Sunday, July 19, 2026
  • Contact us
Flashfly Dot Net
  • Home
    • Flashfly Online Channel
    • Feature
    • Tips&Tricks
  • NEWS
    • PR News
    • Lifestyle
  • Samsung
  • Vivo
  • OPPO
  • iPhone
  • Smartphone
    • App Free
    • Nokia
    • Windows 10
    • Android
    • BlackBerry 10
  • Games
    • Playstation
    • Nintendo
  • Review & Preview
  • Contact us
No Result
View All Result
  • Home
    • Flashfly Online Channel
    • Feature
    • Tips&Tricks
  • NEWS
    • PR News
    • Lifestyle
  • Samsung
  • Vivo
  • OPPO
  • iPhone
  • Smartphone
    • App Free
    • Nokia
    • Windows 10
    • Android
    • BlackBerry 10
  • Games
    • Playstation
    • Nintendo
  • Review & Preview
  • Contact us
No Result
View All Result
Flashfly Dot Net
No Result
View All Result
Home Feature

รีวิว Nothing Ear (open) สีน้ำเงินสุดคูลดีไซน์เท่สไตล์อังกฤษ ใส่สบาย ไม่มีหลุด แบตอยู่นานสูงสุด 30 ชั่วโมง

Jackrich T. by Jackrich T.
May 31, 2026
in Feature, NEWS, Recommended, Review & Preview
189
SHARES
24.2k
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

Nothing ทำหูฟังไร้สายออกมาครบทุกแบบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบอินเอียร์และแบบครอบหู และล่าสุดกับ Nothing Ear (open) หูฟังไร้สายสไตล์โอเพ่นเอียร์ ที่มาพร้อมตะขอเกี่ยวหู เพิ่มความสบายและกระชับ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ชอบฟังเพลงระหว่างออกกำลังกาย โดยมีดีไซน์ทันสมัย สีสันสดใส เป็นได้ทั้งอุปกรณ์ฟังเพลงและไอเท็มเครื่องแต่งกายสุดเท่

สเปก Nothing Ear (open)

  • ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 14.2 มิลลิเมตร
  • ANC ลดเสียงรบกวน และ Transparency โหมดฟังเสียงภายนอก
  • Low Lag โหมดความหน่วงต่ำ
  • ไมโครโฟน 2 ตัว พร้อมเทคโนโลยี AI Clear Voice
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3, USB-C สำหรับการชาร์จ
  • Dual Connection (เชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน 2 เครื่อง)
  • จับคู่ได้อย่างรวดเร็วผ่าน Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair
  • รองรับการเข้ารหัส AAC, SBC
  • รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Android เวอร์ชัน 5.0 ขึ้นไป และ iOS เวอร์ชัน 13 ขึ้นไป
  • มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP54 (ทั้งหูฟังและเคส)
  • แบตเตอรี่หูฟัง 64mAh
  • แบตเตอรี่เคส 635mAh
  • ขนาดหูฟัง 41.4 x 51.3 x 14.4 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักหูฟังข้างละ 8.1 กรัม  
  • ขนาดเคส 44.0 x 125.9 x 19 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักเคส 63.8 กรัม

ดีไซน์เท่ สีน้ำเงินสุดคูล 

Nothing Ear (open) ไม่ได้เป็นเพียงหูฟัง แต่ยังดีไซน์มาให้กลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่เท่และมีสไตล์ ทำให้อยากสวมใส่อยู่ตลอดเวลา เหมือนกับนาฬิกาข้อมือ รองเท้า หรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งหูฟังคู่นี้ของ Nothing ถือว่าเป็นการหลอมรวมแฟชั่นและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างลงตัว

Nothing Ear (open) มาในเฉดสีน้ำเงินที่ปรับให้นุ่มนวลโดยลดความอิ่มสีลง เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นและเข้าถึงง่าย โดยยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Nothing ด้วยดีไซน์โปร่งใส ดูอย่างไรก็ไม่เบื่อ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการสวมใส่ที่มีความกระชับ ไม่หลุดหล่นง่าย และสวมใส่ได้สบายไม่ระคายผิวรอบหู

หูฟัง Nothing Ear (open) แต่ละข้างมีน้ำหนักเบา 8.1 กรัม มาพร้อมตะขอเกี่ยวหูที่ทำจากลวดนิกเกิล-ไทเทเนียม มีความยืดหยุ่น ทนทาน หุ้มผิวด้วยซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุที่อ่อนโยนต่อผิวและยังเพิ่มแรงยึดเกาะ ขณะที่ตะขอเกี่ยวหูก็ดีไซน์มาให้เข้ากับส่วนโค้งตามธรรมชาติรอบโคนหู และใช้โครงสร้างแบบ 3 จุด ทำให้มีความสมดุลเมื่อสวมใส่ และไม่หลุดหล่นง่ายระหว่างออกกำลังกาย 

