Apple เปิดตัว iPad mini รุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2024 โดยมีความแตกต่างกันหลายอย่าง ตามรายงานด้านล่าง

ดีไซน์
iPad mini รุ่นใหม่ยังคงมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับรุ่นก่อน แต่ให้ความรู้สึกที่สดใหม่และทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่
- ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม โดยมีความบางเพียง 5.4 มิลลิเมตร (รุ่นก่อนบาง 6.3 มิลลิเมตร)
- ขอบหน้าจอบางลงกว่าเดิมถึง 24%
ตัวเครื่อง iPad mini รุ่นใหม่ ยังมีความกว้างลดลงเล็กน้อย จาก 134.8 เหลือ 132.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาลง โดยรุ่น Wi-Fi มีน้ำหนักอยู่ที่ 255 กรัม เทียบกับ 293 กรัม ในรุ่นก่อนหน้า
กล้องหน้าของ iPad mini รุ่นใหม่ รองรับฟีเจอร์ Center Stage และถูกย้ายตำแหน่งไปไว้ในแนวนอน แทนที่จะอยู่ด้านบนเมื่อวางในแนวตั้ง
iPad mini รุ่นใหม่ มีให้เลือกเพียง 2 สี ได้แก่ สีมิดไนท์ และสีสตาร์ไลท์ ซึ่งให้รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่รุ่นก่อนหน้ามีตัวเลือกสีที่หลากหลายกว่า

จอแสดงผล
iPad mini รุ่นใหม่ มีขนาดหน้าจอ 8.5 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้าที่มีขนาดเพียง 8.3 นิ้ว ที่สำคัญยังเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ OLED ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากเทคโนโลยี LCD ที่เคยใช้มาก่อน Apple ระบุว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถ “ควบคุมแสงในระดับพิกเซล ส่งผลให้ได้สีดำที่ดำสนิทขึ้น และรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 เพื่อภาพที่สดใสและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม”
หน้าจอใหม่ยังมีความสว่างสูงขึ้นกว่าเดิมมาก โดยมีความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 1,200 nits ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากรุ่นก่อนหน้าที่ทำได้สูงสุด 600 nits ส่วนความสว่างทั่วไปสำหรับคอนเทนต์ SDR และ HDR อยู่ที่ 600 nits (เพิ่มขึ้นจาก 500 nits) อีกทั้งยังรองรับความสว่างต่ำสุดที่ 1 nit สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย นอกจากนี้ iPad mini รุ่นใหม่ ที่มีความจุ 256GB ขึ้นไป ยังมีหน้าจอแบบ Nano-texture เป็นตัวเลือกเสริม
ประสิทธิภาพ
iPad mini รุ่นใหม่ มาพร้อมชิป A20 Pro แบบเดียวกับ iPhone 18 Pro และ iPhone Duo ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์พกพาที่ทรงพลังที่สุดของ Apple ขณะที่รุ่นก่อนหน้าใช้ชิป A17 Pro
Apple ระบุว่า: ชิป A20 Pro มอบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดให้กับ iPad mini พร้อมยกระดับงานด้านกราฟิกและงานที่ใช้ AI อย่างหนักให้แรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรล่าสุดของ Apple และแพ็คเกจใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากชิปซีรีส์ M ด้วย ยิ่งกว่านั้น iPad mini ยังมีประสิทธิภาพด้าน AI ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุด 4.5 เท่า ด้วยพลังขับเคลื่อนของ GPU แบบ 7-core ที่มี Neural Accelerator ผสานอยู่ในแต่ละคอร์ เหมาะสำหรับงานด้าน AI ตั้งแต่การรันโมเดลบนอุปกรณ์ในแอปเพื่อการสร้างสรรค์ ไปจนถึงการรัน LLM บนเครื่อง และด้วยสถาปัตยกรรมกราฟิกล่าสุด ซึ่งรวมถึง Dynamic Caching และการให้แสงเงาแบบเมชและเรย์เทรซซิ่งที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ ประสิทธิภาพด้านกราฟิกจึงเพิ่มขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกมและการเรนเดอร์ 3D และชิป A20 Pro ยังมาพร้อม CPU สูงสุดแบบ 6-core ที่มีประสิทธิภาพแบบหลายเธรดเร็วขึ้นสูงสุด 60% สำหรับงานทั่วไปในชีวิตประจำวัน อย่างการปรับแต่งภาพถ่ายและการทำงานสลับไปมาระหว่างแอป นอกจากนี้ชิป A20 Pro ยังมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำแบบรวมสูงขึ้นกว่า 2 เท่า
อย่างไรก็ตาม iPad mini รุ่นชิป A20 Pro ที่มีความจุ 128GB และ 256GB ใช้ CPU แบบ 5-core มีเพียงรุ่นความจุ 512GB ที่ได้รับ CPU แบบ 6-core หมายความว่าตัวเลขประสิทธิภาพที่ Apple อ้างถึง เป็นการเปรียบเทียบกับ iPad mini รุ่นชิป A20 Pro ที่มีความจุ 512GB

เทคโนโลยี Acoustic Display
iPad mini รุ่นใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอ Acoustic Display เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเสียงที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือตัดต่อคอนเทนต์ โดยลำโพงวูฟเฟอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษจะทำงานร่วมกับจอภาพ เพื่อให้เสียงเบสที่หนักแน่นยิ่งขึ้น และมีระดับเสียงที่ดังกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีทวีตเตอร์แบบเฉพาะที่ซ่อนอยู่ระหว่างกระจก และตัวเครื่องอะลูมิเนียม เพื่อเสียงแหลมที่ชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หน้าจอ Acoustic Display ยังมีโครงสร้างแบบปิดผนึกที่ช่วยให้ iPad mini ได้รับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP67
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย และรายละเอียดอื่นๆ
iPad mini รุ่นใหม่ ได้รับชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ได้ โดยชิป N1 จะมอบประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi แบบ 5GHz พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรโดยรวมของ AirDrop และ AirPlay ให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับเวอร์ชันเซลลูลาร์ มาพร้อม C2 โมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นถัดไปของ Apple ซึ่งสามารถถ่ายโอนข้อมูลผ่านระบบเซลลูลาร์ได้เร็วขึ้นสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับ iPad mini รุ่นก่อนหน้า และประหยัดพลังงานยิ่งกว่าเดิม
ทั้งนี้ iPad mini รุ่นก่อนหน้า รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.3 และใช้โมเด็มของ Qualcomm
นอกจากนี้ iPad mini รุ่นใหม่ ยังรองรับ Extended Display Mode เมื่อเชื่อมต่อกับจอภาพภายนอก (จากเดิมที่ทำได้เพียงการสะท้อนหน้าจอ (Mirroring)) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการทำงานหลายอย่างพร้อมกันผ่านแอปพลิเคชันในรูปแบบหน้าต่าง และดูเหมือนว่าจะชาร์จได้เร็วขึ้น โดยสามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ภายในเวลา 30 นาที เมื่อใช้ร่วมกับอะแดปเตอร์ขนาด 35W ขึ้นไป (iPad mini รุ่นก่อน ไม่ได้ระบุความเร็วในการชาร์จ)
ที่มา – 9to5Mac






