vivo สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการสมาร์ตโฟนไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่ที่สายคอนเทนต์และสายคอนเสิร์ตรอคอยกับ ‘vivo X300 FE’ น้องเล็กที่พร้อมตอบโจทย์สายคอนเสิร์ต ที่จะมายกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพผ่านการทำงานร่วมกันของเลนส์ระดับตำนานจาก ZEISS อีกทั้งต่อยอดประสบการณ์การซูมด้วยเทคโนโลยีชุดเลนส์เสริมที่ได้รับการพัฒนามากขึ้นไปอีกขั้นกับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm ภายใต้สโลแกน “เทคเดียวก็เอาอยู่”

สเปก vivo X300 FE

- จอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 5000nits
- กล้องหลัง 50MP Telephoto + 50MP Main + 8MP Ultra Wide Camera
- กล้องหน้า 50MP Selfie Camera
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen 5
- ความจำ RAM 12GB (LPDDR5X Ultra) + ROM 256GB / 512GB (UFS 4.1)
- ขยายความจำ RAM ได้สูงสุด 12GB ผ่านฟีเจอร์ Extended RAM
- การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 6, NFC, USB Type-C (USB 2.0)
- ระบุตำแหน่ง GPS (L1;L5), BeiDou (B1C;B1I;B2a), GLONASS (G1), Galileo (E1;E5a), QZSS (L1;L5), NavIC (L5)
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Proximity, Ambient Light Sensor, E-compass, Gyroscope, Infrared, Flicker Sensor
- สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ 3D Ultrasonic Fingerprint Scanning 2.0
- ระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16
- มาตรฐานทนน้ำและทนฝุ่น IP68 และ IP69
- แบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh
- รองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mist Purple, Glow White และ Luxe Black
แกะกล่อง vivo X300 FE


vivo X300 FE ถูกบรรจุอยู่ในกล่องสีดำ บนฝากล่องระบุชื่อรุ่นขนาดใหญ่ พร้อมข้อความ Co-engineered with ZEISS บ่งบอกว่าเป็นสมาร์ตโฟนอีกรุ่นที่มีการทำงานด้านวิศวกรรมร่วมกับ ZEISS ผู้ผลิตเลนส์ระดับโลกจากเยอรมนี เมื่อยกฝากล่องขึ้นมา จะพบกับสมาร์ตโฟนถูกเก็บไว้ในซองอย่างดี และมีลิ้นช่วยดึงตัวเครื่องออกจากถาดรองได้อย่างง่ายดาย


ภายในกล่องจะเห็นว่า vivo X300 FE ได้รับการติดฟิล์มกันรอยหน้าจอมาให้แล้ว ส่วนเอกสารและอุปกรณ์ต่างๆ แยกเก็บไว้ในกล่องสีดำเป็นระเบียบ โดยกล่องแบนๆ มีเข็มช่วยถอดช่องใส่ซิมการ์ดแนบไว้ ภายในมีคู่มือการใช้งาน, บัตรรับประกัน และ แถมเคสมาให้ด้วย อีกกล่องพบสายชาร์จ และ หัวชาร์จ (Power Adapter) รองรับชาร์จเร็วสูงสุด 90W FlashCharge
ดีไซน์พรีเมียม พกพาสะดวก

vivo X300 FE มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีม่วงอ่อน (Mist Purple) ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศเมืองในยามเช้า, สีดำ (Luxe Black) สะท้อนความสุขุมนุ่มลึกยามราตรี และ สีขาว (Glow White) เปรียบดั่งช่วงเวลาของแสงกับท้องฟ้ามาบรรจบกัน โดดเด่นที่ฝาหลังกระจกแบบ Metallic Sand AG ช่วยลดรอยนิ้วมือ คราบมัน และยังให้สัมผัสนุ่มมือ ขณะที่กรอบตัวเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย ให้ความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน



สมาร์ตโฟน vivo X300 Series รุ่นอื่นๆ ใช้ดีไซน์กล้องหลังแบบกรอบวงแหวน แต่โมดูลกล้องหลังของ vivo X300 FE จัดวางในแนวนอนอยู่ในกรอบรูปทรงแคปซูลพาดยาวจนเกือบชิดขอบด้านข้าง