ส่วนเอียร์บัดของ Nothing Ear (open) ดีไซน์มาให้ทำมุมเอียง 50 องศา เพื่อวางตำแหน่งลำโพงให้อยู่เหนือใบหู ในจุดที่สบายที่สุด (ในทางเทคนิค ตัวหูฟังจะอยู่ระหว่างบริเวณโคนใบหู และกระดูกอ่อนด้านหน้าของหู) ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงน้ำหนักหรือแรงกด เหมือนไม่ได้สวมหูฟังอยู่เลย

Nothing ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดีไซน์แบบโปร่งใสที่เอียร์บัด เผยให้เห็นฮาร์ดแวร์ภายในรวมถึงเสาอากาศและแผงวงจร อีกทั้งยังได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 ผ่านการทดสอบความทนทานต่อเหงื่อที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส และความชื้น 95% เป็นเวลา 48 ชั่วโมง หมดกังวลเมื่อต้องสวมใส่ระหว่างออกกำลังกายกลางแจ้ง

ส่วนขอบของเอียร์บัดยังรองรับการควบคุมด้วยระบบสัมผัส สามารถบีบหนึ่งครั้งเพื่อเล่นหรือหยุดเพลง บีบสองครั้งเพื่อข้ามเพลง และบีบค้างไว้เพื่อปรับระดับเสียงโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนออกมาให้ยุ่งยาก และสามารถปรับเปลี่ยนคำสั่งหรือวิธีการควบคุมด้วยระบบสัมผัสได้ที่แอปพลิเคชัน Nothing X

เคสชาร์จของ Nothing Ear (open) ก็ได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 เช่นเดียวกับตัวหูฟัง โดยมีรูปทรงคล้ายเคสใส่แว่นตา แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก และบางเพียง 19 มิลลิเมตร ช่วยให้พกพาได้อย่างสะดวก มาพร้อมฝาเคสแบบโปร่งใสตามสไตล์ Nothing มีไฟ LED หนึ่งดวงคอยแสดงสถานะแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อ และมีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ให้กับเคส

นอกจากนี้ Nothing Ear (open) ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Open Sound ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ทุกสิ่งรอบตัว ไม่พลาดเสียงรอบข้าง ระหว่างฟังเพลงไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงการจราจรของยานพาหนะต่างๆ ที่ผ่านไปมา เสียงประกาศจากสถานีรถไฟ หรือเสียงประกาศในสถานที่ต่างๆ รวมถึงเสียงสัญญาณบี๊บบนลู่วิ่ง 

ไดรเวอร์แบบ Stepped 

Nothing Ear (open) ขับเสียงด้วยไดรเวอร์แบบไดนามิก 14.2 มิลลิเมตร โดยใช้ชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบากว่าหูฟังทั่วไปเกือบ 30% มาในดีไซน์แบบ Stepped เพื่อขยับตำแหน่งเสียงให้เข้าใกล้หูมากยิ่งขึ้น ช่วยให้เสียงมีความสม่ำเสมอกว่า เมื่อเทียบกับไดรเวอร์แบบเส้นตรงทั่วไป โดยไม่ลดทอนความสบายในการสวมใส่ 

ไดอะแฟรมของ Nothing Ear (open) ถูกดีไซน์มาเป็นพิเศษให้มีรูปทรงเฉพาะ โดยโค้งและแบนลงบริเวณตรงกลาง แทนที่จะเป็นที่ปลายทั้งสองด้าน ช่วยลดความเพี้ยนของเสียง และเพิ่มมิติของย่านความถี่ต่ำ ทำให้เพลงที่เน้นเบสหนักแน่นได้อย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ไดอะแฟรมยังผ่านการเคลือบไทเทเนียม ช่วยถ่ายทอดเสียงความถี่สูงได้คมชัดและแม่นยำ ขณะที่คุณสมบัติน้ำหนักเบาและแข็งแรง ของไทเทเนียม  ทำให้ไดอะแฟรมสามารถสั่นได้อย่างรวดเร็วโดยไม่บิดงอหรือเสียรูปทรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายทอดเสียง โดยเฉพาะในย่านความถี่สูง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 3dB (เหนือ 12kHz) เมื่อเทียบกับไดอะแฟรมกระดาษแบบดั้งเดิม

