vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟน vivo X500 series อย่างทางการแล้วในประเทศจีน ซึ่งทีมงาน @flashfly มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสตัวจริงถึงนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อพรีวิว vivo X500 Pro Max ให้ได้ชมก่อนใคร โดยชูจุดเด่นที่ระบบกล้องคุณภาพสูงจาก ZEISS ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังหรือกล้องเซลฟี่ และยังมีสเปกระดับเรือธง รวมถึงดีไซน์สวยงามพรีเมียม อีกทั้งยังมาพร้อม vivo X500 Pro และ vivo X500 รุ่นมาตรฐาน

สเปก vivo X500 Pro Max

- จอแสดงผล 2K ZEISS Master Color ขนาด 6.85 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 144Hz
- กล้องหลัง 200MP Telephoto + 50MP Main + 50MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 9600 Pro
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, NFC, USB Type-C (USB 3.2)
- ลำโพงสเตอริโอคู่
- ไมโครโฟนบันทึกเสียงระดับมาสเตอร์แบบ 4 ตัว
- เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic
- ระบบปฏิบัติการ OriginOS 7 บนพื้นฐาน Android 17
- มาตรฐานทนน้ำและทนฝุ่น IP68 และ IP69
- แบตเตอรี่ BlueVolt 7800mAh
- รองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W
- มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Sunny White, Starry Gray, Moonlit Black และ Sunset Orange
- ขนาดตัวเครื่อง 163.32 x 76.82 x 8.12 มิลลิเมตร (Gray, White, Orange)
- น้ำหนัก 229 กรัม (Gray, White, Orange)
ดีไซน์พรีเมียม เด่นที่โมดูลกล้องหลัง

ดีไซน์โดยรวมของ vivo X500 Pro Max ดูคล้ายกับ vivo X300 Ultra หรือ vivo X300 Pro ด้วยโมดูลกล้องหลังแบบวงแหวนขนาดใหญ่ แต่สังเกตได้ว่าแฟลช LED ที่ติดตั้งไว้ที่มุมบน อยู่ในกรอบวงกลม ขณะที่รุ่นก่อนหน้า ใช้กรอบรูปทรงแคปซูล

vivo X500 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Sunny White, Starry Gray, Moonlit Black และทีมงาน @flashfly ได้รับสี Sunset Orange มารีวิว ซึ่งถ้ามองดูฝาหลังดีๆ จะเห็นว่ามีพื้นผิวแบบทูโทน เนื่องจากพื้นที่ส่วนบนครอบคลุมโมดูลกล้องหลังมี Texture ที่เกิดจากจุดเล็กๆ จำนวนมาก ขณะที่พื้นผิวส่วนล่างไม่มีลวดลายใดๆ

โมดูลกล้องหลังแบบวงแหวนขนาดใหญ่ ติดโลโก้ ZEISS และ T* (T Star) ไว้ตรงกึ่งกลาง ส่วนขอบโมดูลกล้องผ่านการแกะสลักแบบ Sunburst ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาสุดหรู ให้ความรู้สึกเหมือนกล้องระดับมืออาชีพ

vivo X500 Pro Max มาพร้อมกรอบอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ด้านหลังใช้ AG Glass (ยกเว้นสีดำเป็น Glass Fiber) อีกทั้งยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP68 + IP69 สามารถป้องกันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ และต้านทานน้ำได้นาน 30 นาที ที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร รวมถึงต้านทานน้ำที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 80 องศาเซลเซียส

ด้านหน้าเป็นพื้นที่ของจอแสดงผล ขนาด 6.85 นิ้ว ติดตั้งกล้องหน้า 50 ล้านพิกเซล ไว้ในช่องเจาะวงกลม และซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Ultrasonic ไว้ใต้หน้าจอ

ขอบด้านข้างมีความบาง 8.12 มิลลิเมตร (สีดำบางเพียง 7.95 มิลลิเมตร) มีปุ่มทางลัดแบบเดียวกับ vivo X300 Pro อีกข้างติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียง ไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์

