นับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่มีการติดตั้งกล้องหลัง 200 ล้านพิกเซล เท่ากันทั้ง 3 ตัว บนสมาร์ตโฟน OPPO Find X10 Pro Max โดยกล้องแต่ละตัวได้รับการพัฒนาร่วมกับแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Hasselblad เพื่อถ่ายทอดสีสันให้เป็นธรรมชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Hasselblad True-to-Life Camera ผสานเทคโนโลยีประมวลผลภาพ LUMO True Image Engine เจเนอเรชันใหม่จาก OPPO ทำให้ภาพถ่ายสมจริงอย่างที่ตาเห็น พร้อมรองรับชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad ช่วยยกระดับการถ่ายภาพให้เป็นมืออาชีพ

สเปก OPPO Find X10 Pro Max

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz
- กล้องหลัง 200MP Main + 200MP Telephoto + 200MP Ultra Wide
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 9600 Pro
- ความจำ RAM 16GB (LPDDR5X) + ROM 512GB (UFS 4.1)
- ขยาย RAM ได้สูงสุด 12GB ผ่านฟีเจอร์ RAM Expansion
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 6.2, NFC, USB Type-C (USB 3.2 Gen 1), USB OTG
- เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS (L1+L5), GLONASS (G1), BDS (B1I+B1C+B2a+B2b), Galileo (E1+E5a+E5b), QZSS (L1+L5), NavIC (L5)
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Gyroscope, Proximity, Ambient Light, Color Temperature, Laser Autofocus, Spectral, Infrared, E-compass, Hall Sensor
- ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ 3D Ultrasonic และ ระบบจดจำใบหน้า
- ไมโครโฟน 4 ตัว
- ระบบปฏิบัติการ ColorOS 17 บนพื้นฐาน Android 17
- มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66, IP68 และ IP69
- แบตเตอรี่ 8000mAh
- รองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 80W SUPERVOOC และแบบไร้สาย 50W AIRVOOC
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Luna White และ Titanium Grey
- น้ำหนัก 233 กรัม (Luna White)
แกะกล่อง OPPO Find X10 Pro Max



กล่องบรรจุภัณฑ์ของ OPPO Find X10 Pro Max ดูภายนอกคล้ายกับกล่องของ OPPO Find X9 Pro แตกต่างที่ชื่อรุ่นบนหน้ากล่อง แต่เมื่อยกฝากล่องออกไป จะเห็นว่าตัวกล่องจริงๆ ที่อยู่ด้านในเป็นสีดำ โดยพบกล่องเอกสารเป็นอย่างแรก และแถมเคสมาให้ด้วย 1 อัน เป็นเคสสีขาว เข้ากับตัวเครื่องสีขาว Luna White ที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิว



แน่นอนว่าภายในกล่องต้องมี OPPO Find X10 Pro Max ซึ่งนอนอยู่ในซองอย่างดี หลังจากหยิบสมาร์ตโฟนออกไป จะพบกับหัวชาร์จ, สายชาร์จ และ เข็มช่วยถอดช่องใส่ซิมการ์ด
ดีไซน์จากกล้องมืออาชีพ



ดีไซน์ภายนอกของ OPPO Find X10 Pro Max ได้แรงบันดาลใจมาจากกล้องระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะสีขาว Luna White ที่ฝาหลังมีพื้นผิวแบบทูโทน ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างกระจกผิวด้านเรียบเนียนกับลวดลายคล้ายผ้า เพิ่มความสวยงามและความประณีตในทุกรายละเอียด




โมดูลกล้องหลังมีรูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมุมโค้งมนครอบทับด้วยกระจกสีดำ ตกแต่งขอบด้วยลายร่องที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องคลาสสิก ตัดขอบด้วยวงแหวนสีส้มด้านอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hasselblad ให้ภาพลักษณ์เหมือนกล้องมืออาชีพ ข้างกันเป็นตำแหน่งของกล้อง True Color และแฟลชคู่ เรียกรวมกันว่า LUMO Camera System ติดตั้งอยู่ในโมดูลรูปทรงแคปซูลที่มีพื้นผิวโลหะสีเงินด้าน OPPO เรียกดีไซน์นี้ว่า LUMO Camera Island