โทรคุยได้อย่างชัดเจนและเป็นส่วนตัว

ถึงแม้จะเป็นหูฟังไร้สายแบบโอเพ่นเอียร์ ที่ดีไซน์มาเพื่อให้ผู้ใช้งานได้ยินเสียงรอบข้าง แต่สำหรับเสียงที่ดังออกมาจาก Nothing Ear (open) โดยเฉพาะเสียงสนทนาระหว่างโทรศัพท์ จะไม่หลุดรอดออกไปให้คนข้างๆ ได้ยินอย่างแน่นอน

หูฟัง Nothing Ear (open) ถูกออกแบบให้ส่งเสียงตรงเข้าสู่หูผู้ใช้งาน และมาพร้อมระบบ Sound Seal System ใช้คลื่นเสียงที่ด้านหน้าและด้านหลังของหูฟังเพื่อขจัดเสียงรั่วไหล หมายความว่าคนรอบข้างจะไม่ได้ยินว่ากำลังฟังอะไรอยู่ เพิ่มความเป็นส่วนตัวทั้งเวลาฟังเพลง ดูคอนเทนต์ หรือ สนทนาในพื้นที่สาธารณะ

ที่สำคัญก็คือความคมชัดระหว่างสนทนาหรือประชุมออนไลน์ Nothing Ear (open มีเทคโนโลยี AI Clear Voice  ที่ผ่านการฝึกอบรมในสถานการณ์จริงกว่า 28 ล้านครั้ง ทำงานร่วมกับไมโครโฟน 2 ตัว ช่วยให้การสนทนาชัดเจนและปราศจากเสียงรบกวน ไม่ว่าเสียงลม หรือ เสียงการจราจร 

นอกจากนี้ Nothing Ear (open) ยังมี Transparency Mode ช่วยให้ผู้สวมใส่ได้ยินเสียงต่างๆ ในบริเวณที่กำลังใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องถอดหูฟังออกจากหู เช่น เสียงประกาศจากระบบขนส่งสาธารณะ เสียงแตรรถ ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

แอป Nothing X

เจ้าของหูฟัง Nothing Ear (open) สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android และ iOS ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ซึ่งไม่เพียงใช้ปรับการตั้งค่าวิธีการควบคุมหูฟังด้วยระบบสัมผัส แต่ยังสามารถปรับแต่งเสียง EQ ( Equaliser) ที่มีค่าเริ่มต้นให้เลือกใช้ 5 แบบ ได้แก่ Balanced, More Bass, More Treble, Voice และ Custom 

นอกจาก EQ แบบ Simple ยังมีการปรับ EQ แบบ Advanced ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างละเอียดผ่านอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกที่ใช้งานง่าย ไม่ได้จำกัดแค่เบสหรือแหลมเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมค่า Q Factor และความถี่ พร้อมสร้างโปรไฟล์ EQ แยกตามแนวเพลง และสามารถแชร์หรือนำเข้าโปรไฟล์ EQ ได้อย่างสะดวกผ่าน QR code

Nothing Ear (open) ยังมีอัลกอริทึม Bass Enhancer ช่วยเพิ่มความลึกของเสียงเพลงแบบเรียลไทม์ โดยทำหน้าที่ตรวจจับสัญญาณเสียงในย่านความถี่ต่ำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จากนั้นจะปรับการตั้งค่าเสียงให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อประสบการณ์การฟังที่ลึกและเต็มอิ่มยิ่งขึ้น

แอปพลิเคชัน Nothing X ยังมีฟีเจอร์ Low Lag Mode, Dual Connection และ Find My Earbuds ให้ใช้งานด้วย

Low Lag Mode หรือ โหมดความหน่วงต่ำ ช่วยลดความหน่วงของเสียงที่เล่นบนสมาร์ตโฟนกับเสียงที่ผู้สวมใส่ได้ยิน ซึ่งสามารถลดความหน่วงของเสียงในเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับการใช้งานปกติ โดยมีค่าความหน่วงรวมต่ำกว่า 120 มิลลิวินาที กรณีจับคู่หูฟัง Nothing Ear (open) กับสมาร์ตโฟนของ Nothing โหมดความหน่วงต่ำจะเปิดทำงานอัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่ Game Mode นอกจากนี้ Low Lag Mode ยังเหมาะมากสำหรับการรักษาจังหวะในกีฬาต่าง ๆ เช่น การเต้นแอโรบิก เป็นต้น

