iPad mini รุ่นใหม่ในปี 2026 นับเป็น iPad mini รุ่นที่ 8 ซึ่งมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ มากมาย ตามที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ แต่สำหรับใครที่ไม่ต้องการอ่านบทความยาวๆ เราได้สรุปฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมาให้แล้ว

ฟีเจอร์ใหม่ใน iPad mini รุ่นที่ 8
หน้าจอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น สว่างขึ้น และมีสีสันสดใสยิ่งขึ้น (จากเดิมที่เป็นจอ LCD ขนาด 8.3 นิ้ว)
- ความสว่าง SDR สูงสุด 600 nits (จากเดิม 500 nits)
- ความสว่างสูงสุด สำหรับคอนเทนต์ HDR อยู่ที่ 1,200 nits
- อัตรารีเฟรชยังคงอยู่ที่ 60Hz (ไม่มีเทคโนโลยี ProMotion)
มีตัวเลือกหน้าจอแบบ Nano-texture ป้องกันแสงสะท้อนสำหรับรุ่นความจุ 256GB และ 512GB
รองรับโหมด Extended Display บนจอภาพภายนอก
ดีไซน์บางและเบาลงประมาณ 15% โดยความหนาลดลงเหลือ 5.4 จากเดิม 6.3 มิลลิเมตร น้ำหนักลดลงเหลือประมาณ 254 กรัม จากเดิมประมาณ 295 กรัม (สำหรับรุ่น Wi-Fi)
ชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตรของ TSMC
- ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 60%
- GPU แบบ 7-core ให้ประสิทธิภาพ เร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า
- มี Neural Accelerator อยู่ใน GPU แต่ละคอร์
- ประสิทธิภาพด้าน AI เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่า
- รุ่นความจุ 128GB และ 256GB ใช้ CPU แบบ 5-core ซึ่งมีคอร์ระดับซูเปอร์ 2 คอร์ และคอร์ด้านประหยัดพลังงาน 3 คอร์
- รุ่นความจุ 512GB CPU แบบ 6-core ซึ่งมีคอร์ระดับซูเปอร์ 2 คอร์ และคอร์ด้านประหยัดพลังงาน 4 คอร์
ระบบลำโพงแบบใหม่ Acoustic Display ไม่มีช่องลำโพงให้เห็น และมีส่วนช่วยให้ตัวเครื่องสามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67
กล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ Center Stage ถูกจัดวางใหม่ให้เหมาะสำหรับการวิดีโอคอลในแนวนอน แทนที่จะเป็นแนวตั้ง
แฟลชแบบ Adaptive True Tone ช่วยให้การถ่ายภาพและการสแกนเอกสารมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
รองรับชาร์จเร็ว สามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ภายในเวลา 30 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ขนาด 35W ขึ้นไป
มาพร้อมชิป N1 ของ Apple ที่รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 (อัปเกรดจาก Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3) ชิป N1 ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรในการใช้งาน AirDrop และ AirPlay
โมเด็ม C2 ของ Apple ช่วยให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์เพิ่มขึ้นสูงสุด 50% (สำหรับรุ่นที่รองรับเซลลูลาร์)
มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีมิดไนท์ และ สีสตาร์ไลท์
ราคาเริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 699 ดอลลาร์ (ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาเดิม 599 ดอลลาร์) ส่วนในไทยเริ่มต้น 24,900 บาท
ทั้งนี้ ดีไซน์โดยรวมของ iPad mini รุ่นใหม่ ยังคงดูคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า มีปุ่ม Touch ID อยู่ที่ขอบด้านบนของตัวเครื่อง, พอร์ต USB-C, กล้องหลังแบบ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, ไมโครโฟน 2 ตัว และมีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ตามที่ระบุไว้เท่าเดิม
ที่มา – MacRumors