นอกจากสีขาวที่ทีมงาน @flashfly ได้รับมารีวิว OPPO Find X10 Pro Max ยังมีสีเทา Titanium Grey เป็นอีกทางเลือก ให้ภาพลักษณ์เรียบง่าย คลาสสิก โดยใช้ฝาหลังที่ขึ้นรูปจากกระจกชิ้นเดียว ดีไซน์พื้นผิวให้โค้งรับกับบริเวณกล้องอย่างประณีตและต่อเนื่อง ช่วยให้ส่วนนูนของกล้องดูกลมกลืนกับตัวเครื่องมากขึ้น

ด้านหน้าเป็นพื้นที่ของจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ดีไซน์ขอบจอบางเป็นพิเศษ 1.15 มิลลิเมตร และบางเท่ากันรอบด้าน ติดตั้งกล้องหน้าไว้ในช่องเจาะวงกลม ซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ใต้หน้าจอ และปกป้องหน้าจอด้วยกระจก Crystal Guard ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Corning


กรอบตัวเครื่องโลหะบาง 8.40 มิลลิเมตร มาพร้อมปุ่ม Snap Key ใช้เป็นปุ่มทางลัดเปิดฟังก์ชันต่างๆ ที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า เช่น สลับโปรไฟล์เสียง, ไฟฉาย, บันทึกเสียง, แปลภาษา โดยค่าเริ่มต้นถูกกำหนดให้กดครั้งเดียวเพื่อจับภาพหน้าจอ กดสองครั้งจะเปิดใช้งาน AI Mind Space และ กดค้างไว้เพื่อบันทึกเสียง

อีกข้างติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียงไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์

มุมมองด้านบนมีลำโพง ให้เสียงสเตอริโอ เมื่อขับเสียงร่วมกับลำโพงด้านล่าง

ด้านล่างพบลำโพงตัวหลัก, ไมโครโฟนคู่, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และถาดใส่ซิมการ์ด

ภายใต้ดีไซน์ที่สวยงามพรีเมียม OPPO Find X10 Pro Max ยังถูกสร้างมาให้มีความทนทาน ผ่านมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP66, IP68 และ IP69 ซึ่งหมายถึงป้องกันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ และป้องกันความเสียหายจากน้ำได้อย่างดี (อยู่รอดในน้ำสะอาดที่ความลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที) นอกจากนี้ ยังผ่านการรับรองมาตรฐานความแข็งแกร่งระดับ 5 ดาว จาก SGS จึงทนทานต่อแรงกระแทกจากการทำหล่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

กล้อง Hasselblad 200MP ทั้ง 3 เลนส์รุ่นแรกในโลก

OPPO Find X10 Pro Max ได้ชื่อว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกล้องหลัง 600 ล้านพิกเซล ซึ่งมาจากกล้องหลัง 3 ตัว ที่มีความละเอียดเท่ากัน 200 ล้านพิกเซล ทั้งกล้องหลัก, กล้อง Telephoto แบบ Periscope และ กล้อง Ultra Wide โดยกล้องแต่ละตัวได้รับการพัฒนาร่วมกับแบรนด์กล้องระดับโลก Hasselblad เสริมด้วยกล้อง True Color ทำให้ภาพถ่ายมีสีสันคมชัดสมจริงอย่างเป็นธรรมชาติ

- กล้องหลัก Hasselblad 200MP ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HPC ขนาด 1/1.3 นิ้ว ระยะโฟกัสเทียบเท่า 24 มม. รูรับแสง f/1.5 ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้อง Hasselblad 200MP Telephoto แบบ Periscope ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ระยะโฟกัสเทียบเท่า 70 มม. รูรับแสง f/2.1 ระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้อง Hasselblad 200MP Ultra Wide ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ระยะโฟกัสเทียบเท่า 13 มม. รูรับแสง f/2.2 รองรับระบบโฟกัสอัตโนมัติ ให้มุมมองกว้างถึง 124 องศา
- กล้อง True Color ใช้เซ็นเซอร์สเปกตรัม 24 ช่องสัญญาณ วัดความแปรผันของอุณหภูมิสีในโซนต่างๆ อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการถ่ายภาพในฉากที่มีสภาพแสงท้าทาย เช่น บริเวณที่มีแสงน้อยในเวลากลางคืน และ อยู่ภายใต้แสงนีออน อีกทั้งยังให้ช่วงไดนามิกกว้างขึ้น 5.5 เท่า ช่วยให้การแสดงผลของสีสันออกมาสมจริงที่สุด