Dual Connection ช่วยให้ผู้ใช้งานจับคู่หูฟัง Nothing Ear (open) กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้พร้อมกัน 2 เครื่อง โดยสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น เชื่อมต่อหูฟังกับแล็ปท็อปเพื่อฟังเพลง แล้วสลับไปรับสายโทรศัพท์จากสมาร์ตโฟนได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวางสาย เพลงในแล็ปท็อปก็จะเล่นต่อจากจุดเดิมทันที ที่สำคัญ Nothing Ear (open) สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android และ Windows PC ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เนื่องจากรองรับฟีเจอร์ Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair

Find My Earbuds สามารถสั่งให้หูฟังเล่นเสียงได้ กรณีที่ผู้ใช้งานถอดหูฟังทิ้งไว้ และลืมว่าวางไว้ที่ไหน ไม่ว่าจะลืมเฉพาะหูฟังข้างใดข้างหนึ่งหรือลืมทั้งสองข้าง

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Nothing Ear (open) รองรับการควบคุมด้วยคำสั่งเสียง (Voice Control) เมื่อจับคู่กับอุปกรณ์ของ Nothing และ CMF by Nothing สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อเข้าถึง ChatGPT ได้ทันที โดยตั้งค่าผ่านแอป Nothing X  ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ทำงานบน Nothing OS จะมาพร้อมวิดเจ็ตเฉพาะของ Nothing ที่ช่วยให้เข้าถึง ChatGPT ได้รวดเร็วและสะดวกเพียงปลายนิ้ว ผู้ใช้สามารถพิมพ์ ใช้เสียง หรือค้นหาด้วยภาพได้โดยตรงจากหน้าจอหลัก  

อายุการใช้งานนานสูงสุด 30 ชั่วโมง

Nothing Ear (open) รองรับการใช้งานที่ยาวนานสูงสุด 30 ชั่วโมง โดยหูฟังสามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง และขยายได้ 30 ชั่วโมงด้วยเคสชาร์จที่มีแบตเตอรี่เต็ม 100% หรือใช้สนทนาได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง จากตัวหูฟัง และรวมสูงสุด 24 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคส นอกจากนี้ Nothing Ear (open)  ยังสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาที ก็เพียงพอต่อการฟังเพลงนานสูงสุด 10 ชั่วโมง 

สรุปราคาและการจำหน่าย

Nothing Ear (open) เป็นหูฟังไร้สายแบบโอเพ่นเอียร์ที่มาพร้อมตะขอเกี่ยวหูเพิ่มความกระชับและมอบความสบาย เมื่อสวมใส่ขณะทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายอย่างจริงจัง อีกทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัย สีสันสวยงามสะดุดตา สามารถสวมใส่เป็นอีกไอเท็มที่เพิ่มความเท่เข้ากับแฟชั่นแนวสตรีท โดยมีจุดเด่นที่คุณภาพเสียงสามารถปรับแต่ง EQ ได้อิสระ ใช้สนทนาทางโทรศัพท์ก็คมชัด เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยให้ความปลอดภัยกว่าหูฟังแบบอินเอียร์ เมื่อเดินหรือออกกำลังกายในที่กลางแจ้ง เพราะสามารถได้ยินเสียงจากสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ โดยเฉพาะเสียงการจราจรหรือยานพาหนะ

Nothing Ear (open) เปิดราคาทางการ 4,199 บาท จากปกติ 4,499 บาทที่ TikTok Shop  มั่นใจได้ในบริการหลังการขาย Nothing รองรับบริการ Call Center โทรฟรีหมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสอบถามข้อมูล แก้ปัญหาการใช้งาน หรือรับคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าได้ทุกเวลา เพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น

Nothing มีศูนย์บริการรองรับกว่า 10 สาขาทั่วประเทศ ช่วยให้การเข้ารับบริการ ซ่อม หรือเคลมสินค้า ทำได้สะดวกและเข้าถึงง่ายมากขึ้น รองรับทั้งผู้ใช้งาน Nothing และ CMF ในประเทศไทย 

นอกจากนี้ ยังรองรับบริการจัดส่งและรับ-ส่งเครื่องผ่าน SPEED-D ที่ 7-Eleven ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งเครื่องเข้ารับบริการหรือรับสินค้าคืนได้สะดวกมากขึ้น ผ่านจุดให้บริการใกล้บ้าน ลดข้อจำกัดเรื่องการเดินทางและเวลาในการเข้าศูนย์บริการ