ด้านหน้าเป็นพื้นที่ของจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด เป็นเรือธงที่จับถือได้ง่ายด้วยมือเดียว โดยใช้ดีไซน์หน้าจอแบน มีขอบหน้าจอบางเฉียบ 1.32 มิลลิเมตร และซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Ultrasonic ไว้ใต้จอแสดงผล

ขอบด้านข้าง vivo X300 FE มีความบางเพียง 7.99 มิลลิเมตร สำหรับสี Luxe Black และ Mist Purple ขณะที่สี Glow White มีความบาง 8.10 มิลลิเมตร

ปุ่มควบคุมด้านข้าง วางปุ่มปรับระดับเสียง ไว้เหนือปุ่มพาวเวอร์

มุมมองด้านบนพบไมโครโฟน ลำโพง และ ตำแหน่งของอินฟราเรด

ด้านล่างประกอบด้วยไมโครโฟน ลำโพง พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ ถาดใส่ซิมการ์ด รองรับ 2 ซิมแบบ Nano สนับสนุน 5G ทั้ง 2 ซิม (5G+5G Dual SIM Dual Standby)

ที่สำคัญ vivo X300 FE ยังผ่านการรับรองมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP68 และ IP69 เช่นเดียวกับ vivo X300 Series รุ่นอื่นๆ สามารถทนอยู่ในน้ำลึกไม่เกิน 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที และยังผ่านมาตรฐานความทนทานระดับสูง SGS ระดับ 5 ดาว รวมถึงมาตรฐาน MIL-STD-810H ที่เน้นทดสอบการป้องกันจากแรงกระแทกอย่างเข้มงวด
กล้องหลัง 3 ตัว ZEISS Camera

vivo X300 FE ชูจุดเด่นที่ระบบกล้องหลังคุณภาพสูง โดยเฉพาะกล้องซูม 50MP ZEISS Telephoto Camera ที่รองรับ vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mmขณะที่กล้องหลัก และ กล้อง Ultra Wide รวมถึงกล้องเซลฟี่ ก็ได้รับเทคโนโลยีจาก ZEISS เช่นเดียวกัน

- กล้องหลัก 50MP ZEISS Main Camera ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX921 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ทางยาวโฟกัส 23mm รูรับแสง f/1.57 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้อง 50MP ZEISS Telephoto Camera แบบ Periscope ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX882 ขนาด 1/1.95 นิ้ว ทางยาวโฟกัส 73mm รูรับแสง f/2.65 ซูมออปติคัล 3x มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS
- กล้อง 8MP ZEISS Ultra Wide Camera รูรับแสง f/2.2 ทางยาวโฟกัส 15mm (0.6x) ให้มุมมองกว้าง 115 องศา

นอกจากฮาร์ดแวร์ vivo X300 FE ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพของภาพถ่ายอย่าง MAGIC 2.0 Image Restoration Engine ทำงานร่วมกับ NICE 3.0 Optical Reconstruction Engine ช่วยให้ภาพถ่ายมีความคมชัด สีสันสวยงาม และรักษารายละเอียดเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ

MAGIC 2.0 ทำงานทันทีที่กดชัตเตอร์ ตั้งแต่ระดับ RAW data โดยใช้การสร้างแบบจำลองเชิงแสง (Optical Modeling) และ Deep Learning ช่วยให้ภาพคงรายละเอียดแสงและองค์ประกอบของฉากได้อย่างแม่นยำ แม้ซูมระยะไกลมากกว่า 20x ก็ยังช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพได้ดีขึ้น 20%

NICE 3.0 ทำงานหลังจากกระบวนการ Optical Reconstruction ช่วยเพิ่มและฟื้นฟูรายละเอียดภาพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปรับพื้นผิวอย่างเป็นธรรมชาติ โดยยังคงความสมจริงของภาพต้นฉบับ ที่สำคัญ ยังช่วยลดความเป็น AI ที่เกินจริง ทำให้ภาพยังดูเป็นธรรมชาติแม้ผ่านการปรับแต่ง