เซ็นเซอร์ ISOCELL HPC ของกล้องหลัก Hasselblad 200MP เป็นเซ็นเซอร์รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี DeepPix ซึ่งเพิ่มความจุในการกักเก็บประจุของพิกเซล (Full-Well Capacity หรือ FWC) ขึ้น 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แทนที่จะเพิ่มพื้นที่กักเก็บประจุไว้ข้างโฟโตไดโอดแบบ LOFIC ทำให้กล้องหลักรองรับช่วงไดนามิกสูงสุด 17 สต็อป
เทคโนโลยี DeepPix ใช้การออกแบบโครงสร้างพิกเซลใหม่โดยตรง เมื่อแสงเข้าสู่พิกเซล แสงจะถูกเปลี่ยนเป็นอิเล็กตรอน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการกักเก็บ ถ่ายโอน และอ่านค่า การเพิ่มช่วงไดนามิกจึงต้องอาศัยพิกเซลที่สามารถรับและจัดการอิเล็กตรอนได้มากขึ้น โดยไม่สูญเสียข้อมูล

กล้อง Hasselblad 200MP Telephoto รองรับการถ่ายภาพเทเลมาโคร ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 10 ซม. สามารถเก็บรายละเอียดเล็กๆ ได้อย่างคมชัด โดยไม่ต้องนำกล้องเข้าใกล้วัตถุมากเกินไป และรองรับการครอปภาพภายในเซ็นเซอร์โดยไม่สูญเสียคุณภาพ สามารถซูมที่ระยะ 6 เท่า (ระยะโฟกัสเทียบเท่า 140 มม.) ด้วยความละเอียด 50MP และด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ยังช่วยสร้างโบเก้ที่เป็นธรรมชาติให้ตัวแบบแยกออกจากฉากหลังอย่างโดดเด่น

กล้อง Hasselblad 200MP Ultra Wide ทำให้ OPPO Find X10 Pro Max เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในอุตสาหกรรม ที่มีความละเอียดสูงระดับ 200MP โดยใช้เลนส์ 13 มม. แบบ 7 ชิ้นเลนส์ ให้มุมมองกว้างถึง 124 องศา นับเป็นหนึ่งในกล้อง Ultra Wide บนสมาร์ตโฟนที่ให้มุมมองกว้างที่สุด พร้อมรองรับระบบโฟกัสอัตโนมัติ ช่วยให้ถ่ายภาพทิวทัศน์มีความคมชัด เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน และสามารถใช้งานเป็นกล้องมาโครคุณภาพสูง ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 4 ซม.

ระบบกล้องหลังของ OPPO Find X10 Pro Max ยังมาพร้อมเทคโนโลยีประมวลผลภาพ LUMO True Image Engine เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ถ่ายทอดภาพอย่างสมจริง ด้วยสีสันแม่นยำและโทนภาพเป็นธรรมชาติ โดยไม่ปรุงแต่งผ่านอัลกอริทึมจนเปลี่ยนไปจากสิ่งที่ตาเห็น
LUMO True Image Engine ช่วยรักษาความแตกต่างของสีและความสว่างตามธรรมชาติ ไม่ปรับผิวให้สว่างหรือขาวจนเกินไป ลดการปรับโทนเฉพาะจุดและการประมวลผล HDR เพื่อรักษาคอนทราสต์ตามธรรมชาติของฉาก ให้ส่วนสว่างยังคงสว่าง ส่วนเงายังคงลึก และกลมกลืนกับธรรมชาติ

แอปกล้องของ OPPO Find X10 Pro Max รองรับโหมดถ่ายภาพ Master, Video, Photo, Portrait, Hasselblad Hi-Res, Night, Panorama, Pro Video, Slo-mo, Time-lapse, Long Exposure, Underwater, Sticker, Text, Scan Docs, XPAN และ Hasselblad Teleconverter (ใช้งานร่วมกับชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad)