Tags: blueNothing Ear (open)Review
ShareTweetShare

Related Posts

รีวิว HUAWEI WATCH KID X1 สมาร์ตวอตช์สุดล้ำสำหรับเด็ก หน้าจอใหญ่หมุนได้ 360° พร้อมกล้องหน้าหลัง วิดีโอคอลคมชัดระดับ HD
Feature

รีวิว HUAWEI WATCH KID X1 สมาร์ตวอตช์สุดล้ำสำหรับเด็ก หน้าจอใหญ่หมุนได้ 360° พร้อมกล้องหน้าหลัง วิดีโอคอลคมชัดระดับ HD

June 26, 2026
รีวิว OPPO Reno16 Series 5G เก็บทุกโมเมนต์โดดเด่นเป็นตัวเอง และ OPPO Bubble เพื่อนซี้เทรนดี้ทุกช็อต
Feature

รีวิว OPPO Reno16 Series 5G เก็บทุกโมเมนต์โดดเด่นเป็นตัวเอง และ OPPO Bubble เพื่อนซี้เทรนดี้ทุกช็อต

June 25, 2026
รีวิว Garmin Forerunner 170 Music เติมเต็มไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์ครบครันสำหรับการวิ่ง พร้อมน้องเล็ก Forerunner 70
Feature

รีวิว Garmin Forerunner 170 Music เติมเต็มไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์ครบครันสำหรับการวิ่ง พร้อมน้องเล็ก Forerunner 70

June 20, 2026
Load More
  • ยินดีต้อนพับ!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy Z Fold5, Galaxy Z Flip5, Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series พร้อมบุกตลาดประเทศไทยแล้ว

    ยินดีต้อนพับ!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy Z Fold5, Galaxy Z Flip5, Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series พร้อมบุกตลาดประเทศไทยแล้ว

    356 shares
    Share 0 Tweet 0
  • วาร์ปสู่โลกใหม่!! สัมผัสเครื่องจริง Samsung Galaxy S24 Series ครบทุกรุ่นทุกสี พร้อมใช้งาน Galaxy AI สุดล้ำ

    101 shares
    Share 0 Tweet 0
  • รีวิว Samsung Galaxy Tab A9+ แท็บเล็ตสุดคุ้มจอ 11 นิ้วรีเฟรช 90Hz ใช้ชิป Snapdragon 695 รองรับ 5G ระบบเสียง Dolby Atmos ราคา 8,990 บาท

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • รีวิว Samsung Galaxy S23 FE มาอย่างพี๊คคค สเปกแฟล็กชิป ในราคาเป็นมิตร จอ 120Hz กล้องหลัง 3 ตัว 50MP ซูม 3x คมกริบ แบต 4,500mAh

    502 shares
    Share 0 Tweet 0
  • เปรียบเทียบ 2 เรือธงแห่งปี Galaxy S25 Ultra vs iPhone 17 Pro Max

    788 shares
    Share 0 Tweet 0

Browse by Category

  • AIS
  • Android
  • App Free
  • BlackBerry 10
  • dtac
  • EV Car
  • Feature
  • Flashfly Online Channel
  • Games
  • iPhone
  • Lifestyle
  • NEWS
  • Nintendo
  • Nokia
  • OPPO
  • Playstation
  • PR News
  • Recommended
  • Review & Preview
  • Samsung
  • Smartphone
  • Tips&Tricks
  • Truemove H
  • Windows Phone

Recent News

Nintendo Switch 2 มียอดขายทะลุ 6 ล้านเครื่องในญี่ปุ่น แม้จะมีการขึ้นราคาไปก่อนหน้านี้

Nintendo Switch 2 มียอดขายทะลุ 6 ล้านเครื่องในญี่ปุ่น แม้จะมีการขึ้นราคาไปก่อนหน้านี้

July 18, 2026
ภาพเรนเดอร์ทางการ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ถูกปล่อยออกมาแล้ว

หลุดสเปก Samsung Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 พร้อมราคาเปิดตัว

July 18, 2026
  • About
  • Advertise
  • Privacy & Policy
  • Contact

© 2021 FlashFly.net. window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-6SFV8YRF40');

No Result
View All Result
  • NEWS
  • Review & Preview
  • iPhone
  • Android
  • Smartphone
  • Games

© 2021 FlashFly.net. window.dataLayer = window.dataLayer || []; function gtag(){dataLayer.push(arguments);} gtag('js', new Date()); gtag('config', 'G-6SFV8YRF40');