แอปกล้องของ vivo X300 FE รองรับโหมดถ่ายภาพ Creative, Landscape & Night, Portrait, Photo, Video, Portrait Video, High Resolution, Pano, Ultra HD Document, Slo-mo, Time-Lapse, Stage, Pro, Snapshot, Food, Supermoon, Stage Dual View และ Telephoto Extender




โหมด Creative อาศัยเทคโนโลยี AI ตรวจจับฉากหรือสภาพแวดล้อมที่กล้องมองเห็น เพื่อนำเสนอเอฟเฟกต์ AI เพื่อสร้างภาพถ่ายให้น่าสนใจมากขึ้น

โหมด Stage Dual View สำหรับการถ่ายภาพระยะไกล เช่น คอนเสิร์ต พร้อมเปิดใช้งานกล้องหน้า เพื่อแทรกภาพเซลฟี่อยู่ในเฟรมเดียวกัน หรือ จะใช้กล้องหลัง 2 ตัว เก็บภาพที่มีระยะซูมแตกต่างกันก็ได้


โหมด Photo รองรับการซูมตั้งแต่ระยะ 0.6x, 1x, 2x, 3x, 10x และซูมได้สูงสุด 100x มาพร้อมฟิลเตอร์ Basic ได้แก่ B&W, Texture, Vivid และ ZEISS ถัดมาจะเป็น Personalized ประกอบด้วย Classic Negative, Positive film, Clear blue และยังมีฟิลเตอร์มาตรฐานของ vivo เช่น Grapefruit, Night breeze, Macarons

แถบเครื่องมือด้านบนของโหมด Photo มีฟีเจอร์ Live Photo (อยู่ถัดจากไอคอนไฟแฟลช) ข้างกันมีไอคอนรูปดอกไม้ เป็นโหมดถ่ายภาพ Super Macro สำหรับถ่ายภาพใกล้วัตถุ ซูมได้สูงสุด 6x

โหมด Portrait สามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นระยะ 23mm (1x), 35mm (1.5x), 50mm (2.2x), 85mm (3.7x), 100mm (4.3x) และเพิ่มความโดดเด่นด้วยเอฟเฟกต์ละลายฉากหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเลนส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEISS ได้แก่ Biotar, B-speed, Sonnar, Planar, Distagon และ Cinematic



แถบเครื่องมือด้านบนของโหมด Portrait จะพบเครื่องมือ AI Styles (ไอคอน AI) สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศโดยรอบให้เป็นฤดูกาลต่างๆ ได้แก่ Spring, Summer, Autumn, Winter และมีตัวเลือก Animation สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายจากโลกให้กลายเป็นโลกอนิเมะ
โหมด Landscape & Night สำหรับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์และภาพถ่ายยามค่ำคืน มาพร้อมฟีเจอร์ Long Exposure ช่วยให้เปิดรับแสงยาวนานขึ้น โดยมีการตั้งค่าล่วงหน้ามาให้แล้ว ได้แก่ Floating Cloud, Flow of Traffic, Fireworks, Star Trails, Night Graffiti และ Mysterious ขณะที่ฟีเจอร์ AI Styles ในแถบเครื่องมือด้านบนมีเอฟเฟกต์เปลี่ยนบรรยากาศภาพถ่ายให้เป็นช่วงเวลาต่างๆ ในแต่ละวันได้ทันที แม้แต่ในวันที่สภาพอากาศมืดมัว ก็สามารถเปลี่ยนท้องฟ้าให้สดใสได้