โหมด Photo รองรับการซูมในช่วง 0.5x, 1x, 2x, 3x, 6x สูงสุด 120x มาพร้อมฟีเจอร์ Recompose ช่วยจัดองค์ประกอบภาพให้สวยงามด้วย AI ถัดลงมาเป็นฟีเจอร์ LUMO Color Palette สำหรับปรับโทนสีตามต้องการ ส่วนแถบเครื่องมือด้านบนมีไอคอนสำหรับใช้งานแฟลช, Motion Photo, ปรับค่าชดเชยแสง EV และเมื่อแตะที่ไอคอน 6 จุด (มุมบนขวา) จะเปิดการตั้งค่ากล้องเพิ่มเติม เช่น Aspect ratio, Action mode, Macro shot, Auto HDR, Timer

เมื่อแตะที่ชื่อโหมด Photo (เหนือปุ่มชัตเตอร์) จะพบกับฟีเจอร์ Smart scenes ซึ่งมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ Stage (สำหรับถ่ายภาพคอนเสิร์ตหรือการแสดงบนเวที), Silhouette (สำหรับถ่ายภาพเงาเบื้องหน้าฉาก) และ Fireworks (สำหรับถ่ายภาพดอกไม้ไฟ)

โหมด Portrait รองรับการซูมในช่วง 1x (24mm), 2x (47mm), 3x (70mm) มีฟีเจอร์ LUMO Color Palette เช่นเดียวกัน

โหมด Hasselblad Hi-Res รองรับการถ่ายภาพความละเอียดสูง 200 ล้านพิกเซล โดยค่าเริ่มต้นกำหนดไว้ที่ 50 ล้านพิกเซล ผู้ใช้งานต้องสลับไปยังโหมด 200 ล้านพิกเซล ที่ไอคอนความละเอียด 200MP (แถบเครื่องมือด้านบน) เมื่อเลือกโหมด 200MP สามารถซูมได้ที่ระยะ 0.5x, 1x และ 3x แต่ในโหมด 50MP จะสามารถซูมได้ที่ระยะ 0.5x, 1x, 2x, 3x และ 6x

โหมด XPan ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องฟิล์มของ Hasselblad เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ตามธรรมชาติ ถ่ายภาพแนวสตรีท รวมไปถึงถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่ให้อารมณ์เหมือนฉากในภาพยนตร์ ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การถ่ายภาพจากแบรนด์กล้องระดับโลก ด้วยอัตราส่วนภาพ 65:24 รองรับการซูมได้ที่ระยะ 0.5x, 1x, 2x, 3x พร้อมด้วยฟิลเตอร์ B&W, Fresh, Emerald, Clear และ Neon

โหมด Video รองรับการซูมในช่วง 0.5x, 1x, 2x, 3x, 6x สูงสุด 18x สามารถบันทึกความละเอียดสูงสุด 8K 30fps หรือ 4K 120fps มาพร้อมฟีเจอร์ Smart scenes (Stage/Fireworks) มีฟีเจอร์ Retouch ปรับความงามบนใบหน้าได้ และ Filters ให้เลือกหลายแบบ เช่น Primrose, Vibrant, Vintage, Fresh, Clear, Neon, Cold flash, Warm flash, Bold B&W, Vivid, Shine, Serenity, Natural, Food
ถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ

ด้วยเทคโนโลยี DeepPix ที่มาพร้อมกล้องหลัก Hasselblad 200MP ช่วยให้ OPPO Find X10 Pro Max สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงเทียบเท่ากล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ เพียงบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหลัก เลือกใช้ความละเอียด 4K ที่ 30fps หรือ 60fps เปิดใช้งาน Dolby Vision และตั้งระยะซูมไว้ที่ 1x

เทคโนโลยี DeepPix ถูกพัฒนาขึ้นภายในโครงสร้างพิกเซลของเซ็นเซอร์โดยตรง จึงรองรับช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นสูงสุด 17 สต็อป โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม ช่วยเก็บรายละเอียดในฉากที่มีความต่างของแสงสูง ทั้งในส่วนที่สว่างจ้าและเงามืด ซึ่งเคยเป็นความท้าทายสำหรับกล้องสมาร์ตโฟน

กล้องหลังของ OPPO Find X10 Pro Max ใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัล (OIS) ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ไขการสั่นไหวในแนวหมุนได้อย่างชาญฉลาดสูงสุด 5 องศา ด้วยการหมุนและปรับเฟรมเล็กน้อย ช่วยชดเชยภาพเอียงโดยไม่ได้ตั้งใจ (เปิดใช้งานระบบป้องกันภาพสั่นไหวในโหมด Video ได้ที่ไอคอน Ultra Steady)