ด้านบนของตัวเครื่องพบลำโพงสเตอริโอ เมื่อขับเสียงร่วมกับลำโพงด้านล่าง

ด้านล่าง ประกอบด้วย ลำโพงตัวหลัก ไมโครโฟนแบบคู่ พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C (USB 3.2) และถาดใส่ซิมการ์ด
ระบบกล้องที่ได้รับการอัปเกรดใหม่

vivo X500 Pro Max ได้รับการพัฒนาระบบกล้องขึ้นมาใหม่ เริ่มจากกล้องหลัก ZEISS TrueDynamic Main Camera ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง vivo กับ Sony ใช้เซ็นเซอร์ LYTIA L910 ขนาด 1/1.28” รูรับแสง f/1.57 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 24 มม. ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS ประสิทธิภาพระดับ Gimbal (มุมชดเชย 3 องศา)
กล้องหลักของ vivo X500 Pro Max มาพร้อมเทคโนโลยี LOFIC (Lateral Overflow Integration Capacitor) เพิ่มตัวเก็บประจุเข้าไปในแต่ละพิกเซลของเซ็นเซอร์รับภาพ เพื่อรองรับปริมาณแสงที่เกินขีดจำกัด ช่วยให้เซ็นเซอร์เก็บรายละเอียดในส่วนที่สว่างจ้าได้ดียิ่งขึ้น และให้ช่วงไดนามิกกว้างถึง 17EV หรือ 17 Stop สามารถเก็บภาพในฉากที่มีความซับซ้อนของแสงได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะฉากที่มีทั้งแสงสว่างจ้าและส่วนที่มืด



กล้องหลัก ZEISS TrueDynamic Main Camera ยังช่วยยกระดับการถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์ ด้วยความละเอียด 4K HDR ที่ 120FPS หรือ 4K ที่ 240FPS ในโหมด Slow Motion และสามารถบันทึกวิดีโอสูงสุดระดับ 8K

กล้องซูมของ vivo X500 Pro Max เรียกว่า ZEISS APO Telephoto Camera ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP0 ขนาด 1/1.4” รูรับแสง f/2.67 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 85 มม. มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS มาตรฐาน CIPA 7.0 พร้อมระบบ AF Tracking ระดับ 60FPS



กล้อง ZEISS APO Telephoto Camera ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์เลี้ยง คอนเสิร์ต หรือ การแสดงบนเวที รองรับการซูมแบบ In-sensor Zoom ที่ระยะ 4x ด้วยฮาร์ดแวร์ และทำงานร่วมกับระบบ Super Capture Engine ของ vivo สามารถซูมได้ไกลสูงสุดถึง 30x และสามารถซูมได้ไกลสูงสุดถึง 100x

vivo X500 Pro Max เก็บภาพมุมมองกว้างพิเศษด้วยกล้อง ZEISS Ultra Wide-Angle Camera ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN5 (อัปเกรดจาก JN1 ที่ใช้ใน vivo X300 Pro สามารถจับโฟกัสได้ดีขึ้นกว่าเดิม) มีขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.75″ รูรับแสง f/2.0 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 15 มม.

สำหรับกล้องหน้า vivo X500 Pro Max ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN1 ขนาด 1/2.76″ รูรับแสง f/2.0 ทางยาวโฟกัส 20 มม. ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ให้มุมมองกว้าง 92 องศา
ชิประดับ 2 นาโนเมตร ตัวแรกของ MediaTek

vivo X500 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Dimensity 9600 Pro ซึ่งเป็นชิปเซ็ตขนาด 2 นาโนเมตร รุ่นแรกของ MediaTek โดยมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง CPU ใหม่ ด้วยการเพิ่มจำนวนคอร์ระดับ Ultra เป็น 2 คอร์ และลดจำนวนคอร์ขนาดเล็กระดับ Pro ลง 1 คอร์ ประกอบด้วย 2x Arm C2-Ultra + 3x C2-Pro + 3x C2-Pro ให้ประสิทธิภาพแบบ Single-core สูงขึ้น 17% และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น 37% ส่วนงานแบบ Multi-threaded มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 15% และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้นถึง 61%
ในส่วนของ GPU ใช้ Mali-G2 Ultra NX ซึ่งรองรับการเล่นเกมที่เฟรมเรตสูงกว่า 185 FPS โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดเพิ่มขึ้น 27% ประสิทธิภาพการประมวลผล Ray Tracing เร็วขึ้น 18% และประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น 24% นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี Neural Graphics Rendering ที่ช่วยให้การทำ Super Resolution มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

ด้านความจำของ vivo X500 Pro Max เครื่องที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมาพรีวิว มีความจำ RAM 12GB จับคู่กับ ROM 512GB พร้อมรองรับฟีเจอร์ Extended RAM สามารถยืมพื้นที่ ROM มาใช้เป็น RAM ชั่วคราวได้สูงสุด 24GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 36GB

จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า vivo X500 Pro Max (RAM 12GB + ROM 512GB) ทำได้สูงถึง 3,649,795 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 935,714 คะแนน, GPU ทำได้ 1,538,241 คะแนน, Memory ทำได้ 459,752 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 716,088 คะแนน
จอแสดงผล 2K ZEISS Master Color รีเฟรชเรต 144Hz
vivo X500 Pro Max มาพร้อมจอแสดงผล 2K ZEISS Master Color ความละเอียด 1440 x 3168 ขนาด 6.85 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 507 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz ให้ความสว่างสูงสุด 4400nits รองรับ HDR, Dolby Vision และได้รับมาตรฐาน ZEISS Master Color จึงแสดงสีสันได้อย่างคมชัดสมจริงเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะการเปิดดูภาพถ่ายหรือวิดีโอที่บันทึกจากกล้องหลังของสมาร์ตโฟน ที่ใช้เลนส์ของ ZEISS เช่นกัน
จอแสดงผลของ vivo X500 Pro Max ใช้วัสดุเปล่งแสง Q11 ของ BOE ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (เมื่อเทียบกับ Q10 plus ของ vivo X300 Ultra) แผงหน้าจอ Q11 ของ BOE ยังถูกปรับปรุงให้ปัญหาภาพเบลอขณะเลื่อนหน้าจอลดลงถึง 93% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ปรับปรุงความสม่ำเสมอของสีได้ถึง 43% และความสม่ำเสมอของความสว่างได้ถึง 22% เพื่อให้สีและความสว่างมีความสม่ำเสมอมากขึ้นทั่วทั้งหน้าจอ อีกทั้งยังใช้พลังงานน้อยกว่าหน้าจอ 1.5K ของรุ่นก่อนหน้าถึง 21% ขณะที่อายุการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
นอกจากนี้ จอแสดงผลของ vivo X500 Pro Max ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน Low Blue Light จาก SGS ช่วยป้องกันดวงตาจากแสงสีฟ้า โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอในที่แสงน้อยเป็นเวลานาน และลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาจากการกะพริบของหน้าจอ

แบตใหญ่ 7800mAh ชาร์จไว 90W

อีกจุดเด่นที่น่าสนใจของ vivo X500 Pro Max คือการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม แต่ยังคงรักษาความบางของตัวเครื่อง ด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 7800mAh (vivo X300 Ultra มีความจุ 6600mAh และ vivo X300 Pro มีความจุ 6510mAh) เมื่อผสานรวมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ใช้กระบวนการผลิต 2 นาโนโมตร ยิ่งช่วยให้ vivo X500 Pro Max มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น ขณะที่การชาร์จ ยังสนับสนุนชาร์จเร็ว 90W ผ่านสาย USB-C และรองรับชาร์จเร็วแบบไร้สาย 40W
สรุป

vivo X500 Pro Max เป็นสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดของ vivo X500 series ที่เปิดตัวพร้อมกันในปีนี้ โดดเด่นด้วยดีไซน์ระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ด้านการถ่ายภาพด้วยระบบกล้อง ZEISS ความละเอียดสูง ที่ได้รับการอัปเกรดให้ถ่ายวิดีโอได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนบันทึกภาพยนตร์ อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปขนาด 2 นาโนเมตรรุ่นแรกของ MediaTek จอแสดงผล 2K ZEISS Master Color ขนาด 6.85 นิ้ว ให้ความคมชัดสูง และยังมีความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น จึงรองรับการใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม เมื่อเทียบกับ vivo X300 Ultra หรือ vivo X300 Pro สรุปแล้ว vivo X500 Pro Max เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาเรือธงรุ่นใหม่ที่ตอบสนองการใช้งานด้านการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอระดับมืออาชีพ พร้อมรองรับการใช้งานด้านความบันเทิงได้อย่างลงตัวในเครื่องเดียว เตรียมลุ้นเข้าไทยเร็วๆนี้

นอกจากนี้ vivo X500 Pro Max ยังออกแบบมาให้รองรับชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ที่ให้ระยะซูม 400 มม. ที่เปิดตัวพร้อม vivo X300 Ultra

ชุดเลนส์เสริม Gen 2 Ultra มีความยาว 116 มิลลิเมตร น้ำหนัก 248 กรัม สามารถขยายกำลังซูมออปติคัลของกล้อง Telephoto ได้ประมาณ 17.4x ภายในใช้โครงสร้างชิ้นเลนส์แบบ Kepler ประกอบด้วยเลนส์กระจก 14 ชิ้น + 1 Glass Molded (ชิ้นเลนส์คุณภาพสูง) ซึ่งผ่านมาตรฐาน ZEISS APO ช่วยควบคุมแสง ลดความคลาดเคลื่อนสี ทำให้ซูมไกล ได้อย่างคมชัด ไม่ผิดเพี้ยน