โหมด Video รองรับการซูมในช่วง 0.6x, 1x, 2x, 3x สูงสุด 15x สามารถเปิดระบบป้องกันภาพสั่นไหวได้จากแถบเครื่องมือด้านบน รวมถึงปรับความละเอียดวิดีโอ ซึ่งบันทึกได้สูงสุด 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และยังมีโหมด Portrait Video สำหรับถ่ายวิดีโอที่เน้นตัวบุคคล แต่ความละเอียดจะถูกจำกัดไว้สูงสุด 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ซูมได้ 2 ระยะ 1x หรือ 3x สามารถปรับค่า F เพื่อละลายฉากหลังได้ รวมถึงฟีเจอร์ Beauty และมี Styles ให้เลือกหลายแบบ
vivo ZEISS 200mm Telephoto Extender Gen 2
สำหรับผู้ใช้งานที่เน้นถ่ายภาพระยะไกล vivo X300 FE มี vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm ขายเป็นยกเซ็ตโดยในชุดจะมีเคสที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับชุดเลนส์เสริม

vivo ZEISS ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm ได้รับการปรับปรุงให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 153 กรัม (เบากว่ารุ่นก่อน 27%) ภายในใช้โครงสร้างชิ้นเลนส์แบบ Kepler ประกอบด้วยเลนส์ 15 ชิ้น ซึ่งผ่านมาตรฐาน ZEISS APO ช่วยควบคุมแสง ลดความคลาดเคลื่อนสี ทำให้ซูมไกล ได้อย่างคมชัด ไม่ผิดเพี้ยน

ชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 ช่วยขยายกำลังซูมของกล้อง Telephoto ประมาณ 7x หรือเทียบเท่า ระยะซูม 200mm
กล้องหน้า 50MP ZEISS Front Camera

กล้องหน้าของ vivo X300 FE มีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล แบบเดียวกับ vivo X300 Series รุ่นอื่นๆ โดยมีระบบออโต้โฟกัส รูรับแสง f/2.0 ทางยาวโฟกัส 20mm (0.8x) ให้มุมมองกว้าง 90 องศา

โหมด Photo ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x มาพร้อมฟิลเตอร์ Basic และ Personalized แบบเดียวกับกล้องหลัง ส่วนแถบเครื่องมือด้านบนมีฟีเจอร์ Live Photo

โหมด Portrait ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะเช่นกัน และมีเอฟเฟกต์โบเก้จาก ZEISS ได้แก่ Biotar, Sonnar, Planar, Distagon และ Cinematic นอกจากนี้ เครื่องมือ Beauty สำหรับเสริมความงามให้กับใบหน้าก็ปรับแต่งได้อย่างละเอียด พร้อมด้วยฟิลเตอร์ Basic และ Personalized

โหมด Video ของกล้องหน้า สามารถซูมได้ 3 ระยะ 0.8x, 1x และ 2x สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ขณะที่โหมด Portrait Video ก็ใช้งานกับกล้องหน้าได้เช่นกัน ซึ่งจำกัดความละเอียดไว้สูงสุด 1080p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
ตัวอย่างภาพถ่าย













หน้าจอ 6.31 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 5000nits

vivo X300 FE มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED (ใช้วัสดุเปล่งแสง U8) ความลึกสี 1.07 พันล้านสี ความละเอียด 2640 x 1217 ขนาด 6.31 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 460PPI (พิกเซลต่อนิ้ว) รองรับขอบเขตสีกว้าง P3 ให้ความสว่าง 1800nits (โหมดความสว่างสูง) ความสว่างสูงสุดเฉพาะส่วน 5000nits รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และผ่านการรับรองแสงสีฟ้าต่ำระดับฮาร์ดแวร์จาก SGS ทำให้จอแสดงผลของ vivo X300 FE สามารถส่งมอบสีสันที่สวยงามสมจริง มองเห็นชัดเจนในที่กลางแจ้ง และยังช่วยถนอมดวงตาเมื่อจ้องหน้าจอนานต่อเนื่องหรือใช้งานในที่แสงน้อย
ชิปเรือธง Snapdragon 8 Gen 5
ด้านประสิทธิภาพ vivo X300 FE ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen 5 พร้อมระบบระบายความร้อนจาก แผ่นกราไฟต์ และ Vapor Chamber ซึ่งให้พื้นที่ระบายความร้อนขนาด 4,005 ตารางมิลลิเมตร ทำให้สมาร์ตโฟนมีประสิทธิภาพในระดับสูง แม้เล่นเกมหรือใช้งานอย่างหนักหน่วงเป็นเวลานาน