นอกจากโหมด Video ปกติ OPPO Find X10 Pro Max ยังมีโหมด Pro Video ที่รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Open Gate บนกล้องหลังทั้ง 3 ตัว แบบเดียวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ โดยใช้พื้นที่รับภาพเต็มเซ็นเซอร์ จึงเก็บภาพในแนวตั้งได้มากขึ้น 66% และแนวนอนได้มากขึ้น 25% เมื่อเทียบกับการบันทึกวิดีโอแบบมาตรฐาน

การถ่ายวิดีโอแบบ Open Gate เหมาะสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการถ่ายวิดีโอครั้งเดียว แล้วนำไปแก้ไขหลังการถ่ายทำได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะครอป ปรับเฟรมเป็นแนวนอน แนวตั้ง หรืออัตราส่วนอื่นๆ ให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มต่างๆ และยังรองรับ O-Log2 เพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับแต่งสีระดับมืออาชีพ

เมื่อเปิดใช้งานการถ่ายวิดีโอแบบ Open Gate จะพบกับตัวเลือก O-Log2 ซึ่งเป็นรูปแบบการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงของ OPPO สามารถบันทึกวิดีโอ 4K 60fps, 4K 120fps และ 8K 30fps โดยเก็บข้อมูลโทนภาพและสีสันไว้อย่างครบถ้วนในโปรไฟล์ภาพแบบ Flat ช่วยให้ครีเอเตอร์มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการปรับแต่งสีหลังการถ่ายทำ

การบันทึกวิดีโอในรูปแบบ O-Log2 ยังรองรับ 3D LUT สามารถแสดงตัวอย่าง LUT แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถดูโทนสีที่ปรับแต่งเองบนหน้าจอได้ขณะถ่าย พร้อมบันทึกไฟล์ Log แบบ Flat ที่คงช่วงไดนามิกไว้สูงสุดสำหรับการปรับแต่งสีภายหลัง หรือเลือกใช้ LUT กับวิดีโอที่บันทึกโดยตรง เพื่อให้ได้ภาพสไตล์ภาพยนตร์ที่พร้อมใช้งานจากสมาร์ตโฟนโดยไม่ต้องปรับแต่งสีเพิ่มเติม

นอกจากนี้ OPPO ยังทำงานร่วมกับ Blackmagic Design อย่างใกล้ชิด เพื่อนำแอปพลิเคชัน Blackmagic Camera มาปรับใช้กับสมาร์ตโฟน OPPO Find X10 Pro Max ทำให้เป็นอุปกรณ์สำหรับการถ่ายวิดีโอระดับภาพยนตร์อย่างสมบูรณ์แบบ

แอป Blackmagic Camera บน OPPO Find X10 Pro Max มาพร้อมการควบคุมแบบกล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ ผู้ใช้งานสามารถปรับอัตราเฟรม, มุมชัตเตอร์, ไวต์บาลานซ์, ISO และตั้งค่าการถ่ายภาพสำคัญอื่นๆ ได้โดยตรง พร้อมเครื่องมือระดับมืออาชีพ เช่น ไทม์โค้ด, ฮิสโตแกรม, มิเตอร์วัดระดับเสียง, ตัวช่วยโฟกัส และ เส้นไกด์จัดเฟรม

การจับมือกันระหว่าง OPPO กับ Blackmagic Design ยังทำให้แอป Blackmagic Camera รองรับการบันทึกวิดีโอ Dolby Vision บนอุปกรณ์ Android ได้โดยตรงเป็นครั้งแรก เมื่อผสานกับการบันทึกวิดีโอแบบ Open Gate และ O-Log2 ครีเอเตอร์จึงสามารถใช้ฟีเจอร์การถ่ายภาพและวิดีโอสำคัญของ OPPO Find X10 Pro Max ผ่านเวิร์กโฟลว์วิดีโอระดับมืออาชีพได้อย่างครบครัน
LUMO Color Palette

