโจทย์การถ่ายภาพด้วยระบบกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูง รองรับการซูมตั้งแต่ 0.6x ถึง 140x แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ชาร์จไว 50W จอแสดงผลขนาดใหญ่ ให้สีสันคมชัด อัตราการรีเฟรชสูงถึง 144Hz ความสว่างสูงสุด 5000 นิต และรองรับการเล่นเกมได้อย่างราบรื่น ด้วยขุมพลัง Snapdragon 7 Gen 4 พร้อมระบบระบายความร้อน VC ขนาดใหญ่
สรุปแล้ว Nothing Phone (4a) Pro เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่มีดีไซน์ระดับเรือธง ถ่ายภาพได้อย่างคมชัด โดยเฉพาะกล้อง Telephoto แบบ Periscope และกล้องหลักจาก Sony ซึ่งทั้งคู่มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการใช้งานด้านความบันเทิงและเล่นเกม เปิดตัวทางการในประเทศไทย 24 มีนาคมนี้ ใครที่สนใจติดตามกันได้เลย