ในส่วนของความจำ vivo X300 FE ได้รับ RAM แบบ LPDDR5X Ultra (ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 9,600Mbps) จับคู่กับ ROM แบบ UFS 4.1 (ติดตั้งแอปได้เร็วขึ้น 50% เมื่อเทียบกับ UFS 4.0) โดยมีความจำ 2 ตัวเลือก ได้แก่ RAM 12GB + ROM 256GB และ RAM 12GB + ROM 512GB พร้อมรองรับ Extended RAM สามารถยืมพื้นที่ ROM มาใช้เป็น RAM ชั่วคราวได้สูงสุด 12GB จึงเปรียบเสมือนมีความจำ RAM สูงสุด 24GB

จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu พบว่า vivo X300 FE (รุ่น RAM12GB + ROM 256GB) ทำได้ 2,800,731 คะแนน โดยจำแนกเป็นคะแนนด้าน CPU ทำได้ 869,534 คะแนน, GPU ทำได้ 953,541 คะแนน, Memory ทำได้ 377,070 คะแนน และด้าน User Experience ทำได้ 600,586 คะแนน
แบตใหญ่ 6500mAh ชาร์จเร็ว 90W FlashCharge

vivo X300 FE รองรับการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt ขนาดใหญ่ 6500mAh โดยที่ยังคงรักษาขนาดตัวเครื่องให้มีความบางเพียง 7.99 มิลลิเมตร และยังรองรับชาร์จเร็วแบบใช้สาย 90W FlashCharge ใช้เวลาชาร์จไม่กี่นาที ก็สามารถพกพา vivo X300 FE ไปใช้งานได้ตลอดทั้งวัน (แถมสายชาร์จและหัวชาร์จ 90W Power Adapter มาให้ในกล่อง ไม่ต้องซื้อแยกต่างหาก) และสนับสนุนชาร์จเร็วแบบไร้สาย 40W Wireless FlashCharge (อุปกรณ์ชาร์จไร้สายไม่ได้แถมมาให้)
สรุปราคาและการจำหน่าย

vivo X300 FE เป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่สร้างมาเพื่อให้พกพาได้อย่างสะดวก โดยมีดีไซน์ที่แตกต่างจาก vivo X300 Series รุ่นอื่นๆ แต่ยังคงใช้วัสดุพรีเมียมที่มีความสวยงาม แข็งแรงทนทาน ที่สำคัญก็คือ vivo X300 FE ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพอย่างแท้จริง ถ่ายภาพระยะไกลได้อย่างโดดเด่น และยังขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับเรือธงของ Qualcomm พร้อมรองรับการใช้งานได้ยาวนานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh รองรับชาร์จเร็วทั้งใช้สายและไร้สาย สรุปแล้ว vivo X300 FE เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการเรือธงขนาดกะทัดรัด ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือเล่นเกม

vivo X300 FE วางจำหน่ายในสองรุ่นความจุ ได้แก่ รุ่น 12GB + 256GB ในราคา 27,999 บาท และรุ่น 12GB + 512GB ในราคา 31,999 บาท และสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการขยายขีดจำกัดของพลังซูม vivo X300 FE ตัวเครื่องพร้อมชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm วางจำหน่ายในสองรุ่นความจุ ได้แก่ 12GB + 256GB ในราคา 33,999 บาท และรุ่น 12GB + 512GB ในราคา 37,999 บาท

พิเศษยิ่งขึ้น! สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง vivo X300 FE ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 27 พฤษภาคม 2569 รับทันทีของสมนาคุณพิเศษสามต่อ มูลค่ารวม 21,998 บาท
- ต่อที่ 1: vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี, และ ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 19,999 บาท
- ต่อที่ 2: vivo Buds Pro มูลค่า 1,999 บาท
และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 รับทันทีของสมนาคุณพิเศษ vivo Care รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี, ประกันหน้าจอแตก 2 ปี, และ ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี มูลค่า 19,999 บาท
#vivoX300Ultra #vivoX300FE #เทคเดียวก็เอาอยู่ #ZEISSCinematics #ZEISSImage