แอปกล้องของ OPPO Find X10 Pro Max มาพร้อม LUMO Color Palette ที่ต่อยอดมาจากเทคโนโลยีประมวลผลภาพ LUMO True Image Engine สามารถเปิดใช้งานได้จากไอคอนมุมขวาล่าง เมื่อเปิดใช้งานจะพบตารางใต้ปุ่มชัตเตอร์ สามารถแตะเพื่อปรับแต่งได้ตามต้องการ โดยปรับโทนภาพในแนวตั้ง และปรับความอิ่มตัวของสีในแนวนอน

การปรับแต่ง LUMO Color Palette ทำงานโดยตรงภายในกระบวนการประมวลผลภาพ พร้อมรักษาองค์ประกอบสำคัญ เช่น โทนสีผิวอย่างชาญฉลาด ให้ผู้ใช้งานทดลองสไตล์ภาพได้อย่างอิสระ โดยภาพรวมยังคงเป็นธรรมชาติและสมดุล

นอกจากนี้ LUMO Color Palette ยังมีสไตล์ภาพในตัว 18 แบบ รวมถึงสไตล์ใหม่อย่าง Pearl และ Amber สำหรับภาพบุคคล โดย Pearl ให้โทนผิวดูขาวขึ้นในโทนเย็น ขณะที่ Amber เพิ่มโทนสีอำพันอบอุ่น นอกจากนี้ ยังมีสไตล์จำลองฟิล์มคลาสสิก เช่น Portra, Positive Film, NC และ CC
ชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad



OPPO Find X10 Pro Max รองรับชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกล้อง Hasselblad 200MP Telephoto โดยใช้โครงสร้างเลนส์แก้วทรงกลมทั้งหมด 13 ชิ้น แบ่งเป็น 3 ชุด ในรูปแบบ 4 + 4 + 5 ชิ้น ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของภาพ เพื่อให้ภาพคมชัดขึ้น

กล้อง Hasselblad 200MP Telephoto ของ OPPO Find X10 Pro Max สามารถซูมออปติคัล 3 เท่า พร้อมซูมแบบ Lossless ที่ระยะ 6 เท่า แต่ถ้าใช้งานร่วมกับชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad จะสามารถเพิ่มกำลังขยายแบบออปติคัล 3.28 เท่า ให้ระยะเทียบเท่า 230 มม. (10 เท่า), 460 มม. (20 เท่า) และ 920 มม. (40 เท่า)

สำหรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K หรือ 1080p ทั้ง 60fps และ 30fps สามารถซูม 10 เท่า, 20 เท่า และ 40 เท่า
กล้องหน้า 50MP Selfie Camera

กล้องหน้าของ OPPO Find X10 Pro Max มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL JN5 ขนาด 1/2.75” ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 18 มม. รูรับแสง f/2.0 รองรับระบบโฟกัสอัตโนมัติ ให้มุมมองกว้าง 100 องศา


โหมด Photo ของกล้องหน้าซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x รองรับฟีเจอร์ LUMO Color Palette เหมือนกล้องหลัง ขณะที่โหมด Portrait ซูมได้ 2 ระยะ 0.8x และ 1x และรองรับโหมด Hasselblad Hi-Res สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล

โหมด Video ของกล้องหน้าซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K 60fps มีฟีเจอร์ Retouch ปรับความงามบนใบหน้าอย่างละเอียด ขณะที่ Filters มีให้เลือกหลายแบบ เช่น Primrose, Vibrant, Vintage, Fresh, Clear, Neon, Bold B&W, Vivid, Shine, Serenity, Natural, Food
Dimensity 9600 Pro ชิปเรือธง 2nm

OPPO Find X10 Pro Max ใช้ชิปประมวลผลระดับเรือธง Dimensity 9600 Pro ซึ่งเป็นชิปเซ็ตขนาด 2 นาโนเมตร รุ่นแรกของ MediaTek ทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ช่วยรักษาประสิทธิภาพในระดับสูงขณะใช้งานหนักไม่ว่าจะเล่นเกมหรือถ่ายวิดีโอเป็นเวลานาน



ชิป Dimensity 9600 Pro มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง CPU ใหม่ ด้วยการเพิ่มจำนวนคอร์ระดับ Ultra เป็น 2 คอร์ ทำความเร็วสูงสุด 4.55GHz และลดจำนวนคอร์ขนาดเล็กระดับ Pro ลง 1 คอร์ ประกอบด้วย 2x Arm C2-Ultra + 3x C2-Pro + 3x C2-Pro ให้ประสิทธิภาพแบบ Single-core สูงขึ้น 17% และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น 37% ส่วนงานแบบ Multi-Core มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 15% และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้นถึง 61%
ในส่วนของ GPU ใช้ Mali-G2 Ultra NX ให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุด 27% ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น 24% และประสิทธิภาพการประมวลผล Ray Tracing เร็วขึ้น 18% นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยี Neural Graphics Rendering ที่ช่วยให้การทำ Super Resolution มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

สำหรับการทำงานด้าน AI อาศัย NPU ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ สามารถประมวลผลข้อมูลป้อนเข้าของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM Prefill) ได้เร็วขึ้น 51% ขณะที่ Super Efficient NPU ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 40%


ด้านความจำ OPPO Find X10 Pro Max ใช้ RAM แบบ LPDDR5X ขนาด 16GB จับคู่กับ ROM แบบ UFS 4.1 ขนาด 512GB และสามารถยืมพื้นที่ ROM มาใช้เป็น RAM ชั่วคราวได้สูงสุด 12GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 28GB


จากการทดสอบประสิทธิภาพ OPPO Find X10 Pro Max ด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่าทำได้ 3,623,130 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 1,095,733 คะแนน, GPU ทำได้ 1,260,306 คะแนน, Memory ทำได้ 539,040 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 728,051 คะแนน
แบตใหญ่ 8000mAh ชาร์จไว 80W SUPERVOOC

OPPO Find X10 Pro Max รองรับการใช้งานที่ยาวนานด้วยความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8000mAh โดยใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ทำให้สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ไว้ในตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 8.40 มิลลิเมตร สามารถดูวิดีโอบน YouTube ได้นาน 26.8 ชั่วโมง หรือบันทึกวิดีโอ 4K 60fps ได้นานต่อเนื่อง 6.5 ชั่วโมง



OPPO Find X10 Pro Max ยังสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC พร้อมรองรับชาร์จเร็วแบบไร้สาย 50W AIRVOOC และสามารถรักษาความจุในระดับสูง 80% แม้ผ่านการใช้งานไปแล้ว 5 ปี
จอแสดงผล ProXDR รุ่นใหม่ สีสันสมจริง ในทุกสภาพแสง

OPPO Find X10 Pro Max มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED ความละเอียด 2772 x 1272 พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 450 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) อัตราส่วนภาพ 20:9 รองรับอัตราการรีเฟรชแบบปรับได้สูงสุด 144Hz



จอแสดงผลของ OPPO Find X10 Pro Max มีความลึกสี 10-bit หรือ 1.07 พันล้านสี รองรับมาตรฐานขอบเขตสีกว้าง BT.2020 ถึง 95% สนับสนุน Dolby Vision ให้ความสว่างสูงสุด 3600 นิต เมื่อใช้งานกลางแจ้ง (ความสว่างสูงสุดทั่วหน้าจอ 2,000 นิต) สามารถปรับความสว่างได้ต่ำถึง 1 นิต เพื่อการรับชมที่สบายตาในที่แสงน้อย และปกป้องดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความถี่สูง 3840Hz


ระบบปฏิบัติการ ColorOS 17

OPPO Find X10 Pro Max เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 17 ตั้งแต่แกะกล่อง มาพร้อมดีไซน์ใหม่ Living Flow ที่ขับเคลื่อนด้วย Luminous Rendering Engine แสดงเอฟเฟกต์แสงที่ละเอียดอ่อน ตอบสนองด้วยการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและยืดหยุ่น ทำให้ทุกการใช้งานสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง และด้วยสถาปัตยกรรม Unified Rendering Architecture การเปลี่ยนผ่านระหว่างองค์ประกอบต่างๆ จึงลื่นไหลและประณีตยิ่งกว่าที่เคย


ColorOS 17 ตอบสนองการใช้งานได้อย่างราบรื่นด้วยสถาปัตยกรรม Adaptive Scheduling Architecture ช่วยจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะกับทุกสิ่งที่กำลังใช้งาน ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้รวดเร็ว ตอบสนองฉับไว และลื่นไหลอย่างสม่ำเสมอ แม้ภาระการใช้งานจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด พร้อมให้แอปทำงานอยู่เบื้องหลังได้มากขึ้น เพื่อให้การสลับแอปทำได้อย่างรวดเร็ว

ColorOS 17 ยังมาพร้อม OPPO AI ฟีเจอร์อัจฉริยะที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้เป็นผู้ช่วย AI ที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างลึกซึ้ง ผสานเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ และพร้อมช่วยเหลือในทุกจังหวะของชีวิต โดยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

ฟีเจอร์เด่นของ OPPO AI ใน ColorOS 17



- AI Mind Pilot: รวมโมเดล AI ชั้นนำ ทั้ง Gemini, Perplexity และ ChatGPT พร้อมเชื่อมต่อกับคลังความรู้ส่วนตัวใน AI Mind Space
- AI Mind Suggest: แนะนำข้อมูลและบริการที่เกี่ยวข้องในจังหวะที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานจัดการกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องค้นหาด้วยตัวเอง
- AI Photo Agent: ช่วยให้การแต่งภาพขั้นสูงเป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่การแนะนำการปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละภาพ, การแต่งภาพด้วยคำสั่งภาษาที่เข้าใจง่าย, ไปจนถึงการปรับภาพให้ได้สไตล์ตามภาพอ้างอิง
- AI Call Guard: ระบบป้องกันการหลอกลวงด้วย AI ที่ทำงานในระดับระบบ โดยใช้ AI บนอุปกรณ์ตรวจจับความเสี่ยงที่อาจเป็นการหลอกลวง ช่วยปกป้องผู้ใช้จากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การใช้ AI สวมใบหน้าและเลียนแบบเสียง

สรุปราคาและการจำหน่าย

OPPO Find X10 Pro Max เป็นสมาร์ตโฟนเรือธงของ OPPO ที่ดีที่สุดในปี 2026 โดดเด่นเหนือคู่แข่งด้วยกล้องหลัง 600 ล้านพิกเซล ซึ่งมาจากกล้องหลัง 200 ล้านพิกเซล ทั้ง 3 ตัว ไม่เพียงแต่มีความละเอียดสูงในแง่ของตัวเลข แต่ยังส่งมอบภาพถ่ายที่มีความคมชัดสูงไม่ว่าจะถ่ายทั่วไป ภาพพอร์ตเทรต ภาพมุมกว้าง ด้วยการพัฒนากล้องร่วมกับ Hasselblad ผสานเทคโนโลยีประมวลผลภาพ LUMO True Image Engine นอกจากนี้ ยังยกระดับการถ่ายวิดีโอให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น เทียบเท่ากล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ จึงไม่น่าแปลกใจที่ OPPO Find X10 Pro Max จะกลายเป็นอุปกรณ์การถ่ายภาพของช่างภาพมืออาชีพ ที่ต้องการกล้องขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก ไปจนถึงผู้ใช้งานที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมไว้ตอบโจทย์การใช้งานด้านการถ่ายภาพ และรองรับการใช้งานรอบด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ สำหรับ OPPO Find X10 Series มีให้เลือก 2 รุ่น พร้อมราคา และอุปกรณ์เสริม ดังนี้
- OPPO Find X10 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า Glacier Blue, สีส้ม Glow Coral และสีเทา Mist Grey รุ่นความจุ 12GB + 256GB ราคา 43,999 บาท และรุ่นความจุ 12GB + 512GB ราคา 49,999 บาท
- OPPO Find X10 Pro Max มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Luna White และสีเทา Titanium Grey รุ่นความจุ 16GB + 512GB ราคา 59,999 บาท
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์การถ่ายภาพระยะไกล สามารถซื้อชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad แยกจำหน่ายในราคา 7,999 บาทต่อชุด โดยมีชุดสำหรับ OPPO Find X10 และ OPPO Find X10 Pro Max ให้เลือกตามรุ่นที่ใช้งาน

ทั้งนี้ชุดเลนส์เสริมไม่สามารถใช้สลับกันระหว่างรุ่นได้ และชุดสำหรับ OPPO Find X10 Pro Max โปรดเลือกให้ตรงกับสีของตัวเครื่อง โดยไม่สามารถใช้งานสลับกันระหว่างสีได้ กรุณาตรวจสอบรุ่นและสีที่รองรับก่อนตัดสินใจซื้อ






